กิจกรรมทัวร์เพื่อการเรียนรู้ครั้งที่ 2
วันที่ 3 กันยายน 2548 ณ สวนเกษตรธาตุสี่ ของ ปะหรน หมัดหลี / 

สวนกสิกรรมไร้สารพิษ ของ อ. ภานุ พิทักษ์เผ่า"
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม
ที่ ชื่อ - สกุล ที่อยู่
1 นางกาญจนา กล่อมพล 74 ม.2 ต. ทุ่งลาน อ. คลองหอยโข่ง จ.สงขลา
2 นางดรุณี สถิระบุตร 186 ม.9 ต. ปริก อ. สะเดา จ. สงขลา
3 นางวรรณา ลิมะพันธุ์ 224 ม.10 ต. เกาะแต้ว อ. เมือง จ. สงขลา
4 นายเกษม ลิมะพันธ์ 224 ม.10 ต. เกาะแต้ว อ. เมือง จ. สงขลา
5 นางเนี่ยม เพ็ชรมณี 23/1 ม.2 ต. นาหม่อม อ. นาหม่อม จ. สงขลา
6 นางกิ้มลั่น แก้วสองศรี 8 ม.2 ต. นาหม่อม อ. นาหม่อม จ. สงขลา
7 นายล้อม ยอดขวัญ 108/2 ม.3 ต. จะโหนง อ. จะนะ จ. สงขลา
8 นายวินัย คงทอง 34/1 ม.2ต. คลองหรั่ง อ. นาหม่อม จ. สงขลา
9 นางจุฑามาศ ชูเชิด 17 ม.2 ต. นาหม่อม อ. นาหม่อม จ. สงขลา
10 น.ส. ปรีดา ฉิมนวล 68/2 ม.3 ต. ควนลัง อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
11 น.ส. จิตรา แก้วณรงค์ 109 ม.3 ต. ทุ่งตำเสา อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
12 นางพิรมนต์ อรัญศักดิ์ 64 ม.3 ต. คลองกวาง อ. นาทวี จ. สงขลา
13 นายบ่าว พิมลไทย 7 ม.1 ต. คลองกวาง อ. นาทวี จ. สงขลา
14 นางวิล ดำคง 37/2 ต. คลองกวาง อ. นาทวี จ. สงขลา
15 นายสมศักดิ์ ธรรมโชโต 74/1 ต. คลองกวาง อ. นาทวี จ. สงขลา
16 นายธนฤกษ์ ปืนทอง 74/5 ม.4 ต.นาหม่อม อ. นาหม่อม จ. สงขลา
17 ผอ. สถิต หมัดสอ 3/1 ม.7 ต. จะโหนง อ. จะนะ จ.สงขลา
18 นางสาลี หมัดสอ 3/1 ม.7 ต. จะโหนง อ. จะนะ จ.สงขลา
19 นางวนิดา ตัณธชุน 83/1 ม.7 ต. จะโหนง อ. จะนะ จ.สงขลา
20 นางผกามาศ ทองมาก 47 ม.8 ต. นาหว้า อ. จะนะ จ. สงขลา
21 น.ส.อุษณา ขวัญพรหม สถานีอนามัยบ้านพรุ ต. บ้านพรุ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
22 นายไพฑูรย์ ศิริรักษ์ 99/109 กาญจนวนิช 41 อ. เมือง จ. สงขลา
23 นายสิริชัย ดิสสระ 1/6 ม.4 ต. สำนักแต้ว อ. สะเดา จ. สงขลา
24 นางสุริยา ดิสสระ 1/6 ม.4 ต. สำนักแต้ว อ. สะเดา จ. สงขลา
25 นายเปี้ยน โทมณี 268 ต. ปาดังฯ อ. สะเดา จ. สงขลา
26 นางกลิ่น โทมณี 268 ต. ปาดังฯ อ. สะเดา จ. สงขลา
27 นายเฉลียว พุฒชู 48 /1 ม.3 ต. ท่าช้าง อ. บางกล่ำ จ. สงขลา
28 นางสุภาพ พุฒชู โรงเรียนวัดเนินพิชัย ต. ท่าช้าง อ. บางกล่ำ จ. สงขลา
29 นายสวัสดิ์ อรัญศักดิ์ 64 ม.3 ต. คลองกวาง อ. นาทวี จ. สงขลา
