โครงการสื่อสารสาธารณะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพของคนสงขลา มีองค์กรรับผิดชอบหลัก คือ ชมรมนักจัดรายการวิทยุและผู้สื่อข่าวเพื่อชุมชนคนสงขลา (เครือข่ายบินหลา) ซึ่งมี นายไพฑูรย์ ศิริรักษ์ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ
โครงการได้เริ่มดำเนินกิจกรรมระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2547 - 30 ตุลาคม 2548 ได้รับงบสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ รวมทั้งสิ้น 291,000 บาท
การดำเนินงานของโครงการมีการแบ่งกิจกรรมออกเป็น 7 กิจกรรม ดังนี้
1. กิจกรรมพัฒนาศักยภาพ
1.1. ประชุมกรรมการเพื่อทำแผนพัฒนาศักยภาพ ในวันที่ 9 ตุลาคม 2547 ณ สำนักงานบ้านเฉลิมศรี ต. หาดใหญ่ จ. สงขลา จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 18 คน
เป็นการประชุมเพื่อหาแนวทางในกิจกรรมพัฒนาศักยภาพเครือข่ายบินหลา ความเห็นในที่ประชุม เครือข่ายบินหลาควรได้รับการอบรมการเขียนข่าว เพราะเป็นปัจจัยแรกที่จะให้มีการนำเสนอข่าวที่มีคุณภาพมากขึ้น และควรมีการอบรมอินเตอร์เน็ตเบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางในการค้นหาข่าวที่หลากหลาย และทันต่อเหตุการณ์
1.2 กิจกรรมพัฒนาศักยภาพ วันที่ 25 ตุลาคม 2547 ณ สำนักงานปฏิบัติการชุมชนและเมืองน่าอยู่และสำนักงานบ้านเฉลิมศรี ต. หาดใหญ่ จ. สงขลา จำนวนผู้เข้าอบรม 36 คน
กิจกรรมการอบรมการเขียนข่าว โดยมีวิทยากร ได้แก่ นายไพฑูรย์ ศิริรักษ์ นายเกษม ลิมะพันธ์ นางยินดี ตรีรัญเพชร ในการอบรมการเขียนข่าวเครือข่ายจะได้รับความรู้ในเรื่องหลักการเขียนข่าวเบื้องต้น คือ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร เป็นแนวทางหลักในการเขียนข่าว
ด้วยเครือข่ายบินหลาไม่เคยมีประสบการณ์ในเรื่องการเขียนข่าวมาก่อน จากการได้เข้าร่วมในกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ ทำให้เครือข่ายบินหลาได้ความรู้ในเรื่องการเขียนข่าวอย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยมีวิธีการ คือ ให้เครือข่ายบินหลามีการเขียนข่าวที่ตนเองจะนำเสนอ หลังจากนั้นจึงมีการให้เครือข่ายบินหลาบันทึกเสียง แล้วจึงมาเปิดฟัง พร้อมทั้งรับฟังคำเสนอแนะจากวิทยากร
นอกจากจะอบรมการเขียนข่าว ในกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ ยังมีการอบรมอินเตอร์เน็ตเบื้องต้น ในระหว่างการอบรมอินเตอร์ พบว่า เครือข่ายบินหลาส่วนใหญ่มีความรู้ในเรื่องคอมพิวเตอร์น้อยมาก ประเมินได้ว่า ในการอบรมอินเตอร์เน็ตเบื้องต้นมีประโยชน์เฉพาะเครือข่ายบินหลาที่มีความรู้ในคอมพิวเตอร์ ส่วนเครือข่ายบินหลาที่ไม่มีความรู้ในเรื่องคอมพิวเตอร์ก็จะไม่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้เลย
2. สัมมนาแกนนำสมาชิกบินหลา
2.1 สัมมนาแกนนำสมาชิกบินหลา ประเด็น ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับสุขภาวะ<br />
วันที่ 28 ธันวาคม 2547 ผู้เข้าร่วม 50 คน ณ เทศบาลนครหาดใหญ่<br />
