สัมมนา การสื่อสารสาธารณะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพของคนสงขลา ประเด็น ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับสุขภาวะ
วันที่ 28 ธันวาคม 2547 ณ เทศบาลนครหาดใหญ่
จำนวนผู้เข้าร่วม 50 คน
8.30 - 9.00 น. ลงทะเบียน
9.00 - 9.30 น. การสื่อสาร กับ ภูมิปัญญาด้านสุขภาพ โดย ครูฑูรย์
9.30- 12.00 น. ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับสุขภาวะ โดยวิทยากร
เกษตรวิถีธรรมเพื่อสุขภาวะ โดย นายประเดิม อนันต์
ภูมิปัญญาการแปรรูปอาหารทะเล โดย ป้าถนอม ศิริรักษ์
การจัดการตลาดเกษตรปลอดสารพิษ โดย นายธนวัฒน์ ศรีสกุล
โนราโรงครูกับการสร้างเสริมสุขภาพ โดย อ. สุรชัย เหล่าสิงห์
วิถีเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพ โดย นายณรงค์ สุขสังข์
ดำเนินการสัมมนาโดย นางยินดี ตรีรัญเพชร นักจัดรายการบินหลาหาข่าว
12.00 น. - 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. - 15.30 น. เครือข่ายบินหลานำเสนอกิจกรรมในพื้นที่ ภูมิปัญญาท้องถิ่น
15.30 น. - 16.00 น. ปิดการสัมมนา
รายชื่อผู้เข้าร่วมสัมมนา
ที่ ชื่อ - สกุล ที่อยู่ / เบอร์โทรศัพท์
1 นายชื่น จันทร์อ่อน 3 ม.6 ต. เขาแดง อ. สะบ้าย้อย จ. สงขลา
2 นายถาวร สุวรรณเวศ 27/1 ม.3 ต. คูหา อ. สะบ้าย้อย จ. สงขลา
3 นายชีพ เพ็งมาก 11/1 ม. 3 ต. คูหา อ. สะบ้าย้อย จ. สงขลา
4 นายเชวง นวลนิล 3 ม.7 ต. ทุ่งขมิ้น อ. นาหม่อม จ. สงขลา
5 นายธนวัฒน์ ศรีสกุล ปธ. สหกรณ์ผู้ผลิตผักอนามัยบางเหรียง จำกัด
6 นายสุจิน แก้วบุญส่ง 76 ม. 4 ต. ท่าช้าง อ. บางกล่ำ จ. สงขลา 01-0981624
7 นายสุรชัย เหล่าสิงห์ 4/3 ม.1 ต. กำแพงเพชร อ. รัตภูมิ จ. สงขลา 09-2981490
8 นางถนอม ศิริรักษ์ 42 ม.4 ต. จะทิ้งพระ อ. สทิงพระ จ. สงขลา 09-7329114 074-397030
9 นายประเดิม อนันต์ 32 ม.9 ต. ทุ่งหวัง อ. เมือง จ. สงขลา 06-6921930
10 นายมานิจ ทองใหญ่ 21/1 ม.2 ต. เกาะใหญ่ อ. กระแสสินธ์ จ. สงขลา
11 นายแจ้ว โชติธรรมรส 98 ม.3 ต. กระดังงา อ. สทิงพระ จ. สงขลา
09-1977477 074-397081
12 นายสุชาติ ณ สงขลา 73 ม.1 ต. น้ำน้อย ต. หาดใหญ่ จ. สงขลา
01-8962040
13 นายบุญลพ สุขกิ้ม 181/2 ม.5 ต. สทิงหม้อ อ. สทิงพระ จ. สงขลา
14 นายจรูญ ดำคง 38 ม.2 ต. เชิงแส อ. กระแสสินธ์ จ. สงขลา
15 นายจิตร สุวรรณชาตรี 35/1 ม.5 ต. บ้านหาร อ. บางกล่ำ จ. สงขลา
16 นายลอย แก้วมณี 23 ม.5 ต. บ้านหาร อ. บางกล่ำ จ. สงขลา
17 น.ส. จรรยา บัวศร โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตในการทำงานสำหรับแรงงานนอกระบบ 5 หมู่บ้านไทยสมุทร ต. หาดใหญ่ จ. สงขลา
18 นายจรัส แก้วประกอบ 25 ม.9 ต. ทุ่งลาน อ. คลองหอยโข่ง จ. สงขลา
19 อ. จินตนา เพชรรัตน์ 5/1 ม.9 ต. ฉาง อ.นาทวี จ. สงขลา
20 น. ส. พันธ์ วรรณบูรณ์ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตในการทำงานสำหรับแรงงานนอกระบบ 5 หมู่บ้านไทยสมุทร ต. หาดใหญ่ จ. สงขลา
21 นางพินทา อารักษาโรจน์ 13 ม.2 ต. เทพา อ. เทพา จ. สงขลา 074-376609
22 นายจโรจน์ ธนมประไพ 96/1 ม.4 ถ. เทศบาล 3 อ. สทิงพระ จ. สงขลา
23 นางศิริพร สู่ขวัญ ชมรมตลาดเย็น เทศบาล ต. กำแพงเพชร อ. รัตภูมิ
จ.สงขลา 01-2766158
24 นายเกษม ลิมะพันธ์ 224 ม.10 ต. เกาะแต้ว อ. เมือง จ. สงขลา
25 นายสว่าง ประทุมวัน 92 ม.3 ต. ทุ่งตำเสา อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