30 นายทวี นุธรรมโชติ 11/4 ม.4 ต. คลองแห อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
31 นางกาญจนา นุธรรมโชติ 11/4 ม.4 ต. คลองแห อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
32 นายสว่าง ประทุมวรรณ 92 ม.3 ต. ทุ่งตำเสา อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
33 นายเล็ก กู้สมานเกียรติ 19 ม.4 ต. นาทวี อ. นาทวี จ. สงขลา
34 น.ส. นารินทร์ ตรีวัย 92 ม.5 ต. บ้านหาร อ. บางกล่ำ จ. สงขลา
35 นางยินดี ตรีรัญเพชร 39 /4 ม.6 ต. นาหม่อม อ. นาหม่อม จ. สงขลา
36 นายบุญช่วย หมิ่นเส้ง 39 /4 ม.6 ต. นาหม่อม อ. นาหม่อม จ. สงขลา
37 นายณรงค์ คลองแห 48/6 ลพบุรีราเมศ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
38 นายลอย แก้วมณี 23 ม.5 ต. บ้านหาร อ. บางกล่ำ จ. สงขลา
39 นายสมศักดิ์ คงไชย 37 ม.2 ต. ทุ่งขมิ้น อ. นาหม่อม จ. สงขลา
40 นายผก ยอดดำ 16 ม.10 ต.ทับช้าง อ. นาทวี จ. สงขลา
41 นายเกษม ทองมาก 362 ม.1 ต. กำแพงเพชร อ. รัตภูมิ จ. สงขลา
42 นางลดาวัลย์ เมืองศรี 99/109 กาญจนวนิช 41 อ. เมือง จ. สงขลา
43 นายสามารถ รอดสันเทียะ 230 ม.5 ต. กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ. สงขลา
44 นายคิ้น แสงเกตุ 112 ม.4 ต. คลองแห อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
45 นายนิมิตร แสงเกตุ 112 ม.4 ต. คลองแห อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
46 นายอัครชัย ทศกูล 56/2 ม.7 ต. ควนรู อ. รัตภูมิ จ. สงขลา
47 นายจิตร สุวรรณชาตรี 35/1 ม.5 ต. บ้านหาร อ. บางกล่ำ จ. สงขลา
48 นายเชื่อน จันทบุรี 193 ม.13 ต. กำแพงเพชร อ. รัตภูมิ จ. สงขลา
49 นายสุชาติ ณ สงขลา 73 ม.1 ต. น้ำน้อย อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
50 น.ส. นวลวรรณ เขียวมณีนัย 50 ม. 2 ต. ประดู่ อ. นาทวี จ. สงขลา
51 น.ส. วรรณา สุวรรณชาตรี 36 /2 ม.5 ต. ฉลุง อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
สรุปทัวร์เพื่อการเรียนรู้
เวลา 10.00 - 12.00 น. เครือข่ายบินหลาเยี่ยมชมสวนเกษตรธรรมชาติธาตุสี่ของ
ปะหรน หมัดหลี
แนวคิดการทำเกษตรธาตุสี่