การสัมมนาแกนนำสมาชิกบินหลาได้มีการสัมมนาถึงเรื่องภูมิปัญญาในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตในแต่ละชุมชน โดยมีวิทยากรที่มีความรู้ในเรื่องต่างๆ เช่น เกษตรวิถีธรรม เกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพ และเกษตรที่มีการจัดการในเชิงพาณิชย์ โดยมีวิทยากร 3 ท่าน ซึ่งแต่ละท่านจะให้ความรู้ในเรื่องต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป เช่น เกษตรวิถีธรรมก็จะให้ความรู้ว่า การทำเกษตรได้นำเอาวิถีธรรม หลักการธรรมชาติ นำหลักศาสนาเข้ามาพัฒนาเครือข่ายกลุ่มเกษตรกร ที่มีการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดสารเคมี ซึ่งหากไม่มีการจุดประเด็นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องเหล่านี้ ก็จะไม่มีใครนึกถึง ปัจจุบันสังคมเกษตรกรรมที่มุ่งเน้นการผลิตสินค้าให้ได้จำนวนมาก จนอาจจะลืมมิติด้านศาสนา ด้านหลักการธรรมชาติ จนทำให้ปัญหาส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีการผลิตสินค้าเกษตรที่ไม่ปลอดภัย<br />
การนำความรู้ในเรื่องการผลิตสินค้าเกษตรที่นำเอาความรู้ในเรื่องเกษตรอินทรีย์ การผลิตน้ำจุลินทรีย์ชีวภาพ มาประยุกต์ใช้ในการทำเกษตร รวมทั้งการผลิตสินค้าเกษตรในเชิงพาณิชย์ ที่มีการจัดการตลาดในพื้นที่<br />
นอกจากประเด็นเรื่องการเกษตรแล้ว ยังมีประเด็นการแปรรูปอาหารทะเล ที่นำภูมิปัญญาในอดีตมาประยุกต์ใช้ในการถนอมอาหาร ซึ่งความรู้เหล่านี้ก็จะมีอยู่ในพื้นที่ ที่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเล ซึ่งกิจกรรมการสัมมนาเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะมีการเรียนรู้ร่วมกัน เชื่อมโยงกันในระหว่างพื้นที่ ที่มีความแตกต่างกันในด้านภูมิศาสตร์
ภาคใต้มีวัฒนธรรมประเพณี ที่เป็นรากฐานในการดำรงวิถีชีวิต วัฒนธรรมพื้นบ้านเป็นกิจกรรม ที่ให้คนในหมู่บ้าน หรือเครือญาติ ได้มีส่วนร่วมในการร่วมกิจกรรม ภูมิปัญญาในเรื่องต่างๆ เช่น การแพทย์แผนโบราณ การประกอบอาชีพ ตำนานต่างๆ การเล่าเรื่องราวเหล่านี้จะผ่านการแสดงมโนราห์ ซึ่งปัจจุบันผู้คนไม่ได้เห็นความสำคัญ แต่เมื่อมีการจุดประกายถึงประโยชน์ด้านต่างๆในการแสดงมโนราห์ ทำให้เครือข่ายมีการเรียนรู้เพิ่มขึ้นว่า วัฒนธรรมเหล่านี้นอกจากจะให้ความสุขด้านจิตใจแล้วยังสื่อถึงจิตวิญญาณได้ดี เช่น ระลึกถึง ครูบาอาจารย์ ที่มีบุญคุณ ทำให้มีประเพณี การไหว้ครู รวมทั้งปัจจุบันมีการนำท่าทางมโนราห์มาประยุกต์ใช้ในการออกกำลังกาย การที่จะให้ความรู้เหล่านี้มีการเผยแพร่ไปในวงกว้าง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเวทีที่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้หาได้น้อยมากในชุมชน จึงทำให้ชุมชนในปัจจุบันต่างคนต่างอยู่มากขึ้น<br />
จากกิจกรรมดังกล่าว ผ่านกระบวนการพูด การฟัง จากผู้ที่มีความรู้ ภูมิปัญญา ทำให้เป็นกระบวนการเชื่อมโยงข้อมูลด้านสุขภาพในพื้นที่ ทำให้เครือข่ายบินหลาได้ทราบถึงกิจกรรมด้านสุขภาพในพื้นที่ต่างๆ สามารถที่จะนำเสนอข้อมูลผ่านรายการบินหลาหาข่าวได้
3. เวทีสัญจร (เวทีเร่)