26 น.ส. อุษณา ขวัญพรหม สอ. บ้านพรุ ต. บ้านพรุ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
074-471271
27 นายไพฑรูย์ ศิริรักษ์ ผู้ประสานงานโครงการ
28 นางยินดี ตรีรัญเพชร สวท. สงขลา 09-4628782
29 นายสัมพันธ์ ปัตตพัฒน์ 171 ม.1 ต. คลองกวาง อ. นาทวี จ. สงขลา
01-7679102
30 นายณรงค์ สุขขวัญ 48 ม.12 ต. คูหาใต้ อ. รัตภูมิ จ. สงขลา 01-2766158
31 นายไพโรจน์ ชุมนิรัตน์ 27/2 ม.6 ต. คลองหอยโข่ง จ. สงขลา 06-2950215
32 นายวินัย คงทอง 34/1 ม.2 ต. คลองหรั่ง อ. นาหม่อม จ. สงขลา
33 นายแลบ เพ็งศรี 39 ม.4 ต. บ้านใหม่ อ. ระโนด จ.สงขลา
34 นายจิตร เกื้อเหลือ 421/1 ม.2 ต. รัตภูมิ อ. ควนเนียง จ. สงขลา 074-432113
35 นายบ่าว พิมลไทย 7 ม.1 ต. คลองกวาง อ. นาทวี จ. สงขลา 074-318490
36 นายจรัญ อรุณพันธ์ 93/2 ม.1 ต. บ่อดาน อ. สทิงพระ จ. สงขลา 01-8968994
37 นายอุดม ปวีณขจรวงค์ สนง. สาธารณะสุขอำเภอคลองหอยโข่ง จ. สงขลา
38 นายเสวียน สุวรรณระดา ประธานชมรมผู้สุงอายุคลองหอยโข่ง
39 นายเล็ก กู้สมานเกียรติ 19 ม.1 ต. นาทวี อ. นาทวี จ. สงขลา
40 นางกัลยา มณีรัตน์ 94/1 ม.1 ต. ม่วงงาม อ. สิงนคร จ. สงขลา
41 นางกาญจนา กล่อมพล 74 ม.2 ต. ทุ่งลาน ต. คลองหอยโข่ง จ. สงขลา 01-5431311
42 นายสามารถ รอดสันเทียะ 230 ม.5 ต. กำแพงเพชร อ. รัตภูมิ จ. สงขลา
43 นางกลิ่น โทมณี ม.2 ต. ปาดังฯ อ. สะเดา จ. สงขลา
44 นายสิริชัย ดิสสระ 1/6 ม.4 ต. สำนักแต้ว อ. สะเดา จ. สงขลา
45 นายเปี้ยน โทมณี 268 ม.2 ต. ปาดังฯ อ. สะเดา จ. สงขลา
46 นางชโลม เกตุจินดา 2 ไทยสมุทร ต. หาดใหญ่ จ. สงขลา 074-423711
47 นายชาคริต โภชะเรือง 2 ไทยสมุทร ต. หาดใหญ่ จ. สงขลา 074-423711
48 นายพีระยุตม์ วรรณพฤกษ์ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อม และพลังงาน
49 น.ส. วิไลลักษณ์ รุจิระ ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่โครงการ 434/22 ซ. ไวอุทิศ เพชรเกษม หาดใหญ่ จ. สงขลา
50 น.ส. วรรณา สุวรรณชาตรี เจ้าหน้าที่โครงการ 36/2 ม 5 ต.ฉลุง อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
ช่วงเช้า
w เปิดเวทีโดย นายไพฑรูย์ ศิริรักษ์ : โครงการสื่อสารสาธารณะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพของคนสงขลา ใช้ศักยภาพการเป็นบินหลา นำเสนอข่าวข้อมูลด้านสุขภาพ ทั้ง 16 อำเภอ 125 ตำบล หลักคิดของโครงการ ก็เพื่อพัฒนาศักยภาพของบินหลา ซึ่งก็มีการอบรมการเขียนข่าวไป ก็มีการรายงานข่าวสารด้านสุขภาพมากขึ้น บุคคลที่นำเสนออยู่เป็นประจำ คือ หมออุดม อ. สุรชัย น้าแจ้ว อ. สุชาติ ลุง เสวียน เรื่องของสุขภาพมีทั้ง 4 ด้าน มีกิจกรรมทางร่างกาย สังคม อารมณ์ และจิตวิญญาณ ในวันนี้ก็จะมีกิจกรรมด้านสุขภาพในท้องถิ่นบางส่วนนำเสนอ หลังจากที่มีการอบรมการเขียนข่าวไปแล้ว เราประเมินได้ว่ามีการรายงานข่าวด้านสุขภาพมากขึ้น ในเวทีหาเสียงในปัจจุบันได้มีแนวคิดด้านสุขภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง จะเห็นได้ว่าเรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ ในเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ตอนนี้เราก็กำลังลุ้น พรบ. สุขภาพ ในสงขลาหลังจากที่มีการอบรมไปแล้ว ก็อยากให้บินหลาช่วยกันพูดด้านสุขภาพมากขึ้น สำหรับเวทีสัมมนาในวันนี้ เป็นกิจกรรมที่ หนึ่งในแผนงาน