ปัจจุบันปะหรน หมัดหลี มีอายุ 78 ปี ปะหรนมีการทำเกษตรมาตั้งแต่ อายุ 15 ปี ตอนแรกทำเป็นสวนป่าสมุนไพร เริ่มตั้งแต่ พ. ศ. 2527 มีการทำสวนเกษตรที่ไม่ทำลายธรรมชาติ โดยไม่ใช้สารเคมีหรือปุ๋ยเคมี สวนเกษตรปะหรน มีเนื้อที่ 100 ไร่ ซึ่งปะหรนมีแนวคิคการทำสวน คือ การปลูกป่า โดยไม่ทำลายพืชที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เพราะท่านถือว่า พืชที่ปลูกกว่าจะได้ผลผลิต ก็ต้องกินพืชที่มีอยู่ในธรรมชาติ ซึ่งเป็นยอดผักที่มีอยู่ในธรรมชาติ ในการทำสวนของปะหรน ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง มองว่าเป็นสวนที่ไม่เอาไหน ซึ่งปะหรน ก็นำคำพูดของเพื่อนบ้านกลับมากลั่นกรอง และปะหรน มองว่าทำอย่างไรถึงจะได้ผลผลิตที่ดีขึ้นกว่าคนในสมัยก่อนที่มีการทำสวนแบบสะแปะสะปะ ตอนนั้นทำสวนด้วยเรียนไปด้วย และได้เรียนในโรงเรียนสอนศาสนา จึงนำแนวคิดตามหลักศาสนามาประยุกต์ใช้ในการทำสวน
ต่อมามีเจ้าหน้าที่เกษตรมาถามถึงวิธีการปลูก ก็ได้บอกถึงวิธีการปลูก คือ การปลูก แบบโยนเมล็ด คือ มีพื้นที่ว่างที่ไหน ก็ใช้เมล็ดพืชทิ้งไป ปลูกพืชปนๆกันไป พอปี 2530 มีคนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นระยะ
พ.ศ. 2536 ได้เดินทางไปกรุงเทพ ซึ่งเป็นการประชุมธนาคารโลก ก็ได้รับเชิญให้กล่าวถึงการทำเกษตร ซึ่งได้นำเสนอถึงวิธีการปลูกผลไม้ ในสวนยางพารา พืชพื้นบ้านกินยอดไว้ในสวน และได้บอกถึงวิธีคิด ว่าการที่ปลูกพืชหลายชนิดและไม่ทำลายพืชดังเดิมที่มีอยู่ในแปลงยางพารา เพราะว่ากว่าผลไม้หรือยางพาราจะได้ผลผลิต ก็ต้องกินพืชที่มีในธรรมชาติก่อน ในการนำเสนอครั้งนั้นมีฝรั่งไม่เชื่อว่าจะมีความเป็นไปได้ ก็เลยท้าทายให้ฝรั่งมาดูสวน
7 วันต่อมาฝรั่งก็มาดูสวน สิ่งที่แปลกใจ คือ ฝรั่งไม่รู้จักยางพารา เมื่อมาเยี่ยมสวนและได้แลกเปลี่ยนความรู้ ฝรั่งก็ได้ยอมรับแนวคิดของปะหรน หมัดหลี แล้วฝรั่งก็มีการโฆษณา พูดถึงแนวคิดการทำเกษตรของปะหรน หลังจากนั้นก็มีคนญี่ปุ่น ชาวต่างชาติก็มาศึกษาเรียนรู้ รวมทั้งคนทั่วไป
การที่ได้ชื่อว่าเกษตรธาตุสี่ เนื่องจากได้รับรางวัล คนดีศรีสังคม ในปี 2536 ของพณฯ พลเอกเปรม ติณสูณานนท์ ในปี 2538 ได้รับรางวัลด้านวัฒนธรรมดีเด่น ได้ไปรับรางวัลที่ศาลาดุสิตดาลัย สาขาภูมิปัญญาไทยเกษตรธาตุสี่ เนื่องจากแนวคิดการปลูกพืชหลายชนิดในหลุมเดียวกัน ซึ่งเป็นพืชที่มีธาตุสมดุลกัน คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งพืชแต่ละชนิดจะมีธาตุที่แตกต่างกันออกไป เช่น ทุเรียนจะมีธาตุร้อน และมีรากที่ยาว ทำให้หาอาหารได้ไกลและเป็นพืชที่เอื้อเฟื้อต่อพืชอื่น คือเมื่อมีการออกดอก หรือมีการผลัดลูกเล็กๆ จะเป็นปุ๋ยให้พืชใกล้เคียง มังคุดเป็นพืชธาตุเย็น จะมีรากที่เป็นฝอยพุ่ม จะหาอาหารในบริเวณใกล้เคียง และลางสาดหรือลองกอง จะมีรากแก้วที่ลึกหาน้ำใต้ดินขึ้นมาบำรุงต้น ดังนั้นพืชทั้ง 3 ชนิด จึงปลูกในหลุมเดียวกันได้ และก็ให้ผลผลิตเหมือนกับการปลูกทั่วไป