กิจกรรมเวทีสัญจร (เวทีเร่) มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้เครือข่ายบินหลาทั้ง 16 อำเภอมีการร่วมแลกเปลี่ยนกิจกรรมด้านสุขภาพ โดยมีแนวทางกิจกรรม ให้เครือข่ายบินหลาในพื้นที่ ที่มีความพร้อมวางแผนร่วมกับคณะทำงานเพื่อจัดกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมเวทีเร่ จัดเป็นจำนวน 4 ครั้ง 4 โซน ตามลักษณะวัฒนธรรมในพื้นที่
3.1 ประชุมกรรมการเพื่อเตรียมเวทีสัญจรลงพื้นที่แต่ละโซน วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2548 ณ สำนักงานบ้านเฉลิมศรี ต. หาดใหญ่ จ. สงขลา<br />
ประชุมกรรมการ เพื่อเตรียมเวทีในแต่ละโซน ในที่ประชุมกรรมการให้ความเห็นว่าการจัดกิจกรรมควรถ่ายทอดเสียงทางสถานีวิทยุแทนการบันทึกเทปโทรทัศน์ โดยให้เหตุผลว่าการบันทึกเทปโทรทัศน์จะต้องมีกิจกรรมเป็นกระบวนการ เนื้อหาข้อมูลที่เป็นระบบ และเครือข่ายบินหลาไม่มีทักษะด้านนี้เท่าที่ควร ซึ่งต่างจากการถ่ายทอดเสียงผ่านวิทยุ ซึ่งมีเครือข่ายบินหลาฟังเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เครือข่ายและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยก็มีการเชื่อมต่อกิจกรรมอยู่ด้วย ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการกำหนดร่างกิจกรรมเวทีสัญจรในแต่ละโซน
3.2 เวทีสัญจรโซนเหนือ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลฉาง อ. นาทวี จ. สงขลา วันที่ 5 มีนาคม 2548 มีเครือข่ายบินหลาทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม
ในการจัดกิจกรรมเวทีสัญจรโซนเหนือ จะมีหน่วยงานส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมเนื่องจากแกนนำเครือข่ายบินหลา นายเจริญ เข็มจะระ ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลฉาง ทำให้มีการเชื่อมต่อองค์กรอื่นๆในท้องถิ่นเข้ามาร่วมกิจกรรม เช่น โรงพยาบาลราษฏร์ยินดี ที่บริการตรวจสุขภาพฟรี กลุ่มอาสาสมัครพัฒนาที่ดิน มาให้ความรู้ในเรื่องการบำรุงรักษาดิน เจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งอำเภอนาทวี กรุณาให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน
ลักษณะกิจกรรม ในช่วงเช้ามีเวทีเสวนาในประเด็น " สุขภาวะสำคัญหรือไม่ คนโซนเหนือคิดอย่างไร" ซึ่งถ่ายทอดเสียงผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย คลื่นความถี่ 102.25 MHz. ในการเสวนาจะมีผู้รู้ในเรื่องสุขภาพ เช่น นายแพทย์ สำนักงานขนส่งอำเภอนาทวี ผู้สูงอายุในพื้นที่ เกษตรกรในพื้นที่ที่มีการทำเกษตรที่ปลอดสารเคมีมาร่วมพูดคุย ในช่วงบ่ายมีการแข่งขันกีฬาสานสัมพันธ์ ระหว่างเครือข่ายบินหลา และทีมองค์การบริหารส่วนตำบลฉาง ในกิจกรรมดังกล่าวได้มีนายสมพร ใช้บางยาง ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเป็นประธาน
ผลที่ได้จากกิจกรรมในครั้งนี้ ทำให้เครือข่ายบินหลาได้มีการพบปะ เครือข่ายที่รับฟังรายการบินหลาหาข่าว การมีส่วนร่วมในกิจกรรมในท้องถิ่น การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆในพื้นที่
3.3 ประชุมกรรมการโซนบก และโซนตก เตรียมเวทีสัญจร วันที่ 2 เมษายน 2548 ณ สำนักงานบ้านเฉลิมศรี ต. หาดใหญ่ จ. สงขลา