นอกจากนั้นก็จะมีกิจกรรมเวทีเร่ เวทีสัญจร ทั้ง 4 โซน ทิศทางที่ดีด้านสุขภาพของสงขลา ตอนนี้ก็มี อบจ. เข้ามามีส่วนร่วม สงขลา เป็น 1 ใ น 10 ในโครงการนำร่อง กิจกรรมของบินหลามีหลากหลาย เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ ฯลฯ โครงการสื่อสารสาธารณะฯ ได้รับงบประมาณจาก สสส. โครงการแรก ในส่วนของการสื่อสาร ในพื้นที่จะมี Node เป็นผู้ประสานงานในส่วนของจังหวัด เก็บข้อมูล นำเสนอข้อมูล นอกจากนี้ก็จะมีแบบฟอร์ม การรายงานข่าว ให้กับบินหลา เพื่อให้การรายงานข่าวที่ไม่ได้ออกอากาศ หรือออกอากาศ มีการเก็บรวบรวมข้อมูล ด้านสุขภาพ เพื่ออยากทราบถึงกิจกรรมด้านสุขภาพ ที่มีการนำเสนอผ่านทางรายการ นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับต่างจังหวัดด้วย เนื่องจากคลื่นสามารถกระจายเสียงไปถึงพัทลุง เช่น บางแก้ว ในเจตนารมณ์ ในการคาดหวัง ของโครงการสื่อสารสาธารณะ ฯ ก็หวังว่าจะมีกิจกรรมร่วมกัน
w นางยินดี ตรีรัญเพชร ได้กล่าวเชิญ วิทยากร คือ ประเดิม อนันต์ ป้าถนอม ศิริรักษ์ นายธนวัฒน์ ศรีสกุล คุณณรงค์ สุขขวัญ อ. สุรชัย เหล่าสิงห์ ในการนำเสนอข้อมูลวันนี้ จะเป็นข้อมูลด้านสุขภาพ นอกจากนี้จะมีการนำเสนอข้อมูลด้านสุขภาพผ่านทางรายการอื่นๆ เช่น ร้านน้ำชาหัวค่ำ คลื่น มอ.
w ประเดิม อนันต์ : วันนี้จะเป็นเวทีการเรียนรู้ สืบมาจากได้ร่วมกิจกรรมในเวทีท้องถิ่น ก่อนหน้านี้ได้เห็นปัญหาต่างๆของการทำเกษตร ของชุมชน เช่น หนี้สิน ด้านสุขภาพ ทำให้เราได้มีโครงการต่างๆเกิดขึ้น โครงการปลูกผักบางเหรียงปลอดสารพิษ สำหรับกระผม วิถีธรรม กับการพัฒนาการเกษตร พูดได้ 2 ประเด็น วิถี ธรรมมะ หลักธรรมของศาสนา ไม่ว่าศาสนาใดก็ตาม มีหลักคิดของศาสนาเข้ามามีส่วนในชีวิตประจำวันและวิถีธรรมชาติ การอยู่ร่วมกัน ที่ทำให้ชีวิตในการทำงานมีความสุข อยู่ด้วยกันได้ สังคมด้านการเกษตร อีกเรื่อง คือ จิตวิญญาณ ในสมัยก่อนสังคมเกษตรกรรม จะมีหลักธรรมผลักดันให้ชุมชนเข้มแข็ง และหลักธรรมที่สำคัญ คือ ความเมตตา ความเมตตาจะทำให้คนรักตัวเอง เพื่อน สิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าเราไม่มีจิตสำนึกในความเมตตา เรามีการฉีดยาปราบศัตรูพืช หากเราไม่มีจิตสำนึกเราเก็บผักไปขาย เราก็ทำร้ายเพื่อนมนุษย์ โครงการเกษตรวิถีธรรม จะนำหลักธรรม เข้ามา ใช้ในการผลิต สินค้าการเกษตร เน้นด้านสุขภาพ จะเห็นได้ว่าในการจัดการด้านการเกษตร ต้องให้ชุมชนมีความเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน ให้มีความสอดคล้องกับการอยู่ร่วมกันของชุมชน เน้นความพอเพียง ในอดีตที่มีการปฎิวัติเขียวมีการใช้สารเคมีเข้ามาในประเทศ แต่ตอนนี้มีการปฎิวัติเขียวอีกครั้งมีการใช้สารอินทรีย์เข้ามา หลักธรรมอีกตัว คือ ความสามัคคี ความเอื้อเฟื้อ เพื่อจะให้สอดคล้อง กับวิถีการเกษตร ประเด็นวิถีธรรมชาติ ต้องให้ชุมชนกลับไปศึกษาภูมิปัญญาการเกษตรในอดีต ว่าในอดีตมีการทำอย่างไร
w ยินดี ตรีรัญเพชร : หากชุมชนมีส่วนร่วม ในการจัดการหากมีหลักธรรม ก็จะมีความปลอดภัยมากขึ้น
w ประเดิม อนันต์ : คนในชุมชนจะต้องมีการเรียนรู้ร่วมกัน พึ่งพาตนเอง เช่น ชาวบ้านที่ร่วมโครงการเรามีการผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ มีการลดการการใช้จ่ายด้านการใช้ปุ๋ยเคมี ลดปัญหาด้านเศรษฐกิจ ซึ่งกว่าเราจะได้ปุ๋ย เราก็ต้องใช้ความอดทน ร่วมแรงร่วมใจกัน ได้ความเป็นชุมชน ได้สุขภาพ ซึ่งต่างกับการใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี แต่ในตอนนี้ จะเห็นได้ว่ามีบริษัท ที่หันมาผลิตปุ๋ยอินทรีย์มากขึ้น โครงการจะหันมาให้ความรู้ด้านการเกษตร การทำปุ๋ย เปลี่ยนแปลงวิถีการผลิต โดยใช้หลักธรรมในการผลิต