ในสวนเกษตรธาตุสี่ของปะหรน จะมีการปลูกพืชหลากหลาย เช่น ยางพารา จำปะดะ ทุเรียน ลองกอง มังคุด สะตอ เงาะ และบางชนิดก็กำลังจะสูญหายไป คือ ละมัย เพราะตลาดไม่นิยม และพืชกินยอด เช่น ผักกูด พืชสมุนไพรในแปลงยาง สำหรับสมุนไพรในแปลงยางได้มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ได้มีการสำรวจ พบสมุนไพร 287 ชนิด เนื่องจากระยะหลังมีคนมาศึกษาดูงานเยอะมีการแอบเก็บสมุนไพรกลับไป ทำให้พืชสมุนไพรสูญหายไปบ้าง จนในปัจจุบันเหลือไม่กี่ชนิด เมื่อมีได้รับรางวัลเกษตรธาตุสี่ ก็เลยได้ยกเลิกการใช้ชื่อสวนป่าสมุนไพร
ในปัจจุบันมีแนวคิดเกษตร 5 ธาตุ ซึ่งเป็นแนวคิดของจีน ที่เพิ่มอากาศที่ล่องลอยเข้ามา เนื่องจากต้นไม้กินอาหารทางใบ
แนวคิดการทำสวนเกษตร คือทำแบบเลี้ยงครอบครัว ใช้แนวคิดแบบเศรษฐกิจพอเพียง ไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมี หรือสารเคมีต่างๆ จะมีการเลี้ยงสัตว์ไว้ เพื่อใช้มูลสัตว์ในการทำปุ๋ย และใช้แรงงานสัตว์ในการทำสวน เช่น เลี้ยงไก่ นอกจากจะได้ขี้ไก่แล้ว ยังมีไก่ที่จะช่วยพรวนดินให้พืช
หลังจากฟังแนวคิดของปะหรน หมัดหลี แล้ว เครือข่ายบินหลาได้มีการไปชมสวนเกษตรธาตุสี่ของปะหรน ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินเท้า 2 กิโลเมตร
13.00 น ชมสวนทุเรียน 200 ปี
เป็นสวนทุเรียนพื้นเมือง ซึ่งมีอายุ 200 ปี ขนาดของต้น 5 คนโอบ
14.00 น ไปเยี่ยมชมสวนกสิกรรมไร้สารพิษ ของ อ. ภานุ พิทักษ์เผ่า แนวคิดกสิกรรมไร้สารพิษ ในอดีตเคยรับราชการครู และได้เห็นถึงวิถีชีวิตของเกษตรกรภาคอีสาน ที่ทำนาแต่ไม่มีข้าวกิน เนื่องจากการเป็นหนี้ เรียกว่าปรากฏการตกเขียว เนื่องจากต้องใช้ข้าวในการปลดหนี้ จึงต้องกินมันสำปะหลังหัวเล็กๆ ทำให้คุณภาพชีวิตไม่ดี จึงเกิดความคิด ทำอย่างไรให้ชาวบ้านสามารถมีชีวิตที่ดี เครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษ เริ่มที่จังหวัดกาญจนบุรี มีการสร้างจิตวิญญาณในการรวมกลุ่ม ได้มีการอบรมให้กับเกษตรกรที่เป็นลูกหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีเครือข่ายชุมชน 20 ชุมชน ปัญหาของเกษตรกรในอดีต