มีการประชุมกรรมการโซนบกและโซนตก เพื่อกำหนดกิจกรรมเวทีสัญจรต่อจากครั้งที่แล้ว มีการกำหนดกรอบกิจกรรม วันเวลา สถานที่
3.4 กิจกรรมเวทีสัญจรโซนบก วันที่ 19 พฤษภาคม 2548 ณ หอประชุมรัตนโกสินทร์ อ. สทิงพระ
จ. สงขลา
กิจกรรมมีการเสวนา เรื่องวิถีภูมิปัญญาชาวบก ซึ่งเป็นการเสวนาถึงวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาทั้งในอดีตและปัจจุบัน อาชีพที่หลากหลายของคนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ทั้งอาชีพการแปรรูปตาลโตนดของกลุ่มแม่น้ำรำแดง ที่นำน้ำตาลโตนดมาแปรรูปเป็นน้ำส้มสายชูกลั่น จนเป็นสินค้าโอทอปของตำบล การผลิตน้ำผึ้ง ที่มีการเพาะเลี้ยงผึ้งในพื้นที่ป่าเสม็ดของพื้นที่กระแสสินธุ์ การผลิตข้าวซ้อมมือของบ้านผักกูด อ. ระโนด ที่มีการประยุกต์ใช้เครื่องมือให้มีความสอดคล้องกับพื้นที่ การทำไร่นาสวนผสมบ้านบ่อดาน ซึ่งพื้นที่เพาะปลูกของคาบสมุทรสทิงพระจะมีความหลากหลาย และอาชีพของชาวบ้านส่วนใหญ่ จะประกอบอาชีพทำนา ตาลโตนด ประมง และการทำไร่นาสวนผสม ที่ส่งผลในการสร้างเสริมสุขภาพ การแสดงของศิลปินพื้นบ้านที่มีการประยุกต์ ทั้งการขับกลอนมโนราห์ และเล่นดนตรีหนังตะลุง ที่มีผู้แสดงคนเดียว โดยกิจกรรมดังกล่าวมีการถ่ายทอดเสียงผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย คลื่นความถี่ 102.25 MHz. ในกิจกรรมเวทีสัญจรได้มีหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม เช่น นายนพดล สองเมือง นายอำเภอสทิงพระ เป็นประธานในการเปิดการเสวนา ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอสทิงพระ กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข และเครือข่ายบินหลาในพื้นที่
3.5 กิจกรรมเวทีสัญจรโซนตก วันกินผักบางเหรียง วันที่ 12 มิถุนายน 2548 ณ โรงเรียนบ้าน บางเหรียง อ. ควนเนียง จ. สงขลา
กิจกรรมในครั้งนี้มีเครือข่ายบินหลา มีองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สหกรณ์ผู้ผลิตผักปลอดสารพิษบางเหรียง สำนักงานวิจัยพืชที่ 8 กรมวิชาการเกษตร โรงพยาบาลควนเนียง โรงพยาบาลราษฏร์ยินดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดย โครงการสมัชชาสุขภาพบางเหรียง
ผลที่ได้จากการจัดกิจกรรม การที่หน่วยงานต่างๆ ให้ความสนใจในพื้นที่บางเหรียง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกผักส่งขายตลาดกลางหาดใหญ่ เกษตรกรในพื้นที่บางส่วนที่เป็นลูกจ้างในระบบการผลิตผักเชิงพานิชย์จะมีการใช้สารเคมีจำนวนมากในการผลิตผัก ทำให้เกษตรกรจำนวนหนึ่งที่มีการรวมกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ ได้รับผลกระทบ จากความไม่เข้าใจของผู้บริโภค ทำให้กลุ่มสหกรณ์ผู้ปลูกผักปลอดสารพิษและองค์กรที่เกี่ยวข้องริเริ่มจัดกิจกรรมนำร่องวันกินผักบางเหรียงขึ้น เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การทำเกษตรที่ปลอดสารเคมี พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจกับผู้บริโภค ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวได้มีการถ่ายทอดเสียงผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย คลื่นความถี่ 102.25 MHz. เรื่องการเสวนา วันกินผักบางเหรียง ซึ่งมีนักวิชาการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมเสวนาถึงปัญหาในพื้นที่การปลูกผักบางเหรียง
3.5 เวทีสัญจรโซนเมือง วันที่ 22 ตุลาคม 2548 ณ ฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริจังหวัดพัทลุง อ. บางแก้ว จ. พัทลุง
กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการร่วมเรียนรู้กิจกรรมในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดให้กับเครือข่ายบินหลาที่ประกอบอาชีพการเกษตร การได้ศึกษาดูงานโครงการตามพระราชดำริ เครือข่ายได้รับทราบข้อมูลในการดำเนินโครงการฟาร์มตัวอย่าง ได้จุดประกายแนวคิดในเรื่องการรักษาพันธุ์พืช พันธุ์ข้าว พันธุ์สัตว์ ในท้องถิ่น ซึ่งหากไม่มีกระบวนการเหล่านี้ เครือข่ายก็ไม่มีข้อมูลที่จะพัฒนาตนเอง การได้เยี่ยมชมฟาร์มเป็นการกระตุ้นแนวคิด ทำให้เกิดการเรียนรู้เพิ่มขึ้น
ในการดำเนินการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริจังหวัดพัทลุงมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนๆ
1. พืชไร่ มีการปลูกดอกไม้จีน กล้วย อ้อยพันธุ์สุพรรณบุรี 50 ลักษณะเด่น คือ ทนแล้ง ทนฝน ผลผลิตต่อไร่สูง และพันธุ์สิงคโปร์ การปลูกม่อนไหม เพื่อนำใบมาทำใบชา
2. พืชน้ำ การปลูกกระจับ ผักบุ้ง ผักกระเฉด
3. แปลงพืชเศรษฐกิจ มีการปลูกผักพื้นบ้าน ผักจีน และผักทางเหนือ แคปตาลูป
บล็อคโคลี่
4. ปศุสัตว์
- แพะ มีการเลี้ยงทั้งแพะเนื้อและแพะนม
- ไก่พันธุ์พื้นเมือง เช่น ไก่คอล่อน มีถิ่นกำเนิดที่ญี่ปุ่น ลักษณะเด่นจะไม่มีขนที่คอ น้ำหนักดี เนื้อแน่น
- เป็ด มีทั้งเป็ดเทศ และเป็ดพันธุ์อีเหลียง ที่ประเทศจีนถวายพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ มีลักษณะเด่น คือ สีขาวทั้งตัว ตัวใหญ่ น้ำหนักตัวประมาณสองกิโลครึ่งถึงสามกิโล โตเต็มที่ประมาณ 60 วัน เป็ดพันธุ์อีเหลียงจะขยายพันธุ์ไม่ได้เนื่องจากเป็รข้อตกลงระหว่างประเทศจีน ห้ามแพร่พันธุ์
- สุกร พันธุ์จินหัว เป็นหมูพันธุ์พื้นเมืองของประเทศจีน มีลักษณะเด่น คือ หัวสีดำ และท้ายดำ เป็นหมูที่ประเทศจีนถวายสมเด็จพระนางเจ้าสมเด็จพระราชินีนาถ จึงห้ามมีการแพร่พันธุ์
4. แปลงพืชหมุนเวียน
- หน่อไม้ฝรั่ง
- พุทธา
- แก้วมังกร พันธุ์เนื้อสีเหลือง และสีขาว ระยะเวลาให้ผลผลิตระยะเวลา 1 ปี
- โรงเพาะเห็ด
- เห็ดฟาง -หูหนู
- นางฟ้า
- เห็ดแครง ซึ่งมีราคาสูงถึง กิโลกรัมละ 70 บาท
- มีกิจกรรมการเลี้ยงเชื้อเห็ด
- ประมง
- เลี้ยงปลานิล ทั้งนิลดำ และนิลแดง
- ปลาแรด
- กิจกรรมเพาะฝักกบนา เพื่อควบคุมระบบนิเวศของฟาร์ม
- การเลี้ยงเต่ากระอาด เป็นเต่าทะเล จุดมุ่งหมาย คือ การอนุรักษ์ 7.สวนผลไม้
- แปลงส้มจุก พันธุ์พื้นเมือง
- กระท้อนพันธุ์ทับทิม
- มะม่วง พันธุ์เขียวเสวย และพันธุ์พื้นบ้าน ( มะม่วงเบา) -ฝรั่ง พันธุ์แป้นสีทอง
- มะพร้าวน้ำหอม
- ขนุน
- นาข้าว
- พันธุ์บางแก้ว
- พันธุ์เข็มทอง -พันธุ์สังข์หยด
- ทัวร์เพื่อการเรียนรู้
4.1 ทัวร์เพื่อการเรียนรู้ครั้งที่ 1 ณ โรงปุ๋ยท่าข้าม ต. ท่าข้าม อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
วันที่ 16 กรกฎาคม 2548
โรงปุ๋ยท่าข้าม เป็นมิติหนึ่งที่ให้เครือข่ายบินหลาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เนื่องจากในจังหวัดสงขลา มีการผลักดันการสร้างโรงปุ๋ยอินทรีย์ในพื้นที่ขึ้น องค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม มีการจัดทำปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดเพื่อต้องการผลักดันให้เกษตรกรในพื้นที่หันกลับมาใช้ปุ๋ยที่ผลิตเองในพื้นที่ แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ก็ยังมีการใช้ปุ๋ยเคมีอยู่บ้าง แต่โรงปุ๋ยท่าข้ามเองก็มีจุดอ่อน คือ ไม่สามารถพึ่งตนเองได้เท่าที่ควร เนื่องจากวัตถุดิบบางส่วนมีการสั่งซื้อจากบริษัทเอกชน
กิจกรรมครั้งนี้เป็นการจุดประกายให้เครือข่ายบินหลา ได้ทราบข้อมูลในเรื่องการบริหารจัดการโรงปุ๋ยอินทรีย์ แนวคิดการดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งแนวคิดในการพึ่งพาตนเอง ในกระบวนการที่จะจัดทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้ ซึ่งเครือข่ายบินหลาในพื้นที่บางท่าน ได้มีการรวมกลุ่มจัดทำปุ๋ยอินทรีย์ การดูงานจากแหล่งอื่น ทำให้เครือข่ายได้มีการเรียนรู้ประสบการณ์ และสามารถนำไปปรับใช้ได้ 4.2 กิจกรรมทัวร์เพื่อการเรียนรู้ ครั้งที่ 2 วันที่ 3 กันยายน 2548 ณ สวนเกษตรผสมผสานในพื้นที่ จำนวน 2 พื้นที่ คือ สวนเกษตรธรรมชาติธาตุสี่ ของปะหรน หมัดหลี และสวนเกษตรปลอดสารเคมี ของ อ. ภานุ พิทักษ์เผ่า ในกิจกรรมครั้งนี้เครือข่ายบินหลาได้มีการร่วมเรียนรู้ การประกอบอาชีพด้านการเกษตรจากครูภูมิปัญญาในพื้นที่ เป็นการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างพื้นที่ การรับทราบหลักการประกอบอาชีพด้านการเกษตร รวมทั้งแนวคิดการอนุรักษ์พันธุ์พืชพื้นบ้านองค์ความรู้ในเรื่องพืช ความสมดุลทางธรรมชาติ รวมทั้งได้ทราบแนวคิดในการทำเกษตรที่ปลอดสารเคมี เกษตรที่พึ่งพาตนเองได้ ทำให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ - สัมมนาเครือข่ายภาคีสื่อสาร ประเด็น เหลียวหลังแลหน้ารายการบินหลาเพื่อสุขภาพ วันที่ 9 ตุลาคม 2548 ณ โรงแรมไดอิชิ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
กิจกรรมสัมมนา ผลที่ได้ เครือข่ายบินหลาได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อรายการบินหลาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งการหนุนเสริมกระบวนการจากโครงการสื่อสารสาธารณะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา การสัมมนาครั้งนี้เครือข่ายบินหลาได้เชื่อมต่อข้อมูลในเรื่องการเคลื่อนกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพของจังหวัดสงขลา จาก อ. อารี รังสิโยกฤษฏ์ ประชาคมจังหวัดสงขลา เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลให้เครือข่ายบินหลาให้มีความเข้าใจในเรื่องกิจกรรมผลักดันการสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่
ทั้งนี้มี อ. ภานุ พิทักษ์เผ่า มาเล่าถึงรายการบินหลาหาข่าว ในฐานะผู้ฟังรายการอย่างต่อเนื่อง มีมุมมองต่อรายการบินหลาหาข่าวที่มีพัฒนามากขึ้น มีการปรับปรุงรายการที่ต่อเนื่อง เครือข่ายบินหลามีความหลากหลายในตัวบุคคล รายการมีรูปแบบการนำเสนอข่าวทั้งเรื่องของสุขภาพ กิจกรรมในพื้นที่จังหวัดสงขลาจากผู้ที่มีความรู้ในเรื่องนั้นๆ มีเนื้อหาสาระที่สั้นกระชับมากขึ้น ข้อเสนอแนะที่ควรให้มีผู้นำทางศาสนาทุกศาสนามาให้ความรู้ในเรื่องธรรมมะ
การจัดสัมมนาเพื่อให้เครือข่ายได้ร่วมแสดงความคิดเห็น มีส่วนร่วมในการที่จะพัฒนารูปแบบรายการให้มีความน่าสนใจมากขึ้น การรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดการปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนของตัวบุคคล - เวทีประเมินผลและสรุปบทเรียนโครงการ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2548 ณ โรงแรมวีแอลหาดใหญ่
เวทีประเมินผลและสรุปบทเรียน ผลที่ได้ เครือข่ายบินหลาได้มีการสังเคราะห์ถึงประโยชน์แนวทางการใช้สื่อสาธารณะ ที่ทำให้เครือข่ายได้รับรู้ถึงคุณค่าของการใช้สื่อให้เป็นประโยชน์ทั้งของตนเอง ชุมชน กระบวนการได้มาซึ่งช่องทางการสื่อสารสาธารณะ มาจากหลายฝ่ายทั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย มีรายการในลักษณะที่เปิดกว้างให้เครือข่ายได้มีส่วนร่วมในการกำหนดบทบาทหน้าที่ของตนเอง โดยบทบาทจะผ่านกระบวนการเรียนรู้ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นำไปสู่แนวทางแก้ปัญหาการจัดระบบการสื่อสาร ที่ให้ประโยชน์สูงสุดต่อผู้ฟัง จากการประเมินผลและสรุปบทเรียนโครงการ เครือข่ายบินหลาได้มีการเข้าใจถึงวัตถุประสงค์โครงการ ที่ต้องการให้เครือข่ายมีการพัฒนาตนเอง เพื่อเป็นแกนนำในการสื่อข่าวสารด้านสุขภาพทั้งที่มีอยู่ในพื้นที่ วิถีชีวิต รวมทั้งความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า ผ่านช่องทางการสื่อสาร เพื่อก่อให้เกิดกระบวนการนำความรู้ไปใช้ เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในด้านสุขภาพ - การจัดตั้งศูนย์ข้อมูล เพื่อเป็นการจัดกระบวนการทำงานของโครงการสื่อสารสาธารณะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ ที่มีเจ้าหน้าที่โครงการทำหน้าที่ในการส่งต่อข้อมูล โดยมีการจัดทำจดหมายข่าวส่งให้เครือข่าย การบริหารจัดการด้านการเงินและกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งรายงานโครงการในงวดต่างๆ
Relate topics
- รายงานกิจกรรมเวทีประเมินผลและสรุปบทเรียน
- กิจกรรมเวทีเร่โซนเมืองบินหลาหาข่าว ฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ จ. พัทลุง
- ประวัติความเป็นมาชมรมผู้สื่อข่าวเพื่อชุมชนคนสงขลา (เครือข่ายบินหลา)
- ตัวอย่างข่าวสุขภาพที่นำเสนอผ่านรายการบินหลาหาข่าว
- ลักษณะโครงการโดยรวม
- ทัวร์เพื่อการเรียนรู้ครั้งที่ 2
- ทัวร์เพื่อการเรียนรู้ครั้งที่ 1
- เรื่องกล้วยๆ
- วันกินผักบางเหรียง
- เวทีทำแผนปฏิบัติการ : โครงการสื่อสารสาธารณะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพของคนสงขลา
ครีม (Not Member)