w ยินดี ตรีรัญเพชร : ในการผลิตแบบวิถีธรรม คือ ไม่เน้นการผลิตให้มาก หรือ อาจเป็นเพราะว่ามีอาชีพอื่นเป็นหลัก
w ประเดิม อนันต์ : ใช่ คือ โซน ทุ่งหวัง เกาะแต้ว จะทำเกษตรผสมผสาน มีความหลากหลายทางอาชีพ มีการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งต่างจากโซนบางเหรียงที่มีการปลูกผักเป็นอาชีพหลัก ดังนั้นจึงควรมีการแลกเปลี่ยนวิถีชีวิตของชุมชน
w ยินดี ตรีรัญเพชร : เกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพของ พี่ ณรงค์ ที่ทำอยู่เป็นอย่างไร
w ณรงค์ สุขขวัญ : วิถีธรรมเรื่องการเกษตร คือ เรื่องของธรรมะของพระพุทธเจ้า ก็คือ ธรรมชาติ ผมเริ่มศึกษา คือ แม่ป่วย คนในหมู่บ้านก็ป่วย เรามีความเข้าใจกันว่าเมื่อเรามีใช้สารเคมี พอพ้น 7 วัน ก็สามารถเก็บมาทานได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวแปร หลัก คือ ทำให้มีมลพิษในอากาศมีเพิ่มขึ้น สิ่งที่ผมทำอยู่ในตอนนี้ ผลต่างๆที่มากับเหตุ ผลต่างๆที่มนุษย์อยากได้ คือ ความสุข แต่ ความสุข ก็มีมีความทุกข์ ความทุกข์ของมนุษย์ คือ โรคภัยไข้เจ็บ และการทะเลาะวิวาท ความยากจน แต่ที่น่ากลัว คือ ความทะเลาะกัน ที่ผ่านมาหลังจากสงครามโลกครั้ง 2 เหลือจากการทำสงคราม ก็หันมาทำสารเคมี นำมาขายบ้านเรา บ้านเรานำมาใส่ผัก ทำให้ทำลาย สิ่งมีชีวิต ที่เรามองไม่เห็น คือ จุลินทรีย์ ตามหลักการวิถีธรรมชาติ ดินเป็นสิ่งมีชีวิต การที่ไส้เดือน การไถกลบ เป็นการทำร้าย จุลินทรีย์ มี อยู่ 3 จำพวก ดี 10 % ปานกลาง 80 % ไม่ดี 10% การใช้ จุลินทรีย์ต้องมีการใช้อย่างสมดุล จึงจะได้ผล เรื่องของธรรมชาติ เป็นเรื่องลี้ลับ ในชุมชน จะมีขยะ ดังนั้น เราจึงมีการจัดการขยะ นำขยะมาบด ทำปุ๋ย ดังนั้นเมื่อเรานำขยะมาใช้ประโยชน์ การที่จะถ่ายเทลงแม่น้ำลำคลองก็หมดไป และอีกประเด็น หนึ่ง คือ รถไถ ที่ไม่ต้องไถให้เปลืองเงิน เพราะว่ามันได้ทำลายไส้เดือน ซึ่งไส้เดือน จะมีหน้าที่ในการพรวนดิน และอีกอย่างในการในการทำเกษตรที่เน้นความสมดุลทางธรรมชาติ เช่น ในตอนเช้า ตอน 9-10 โมง เช้าควรเว้นการทำเกษตร เพราะเราจะมีผู้ช่วยในการทำเกษตร คือ นก ที่มีหน้าที่ ในการหาหนอน นี้คือการเกษตรที่เอื้อต่อธรรมชาติ พอตอนค่ำ จะมีจิ้งหรีดมากัดกินผัก วิธีแก้ ก็คือ นำคางคกมาปล่อยในแปลงผัก ขอเพียงอย่าเอาเคมีมาใช้ หากว่าเรานำเคมีมาใช้จะทำลายสุขภาพ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาจุลินทรีย์ เพื่อนำมาซึ่งการใช้ความสมดุลของธรรมชาติ มีการเรียนรู้ในการอยู่ร่วมกัน เช่น ใน 14 หมู่บ้าน มีกองทุนปุ๋ยหมัก ที่เน้นเกษตรที่ปลอดสารพิษ ปลูกไว้กินเอง พยายามให้เกิดเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพ และตอนนี้ ทางกลุ่ม มีการปลูกพริกริมถนน มีการใช้ปุ๋ยน้ำ ในการลดน้ำ ช่วยลดปัญหามลพิษได้ นอกจากนี้มีชมรมตลาดเย็นเทศบาล ต. กำแพงเพชร มีหน้าที่รักษ์ป่าเขาแหล่ง น้ำ เกษตร การคัดแยกขยะ หากมีการทำชมรมนี้สำเร็จก็จะมีผลดีต่อ สิ่งแวดล้อม เช่น แม่น้ำ และที่ดีที่สุด คือ ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา นอกจากนี้ ขี้หมูที่เป็นปัญหา หากนำมาทำปุ๋ยปัญหาก็จะหมดไป " ทำทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ทำ" นี้เป็นแนวคิดของ นายแพทย์ประเวศ วะสี
w นายธนวัฒน์ ศรีสกุล : บางเหรียงมีคำขวัญ คือ "ถิ่นส้มโอหอมชื่นจิต แหล่งผลิตผักปลอดสารพิษ ตำนานเมืองคนดี กลุ่มสตรีก้าวหน้า มุ่งมั่นพัฒนา เขตปลอดยาเสพติด
คุณภาพชีวิตสูงล้ำ วัฒนธรรมสูงส่ง ดำรงประชาธิปไตย ผักบางเหรียงปลอดภัย จากครัวไทยสู่ครัวโลก" อยากให้คนผลิตมีจิตสำนึกในการผลิตสู่ผู้บริโภค บางเหรียงจะมีโครงการของ อบต. ที่ส่งเสริมให้คนบางเหรียงมีการปลูกผักปลอดสารพิษ มีสหกรณ์ที่มีการรวมกลุ่มกันประมาณ 300 คน มีการปลูกผักเป็นอาชีพหลักส่งขายไปทั่ว เช่น อำเภอ หาดใหญ่ที่เป็นตลาดหลัก นอกจากทำการปลูกผักแล้วตอนนี้ได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรมีการเลี้ยงโคขุน การตลาดผักบางเหรียงตอนนี้เน้นขายปลีก และส่งขายตามห้างสรรพสินค้า เช่น ห้างคาร์ฟู โลตัส แมคโค มีหน่วยงานที่ให้การแนะนำในการบรรจุหีบห่อ ส่วนผมเน้นการตลาดที่ขายตรงต่อผู้บริโภค เช่น ตลาดหน้าอำเภอหาดใหญ่ ศาลากลางจังหวัดสงขลา และมีตลาดชุมชน ที่เน้นขายกันเอง ตอนนี้มีแนวคิดอยากให้มีร้านอาหารที่มีการใช้ผักปลอดสารพิษในการปรุงอาหาร การกินทุกอย่างควรปลอดภัย กินน้ำ ประมาณ 5 ลิตร แสงอาทิตย์และ อารมณ์ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
อ. สุรชัย เหล่าสิงห์ กล่าวว่า อย่าเชื่อ คำกล่าวอ้าง ควรเชื่อความคิดของตัวเอง ในหมู่คนดีก็มักจะมีคนไม่ดีแอบแผงอยู่ ผมเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับผักบางเหรียงที่ว่า มีการแยกแปลงผักที่ปลูกกินเอง และขาย อยากทราบว่า ตอนนี้ยังมีอยู่ หรือเปล่า
w นายธนวัฒน์ ศรีสกุล : บางครั้งข่าวสารก็มีการพูดเกินจริง แต่สำหรับสหกรณ์ ของเราที่มีการรวมกลุ่ม รับรองว่ามีความปลอดภัย มั่นใจได้ โดยเฉพาะเครือข่ายของเราที่เราเน้น และการันตีว่ามีความปลอดภัย ซึ่งจะมีการแบ่งโซนในการทำพื้นที่ปลูกผัก แต่มีบ้างที่มีคนจากนอกพื้นที่มาทำและไม่ค่อยมีความปลอดภัย ซึ่งทำให้ผักบางเหรียงเสียชื่ออยู่บ้าง
w ยินดี ตรีรัญเพชร : การที่มั่นใจได้ว่าผักบางเหรียงมีความปลอดภัย คือ จะต้องมีตรารับรองของ สหกรณ์ จึงจะมั่นใจว่าเป็นผักบางเหรียง และตลาดผักส่วนใหญ่ขายที่ไหน เพื่อให้ผู้บริโภคได้หาซื้อได้ง่าย
w ธนวัฒน์ ศรีสกุล : เรามีการแพคขายที่ห้างสรรพสินค้า และมีแม่ค้ามารับตรง
w ยินดี ตรีรัญเพชร : จะสังเกตได้ว่ามีผักบางชนิดที่มีแมลงรบกวนมาก เช่น ผักคะน้า ซึ่งหากมีการปลูกเป็นอาชีพจะมีวิธีในการกำจัดแมลงอย่างไร นอกจากการใช้สารเคมี
w ธนวัฒน์ ศรีสกุล : ตอนนี้เรามีวิธีที่จะกำจัดแมลงโดยการปลูกพืชแซมที่มีผลไล่แมลง เช่น กะเพรา ตะไคร้หอม ดาวเรือง และมีผักบางตัว เช่น ผักกาดหอม ที่ไม่มีแมลงกิน เนื่องจากมียาง และเราก็มีการปลูกผักหมุนเวียนตามธรรมชาติ เพื่อลดการรบกวนของแมลง
w นายณรงค์ สุขขวัญ :หากเราทำโครงสร้างดินให้สมบูรณ์ ด้วยพลังของดิน ก็จะไม่มีแมลงรบกวน ดังนั้นสารเคมีก็ไม่จำเป็นต้องใช้
w อ. สามารถ รอดสันเทียะ : ผมมีการทำเกษตรผสมผสาน มีการใช้เศษหญ้า มาทำปุ๋ย การปลูกผักแบบผสมผสาน กินแล้วสบายใจ และใช้สมดุลธรรมชาติ เช่น ปลวก ก็ใช้มดแดงในการกำจัด ไม่ต้องใช้สารเคมี และมีข่าวประชาสัมพันธ์ ทางวิทยาลัยเกษตรรัตภูมิ ที่ทางราชการให้เงินสนับสนุน จำนวน 2 ล้านบาท มีแปลงสาธิต หากเกษตรกรรายย่อยท่านใดมีความสนใจ ก็สามารถทำได้ ขนาดของแปลง 2 * 7 เมตร น้ำปุ๋ย ที่ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน ค่าใช้จ่ายประมาณ 45,000 บาท หากชุมชนมีการรวมกลุ่มกันก็สามารถทำได้ และตอนนี้ทางวิทยาลัยเกษตรมีการจำหน่ายผักไร้ดิน กิโลกรัมละ 30 บาท วันก่อนก็มีชมรมเดินไปคุยไป ได้ไปเยี่ยมชม และตอนนี้โครงการของอำเภอรัตภูมิก็จะส่งเสริมให้มีการปลูก เพื่อทดแทนช่วงฤดูฝนที่ผักขาดตลาด และเรื่องของสุขภาวะ เป็นเรื่องสำคัญ คือ การเดิน มีสูตร ยา 3 เม็ด คือ 1 ออกกำลังกาย จะช่วยในการรักษาโรคหัวใจได้ดี 2 .อาหาร ต้องรับประทานอาหารที่ปลอดภัย 3. การพักผ่อน ต้องพักผ่อน 6-7 ชั่วโมง หากมีการปฎิบัติได้อย่างนี้ก็จะปลอดภัยจากโรค และมีแนวคิดอย่างหนึ่ง คือการเยี่ยมบ้าน เพื่อให้คำแนะนำในการรักษาสิ่งแวดล้อมในบ้าน เพื่อให้ทุกคนได้มีสุขภาวะที่ดี
w นายเล็ก กู้สมานเกียรติ : อยากทราบว่า โซนปลูกผักบางเหรียง ที่ปลอดสารเคมี และที่มีการใช้สารเคมีอยู่อีก อยากให้มีการชี้ชัดลงไปว่า อยู่ หมู่ไหน
w นายธนวัฒน์ ศรีสกุล : มีเขตพื้นที่เขตถนนสายเอเชีย ที่มีการเช่าพื้นที่ ประมาณ 100 ไร่ จะมีนายทุนจากต่างจังหวัดมาดำเนินการ ก็มีหมู่ 10 ,11 แต่ตอนนี้กำลังดำเนินการเชื่อมโยงเครือข่ายมาพูดคุย แลกเปลี่ยน ตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กำลังให้มีการเชื่อมโยงแนวคิด ปรึกษาหารือกัน ร่วมมือกันเพื่อรักษาชื่อเสียง ผักบางเหรียง
w นายไพฑรูย์ ศิริรักษ์ : อยากจะฝากประเด็นของ อ. สามารถ ที่ทำการปลูกผักไร้ดินที่มีการค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงสำหรับชาวบ้าน จึงอยากให้ อาจารย์ ช่วยคิดถึงต้นทุนที่ประหยัด เผื่อชาวอำเภอหาดใหญ่มีความสนใจ
w อ. ชโลม เกตุจินดา : ตอนบ่ายโมง จะมีทางเทศบาลนครหาดใหญ่เข้าร่วมสัมมนา เพราะเทศบาลต้องการขยายผลเรื่องน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งทางเทศบาลจะมีกิจกรรมมหกรรมวันน้ำหมัก ขึ้นในวันที่ 22 มกราคม 2548 ตอนนี้มีจะเห็นได้ว่าเราไม่ได้เดินอย่างโดดเดี่ยว ทางราชการก็เข้ามามีส่วนร่วม
w อ. สามารถ รอดสันเทียะ : ตอนนี้ทาง อบจ. ได้ให้งบประมาณมา 4 ล้านบาท เพื่อทำโรงปุ๋ยชีวภาพ ที่วิทยาลัยเกษตร จะมีการผลิตเพื่อใช้กันเอง และขายให้แก่เกษตรกร และสามารถให้เกษตรสามารถดูงานได้
ช่วงบ่าย
ป้าถนอม ศิริรักษ์ : ป้าถนอมได้รับเกียรติเป็นครูภูมิปัญญาไทยเมื่อปี 2546 เป็นรุ่นที่ 3 ของประเทศ ด้านโภชนาการ สทิงพระมีคำขวัญ คือ เมืองเก่าสองทะเล มนต์เสน่ห์นกน้ำ งามหาดมหาราช พระไสยาร์ทท่าล้น ผลิตผลต้นตาล ตำนานหลวงปู่ทวด สำหรับเมืองเก่าสองทะเล ไม่ใช่ทะเลหลวง แต่เป็นทะเลสาบสงขลา และพระไสยาร์ทก็ประดิษฐานอยู่ ณ. วัดสทิงพระ สำหรับสินค้าจักสาน ก็แปรรูปมาจากตาลตะโหนด แต่ก่อนเคยคิดว่าทำไมเราอยู่ใกล้ทะเล แต่ต้องซื้อพวกน้ำปลาจากในตลาด ก็เลยมีแนวคิดในการแปรรูปอาหารทะเล เช่นการทำน้ำปลา การทำซี้อิ้วปลา น้ำบูดู ซึ่งในกระบวนการทำจะใช้การหมักเป็นปี สำหรับน้ำบูดูก็สามารถแปรรูปเป็นข้าวยำ ซึ่งเป็นอาหารปักษ์ใต้ เมื่อหลายปีก่อนเคยนำซี้อิ้วปลาประกวดที่อำเภอหาดใหญ่ ได้รับรางวัลชมเชย และน้ำบูดู ข้าวยำ ซึ่งเคยประกวดที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตอนสมัยที่ นาย ชวน หลีกภัยเป็นนายก ก็ได้รางวัล จากนั้นได้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ อยู่เสมอ รูปแบบผลิตภัณฑ์ จะเน้นการบรรจุขวด ติดฉลาก ก็จะมีอาจารย์จากโคราชมาประเมิน รวมทั้งลุงยงค์แมกไซไซ ต่อมาได้มีการผลิตเต้าเจี้ยว เพื่อใช้ในครัวเรือน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย สมัยก่อนมีคนขอสูตรในการทำน้ำปลา ก็จะมีส่วนผสม ดังนี้ ปลา 50 ก.ก. เกลือ 10 ก.ก. หมักไว้ก็จะมีน้ำปลาไว้กิน สมัยก่อนน้ำบูดูที่เหลือจากการกิน ก็จะนำมาเคี่ยวใหม่ให้เหนียวก็กลายเป็น ซี้อิ้ว การทำน้ำบูดูข้าวยำ เคล็ดลับจะต้องใส่เกลือให้พอดีเพื่อกันไม่ให้เป็นหนอน
นายไพฑรูย์ ศิริรักษ์ : ตอนนี้กำลังทำสูตรน้ำบูดู เป็นแผ่นพับ เส้นทางแรกของน้ำบูดู คือจิ้งจัง หมักไว้ 8 เดือน เป็น น้ำบูดู หมักต่อไป ก็เป็น น้ำปลา และซี้อิ้วปลา แต่ก็สามารถทำกับปลาน้ำจืดได้
ป้าถนอม ศิริรักษ์ : ครูภูมิปัญญาจะต้องมีทายาทสืบต่อ และตอนนี้ ก็สามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดในโรงเรียนได้
ผู้ร่วมสัมมนา : การทำน้ำปลา สามารถใช้พุงปลา หรือเหงือกปลาได้ไหม
ป้าถนอม ศิริรักษ์ : การใช้ขี้ปลาหรือ เหงือกปลาจะต้องนำมาล้างให้สะอาด เพื่อให้น้ำปลาที่ออกมามีสีสวย ป้าถนอมคิดว่าเราควรหันมากินข้าวยำ เพราะเป็นอาหารปักษ์ใต้ แทนที่กินอาหารอีสาน พวกส้มตำ หรือลาบ เราควรกินข้าวยำ เนื่องจากมีผักในบ้านของเราเอง ตอนนี้ทางสทิงพระมีคนหันมากินข้าวยำมากขึ้น โดยเฉพาะครู นอกจากนี้ราคายังถูกด้วย รวมทั้งมีคุณค่าทางอาหาร ครบถ้วน มีเคล็ดลับ คือ ข้าวเย็นที่เหลือนำมาทอดในน้ำมันที่ร้อนนำมาผสมกินกับข้าวยำก็จะอร่อยมาก
หมออุดม ปวีณขจรวงค์ : อยากให้แม่ค้าข้าวยำพัฒนาอักหน่อย คือ ถั่วงอก ควรมีการเพาะเองเพื่อให้ข้าวยำบริสุทธ์จริงๆ
ยินดี ตรีรัญเพชร : เทคนิคในการผสมข้าวยำ
ป้าถนอม ศิริรักษ์ : เราควรเอาข้าวสวยพอน้อยๆ หากมีข้าวทอดก็ใส่ หมี่ผัด ตามด้วยส้มกุ้งแห้ง พริกป่น มะพร้าวคั่ว แล้วราดน้ำบูดู แล้วใส่ผัก
นายแจ้ว โชติธรรมรส : อยากให้ บินหลาของเรามีการหมักน้ำปลากินเอง รับรองว่าจะไม่มีผลกระทบด้านกลิ่น ผมเคยไปดูงานที่บุรีรัมย์ และได้นำสูตรมาทำ และมีโรงหมักน้ำปลาอยู่ข้างโรงเรียน ประมาณ 100 เมตร ก็ปรากฏว่าไม่มีกลิ่น สำหรับเรื่องข้าวยำ คนต่างถิ่น ถ้ามาปักษ์ใต้ต้องกินข้าวยำ
ยินดี ตรีรัญเพชร : ตอนนี้ก็มาถึง มโนราห์โรงครู จะเหมือนกับโนราบิกที่เขาออกกำลังกายอยู่ไหม
สุรชัย เหล่าสิงห์ : ก่อนถึงเรื่องมโนราห์โรงครู มีเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งได้แนวคิดมา จาก อ. สาธิต อินทรกำแหง โรคภัยที่ในโลกมีอยู่หลายชนิด แต่ที่ชัดเจน อยู่ 2 ชนิด คือ โรค ที่มองเห็น และมองไม่เห็น โรคที่ติดเชื้อ เช่น หวัด ไข้หวัดนก โรคไม่มีเชื้อ คือโรคเคล็ด เจ็บหัวเข่า มะเร็ง เบาหวาน หัวใจ ไต ไม่เป็นโรคที่ติดต่อ แต่ตายเป็นอันดับแรก การรักษาโรคต้องรักษาที่ใจ
สำหรับโนราโรงครู คำศัพท์ มี 2 คำ คือ คำว่า ครูหมอ ทั้งหนังตะลุง และมโนราห์ จะต้องมีครูหมอ แต่เราหรือไม่ว่าเรามีครูหมอตายาย คนที่จะเป็นครูได้จะต้องฝึกมาแต่อายุ 7 ขวบ และเคร่งครัดด้วยประเพณี 1.จะต้องบริสุทธ์ ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงบวช การบวชต้องบวชอย่างน้อยต้อง 1 พรรษา 2. เป็นผู้ชาย 3. ต้องมีความชอบ การรำมโนราห์ ต้องมีการใช้อวัยวะทุกส่วนทำให้ออกกำลังกาย สังเกตุได้ว่าคนรำมโนราห์อายุจะยืน ต่างจากการเล่นหนังตะลุง ที่ต้องมีการนั่งอยู่ตลอด การที่จะแสดงถึงปริญญาบัตรของมโนราห์ คือ การได้รับ เทริด ซึ่งเป็นเกียรติอย่างยิ่ง การตัดจุก จะ ต้องมีการประกาศต่อหน้าคนเยอะๆ ว่าคนนี้ คือ ครู ครูจะ ต้องรำมโนราห์เป็นต้องมีความรู้ด้านนาฎศิลป์ ขับกลอนได้ เสียงต้องไพเราะ ใน ปัจจุบันเด็กจะขับกลอนไม่ได้เนื่องจากสำเนียงเพี้ยน ต้องมีคีตศิลป์ สำหรับอุปกรณ์ เช่น กลอง ทับ จะมีการใช้หนังวัวมาห่อหุ้ม หรือ หนังค่าง แต่ ปัจจุบันได้นำฟิล์ม เอ็กซเรย์ มาใช้ การใช้ โม้ง จะเป็นเสียงลำดับจังหวะ สำหรับ หมอ จะต้องรักษา เชื่อไหมว่า การรักษาเสน ที่มีลักษณะเป็นแผ่นสีแดง คล้ายปาน จะต้องรักษาด้วยมโนราห์โรงครู โดยการเหยียบด้วยครูหมอที่มีการลงยันต์ที่หัวแม่เท้า นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออื่นๆ เช่น การบน มโนราห์โรงครูต้องรำพุธแรกเดือน 6 สิ้นสุดวันส่งเปรต แล้วมโนราห์สามารถเกี่ยวข้องกับสุขภาพ เช่น การย่อตัว ได้สุขภาพกาย นอกจากนี้ยังได้สุขภาพทางใจ คือ ดนตรี สุขภาพสังคม คือ จะมีการทำโรงหนัง จะมีการช่วยเหลือกันในหมู่ญาติพี่น้อง จะเห็นได้ว่าเสียงดนตรีจากเครื่องมโนราห์ จะมีเสียงที่ไพเราะ ซึ่งต่างจาก เสียงเพลงจากเธค ที่ดัง จนทำลายสุขภาพ
นายพีระยุตม์ วรรณพกฤษ์ : มูลนิธิเพื่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและพลังงาน กล่าวว่า ทางเทศบาลนครหาดใหญ่ ร่วมกับ องค์การต่างๆที่เกี่ยวข้อง จะจัดงานวันน้ำหมัก ซึ่งจะจัดในวันที่ 22 มกราคม 2548 จะมีการพูดคุย กันถึงการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ และทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จะนำกล้องจุลทรรศมาส่องเพื่อดูว่าจุลินทรีย์เป็นอย่างไร
นายจิตร สุวรรณชาตรี : ผมเชื่อเรื่อง ความสมดุลธรรมชาติ ซึ่งในสวนยางจะไม่ใช้ปุ๋ย และไม่ไถกลบ ไส้เดือนจากสวนข้างๆก็มาอาศัย ยางพาราก็มีน้ำยาง ขอเพียงอย่ากรีดบาด ยางพาราก็สามารถอยู่ได้เป็น 20 ปี
นายลอย แก้วมณี : ผมมียา คือ ธาตุ ทั้ง 4 ธาตุ โดยเฉพาะ น้ำ มีความสำคัญมาก เพราะช่วยขับถ่ายของเสีย ตอนเช้า ควรดื่มน้ำประมาณ 3 -5 แก้ว จะช่วยลดมะเร็งในลำไส้ โรคริดสีดวงทวาร
ปิดเวที อ. สุชาติ ณ สงขลา : วันนี้ มีสาระมาก เริ่มที่ประเดิม ที่เน้นถึงเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งคุณณรงค์ สุขขวัญ ที่มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ป้าถนอม ที่มีความรู้ในการแปรรูปที่คนรู้จักมาก อ. สุรชัยที่นำความรู้ด้านบทกลอนมานำเสนอ สำหรับคุณธนวัฒน์ ที่พยายามนำเสนอผักบางเหรียง จนสามารถขึ้นห้างได้ การนำเสนอข่าวด้านสุขภาพของบินหลาที่มีความหลากหลาย มีมากขึ้น และบินหลาก็มีสุขภาพจิตดี ผมเองก็ปฎิบัติ ด้วยการกินน้ำมะนาวผสมกับน้ำผึ้ง กินทุกเช้าก่อนกินข้าว และกินตอนเย็นอีกครั้ง
Relate topics
- รายงานกิจกรรมเวทีประเมินผลและสรุปบทเรียน
- กิจกรรมเวทีเร่โซนเมืองบินหลาหาข่าว ฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ จ. พัทลุง
- ประวัติความเป็นมาชมรมผู้สื่อข่าวเพื่อชุมชนคนสงขลา (เครือข่ายบินหลา)
- ตัวอย่างข่าวสุขภาพที่นำเสนอผ่านรายการบินหลาหาข่าว
- ลักษณะโครงการโดยรวม
- บทสรุปย่อการดำเนินงานโครงการสื่อสารสาธารณะฯ
- ทัวร์เพื่อการเรียนรู้ครั้งที่ 2
- ทัวร์เพื่อการเรียนรู้ครั้งที่ 1
- เรื่องกล้วยๆ
- วันกินผักบางเหรียง
5555555555 (Not Member)