เมื่อมีการกู้เงิน ก็จะนำเงินไปซื้อ ปุ๋ย สารเคมี เมื่อเกษตรกรได้รับการอบรม และได้รับความรู้ในการทำเกษตรแบบไร้สารพิษ เกษตรกรสามารถลดการใช้ปุ๋ย ใช้สารเคมี สารเคมี เป็นภัยเงียบ ที่เกษตรกรเปิดประตูบ้านแบบไม่รู้ตัว มีการรับเคมีเข้ามา ซึ่งคนที่ได้รับสารเคมีมีทั้งคนที่ปลูกและคนบริโภค ปัจจุบันมีโรคต่างๆที่คนส่วนใหญ่เป็นกันมาก ได้แก่โรคอ้วน ซึ่งในการรักษาปัจจุบันจะการรักษาทั้งที่เป็นแพทย์ทางเลือก ที่ไม่ใช้ยา และแพทย์กระแสหลัก ที่ใช้ยา นอกจากนี้อาหารปัจจุบันก็มีการตัดแต่งพันธุกรรม เช่น ไก่GMO. ที่นำมาประกอบเป็นไก่ KFC. ซึ่งการนำเสนอครั้งนี้ ได้มีเด็กนักเรียนจากโรงเรียนชลประทานชลสิทธิ์ จากอำเภอรัตภูมิ เข้าร่วมเรียนรู้ด้วย ในการทำเกษตรอินทรีย์ ถ้ามีแนวคิดในการใช้ปุ๋ยเคมีอยู่อีก ถือว่าผิดทาง และไม่เข้าใจแนวคิด ในการพึ่งพาอาศัยกัน การเรียนรู้ร่วมกัน ด้านปัญหาเรื่องตลาด แก้ปัญหาโดยให้ชุมชนมีการรวมกลุ่มกัน เครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษ ได้คิดค้นการทำถ่านผลไม้ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลไม้ คือ การนำผลไม้มาเผาด้วยแกรบ เผา 3 ชั่วโมง ก็จะได้ถ่านผลไม้ ที่มีราคาลูกละ 10 บาท สามารถใช้ลดกลิ่นต่างๆในตู้เย็น และในรถยนต์ นอกจากนี้ได้สร้างเตาเผาควันไม้ ซึ่งเมื่อมีการเผาแล้วก็จะมีน้ำส้มควันไม้ ซึ่งสามารถนำมาเป็นสารขับไล่แมลงได้ ซึ่งสามารถทำแล้วจำหน่ายได้ราคาลิตรละ 120 บาท หลังจากนั้นเครือข่ายบินหลาได้มีการเยี่ยมชมเตาควันไม้ และชมสวนกสิกรรมไร้สารพิษ ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินเท้าเข้าไปชมสวน ซึ่งจะมีการปลูกผลไม้ที่เป็นพืชเศรษฐกิจ เช่น ส้มโชกุน และผลไม้ที่สามารถนำมาทำน้ำหมักชีวภาพ เช่น มะเฟือง
Relate topics
- รายงานกิจกรรมเวทีประเมินผลและสรุปบทเรียน
- กิจกรรมเวทีเร่โซนเมืองบินหลาหาข่าว ฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ จ. พัทลุง
- ประวัติความเป็นมาชมรมผู้สื่อข่าวเพื่อชุมชนคนสงขลา (เครือข่ายบินหลา)
- ตัวอย่างข่าวสุขภาพที่นำเสนอผ่านรายการบินหลาหาข่าว
- ลักษณะโครงการโดยรวม
- บทสรุปย่อการดำเนินงานโครงการสื่อสารสาธารณะฯ
- ทัวร์เพื่อการเรียนรู้ครั้งที่ 1
- เรื่องกล้วยๆ
- วันกินผักบางเหรียง
- เวทีทำแผนปฏิบัติการ : โครงการสื่อสารสาธารณะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพของคนสงขลา
