สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

บทสรุปย่อการดำเนินงานโครงการสื่อสารสาธารณะฯ

photo  , 300x225 pixel , 41,562 bytes.

โครงการสื่อสารสาธารณะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพของคนสงขลา  มีองค์กรรับผิดชอบหลัก  คือ  ชมรมนักจัดรายการวิทยุและผู้สื่อข่าวเพื่อชุมชนคนสงขลา (เครือข่ายบินหลา)  ซึ่งมี  นายไพฑูรย์  ศิริรักษ์  เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ
โครงการได้เริ่มดำเนินกิจกรรมระหว่างวันที่  1  ตุลาคม  2547  -  30  ตุลาคม  2548    ได้รับงบสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ  รวมทั้งสิ้น  291,000  บาท
การดำเนินงานของโครงการมีการแบ่งกิจกรรมออกเป็น  7  กิจกรรม  ดังนี้ 1. กิจกรรมพัฒนาศักยภาพ 1.1.  ประชุมกรรมการเพื่อทำแผนพัฒนาศักยภาพ  ในวันที่  9  ตุลาคม  2547  ณ สำนักงานบ้านเฉลิมศรี ต. หาดใหญ่  จ. สงขลา  จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม  18  คน
เป็นการประชุมเพื่อหาแนวทางในกิจกรรมพัฒนาศักยภาพเครือข่ายบินหลา  ความเห็นในที่ประชุม  เครือข่ายบินหลาควรได้รับการอบรมการเขียนข่าว  เพราะเป็นปัจจัยแรกที่จะให้มีการนำเสนอข่าวที่มีคุณภาพมากขึ้น  และควรมีการอบรมอินเตอร์เน็ตเบื้องต้น  เพื่อเป็นแนวทางในการค้นหาข่าวที่หลากหลาย  และทันต่อเหตุการณ์ 1.2 กิจกรรมพัฒนาศักยภาพ วันที่  25  ตุลาคม  2547  ณ  สำนักงานปฏิบัติการชุมชนและเมืองน่าอยู่และสำนักงานบ้านเฉลิมศรี ต. หาดใหญ่  จ. สงขลา  จำนวนผู้เข้าอบรม  36  คน
กิจกรรมการอบรมการเขียนข่าว  โดยมีวิทยากร  ได้แก่  นายไพฑูรย์  ศิริรักษ์  นายเกษม  ลิมะพันธ์  นางยินดี  ตรีรัญเพชร  ในการอบรมการเขียนข่าวเครือข่ายจะได้รับความรู้ในเรื่องหลักการเขียนข่าวเบื้องต้น  คือ  ใคร  ทำอะไร  ที่ไหน  เมื่อไร  อย่างไร  เป็นแนวทางหลักในการเขียนข่าว ด้วยเครือข่ายบินหลาไม่เคยมีประสบการณ์ในเรื่องการเขียนข่าวมาก่อน  จากการได้เข้าร่วมในกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ  ทำให้เครือข่ายบินหลาได้ความรู้ในเรื่องการเขียนข่าวอย่างเป็นระบบมากขึ้น  โดยมีวิธีการ คือ  ให้เครือข่ายบินหลามีการเขียนข่าวที่ตนเองจะนำเสนอ หลังจากนั้นจึงมีการให้เครือข่ายบินหลาบันทึกเสียง  แล้วจึงมาเปิดฟัง  พร้อมทั้งรับฟังคำเสนอแนะจากวิทยากร นอกจากจะอบรมการเขียนข่าว  ในกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ  ยังมีการอบรมอินเตอร์เน็ตเบื้องต้น  ในระหว่างการอบรมอินเตอร์  พบว่า เครือข่ายบินหลาส่วนใหญ่มีความรู้ในเรื่องคอมพิวเตอร์น้อยมาก  ประเมินได้ว่า  ในการอบรมอินเตอร์เน็ตเบื้องต้นมีประโยชน์เฉพาะเครือข่ายบินหลาที่มีความรู้ในคอมพิวเตอร์  ส่วนเครือข่ายบินหลาที่ไม่มีความรู้ในเรื่องคอมพิวเตอร์ก็จะไม่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้เลย

2. สัมมนาแกนนำสมาชิกบินหลา
2.1 สัมมนาแกนนำสมาชิกบินหลา&nbsp;  ประเด็น&nbsp; ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับสุขภาวะ<br />
วันที่ 28&nbsp; ธันวาคม&nbsp; 2547&nbsp; ผู้เข้าร่วม&nbsp; 50&nbsp; คน&nbsp; ณ&nbsp; เทศบาลนครหาดใหญ่<br />
การสัมมนาแกนนำสมาชิกบินหลาได้มีการสัมมนาถึงเรื่องภูมิปัญญาในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตในแต่ละชุมชน&nbsp; โดยมีวิทยากรที่มีความรู้ในเรื่องต่างๆ&nbsp; เช่น&nbsp; เกษตรวิถีธรรม&nbsp; เกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพ&nbsp;  และเกษตรที่มีการจัดการในเชิงพาณิชย์&nbsp;  โดยมีวิทยากร 3&nbsp; ท่าน&nbsp; ซึ่งแต่ละท่านจะให้ความรู้ในเรื่องต่างๆ&nbsp; ที่แตกต่างกันออกไป&nbsp; เช่น เกษตรวิถีธรรมก็จะให้ความรู้ว่า&nbsp; การทำเกษตรได้นำเอาวิถีธรรม หลักการธรรมชาติ&nbsp; นำหลักศาสนาเข้ามาพัฒนาเครือข่ายกลุ่มเกษตรกร&nbsp; ที่มีการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดสารเคมี&nbsp; ซึ่งหากไม่มีการจุดประเด็นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องเหล่านี้&nbsp; ก็จะไม่มีใครนึกถึง&nbsp; ปัจจุบันสังคมเกษตรกรรมที่มุ่งเน้นการผลิตสินค้าให้ได้จำนวนมาก&nbsp; จนอาจจะลืมมิติด้านศาสนา&nbsp; ด้านหลักการธรรมชาติ&nbsp; จนทำให้ปัญหาส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีการผลิตสินค้าเกษตรที่ไม่ปลอดภัย<br />
การนำความรู้ในเรื่องการผลิตสินค้าเกษตรที่นำเอาความรู้ในเรื่องเกษตรอินทรีย์&nbsp; การผลิตน้ำจุลินทรีย์ชีวภาพ&nbsp; มาประยุกต์ใช้ในการทำเกษตร&nbsp; รวมทั้งการผลิตสินค้าเกษตรในเชิงพาณิชย์ ที่มีการจัดการตลาดในพื้นที่<br />
นอกจากประเด็นเรื่องการเกษตรแล้ว&nbsp; ยังมีประเด็นการแปรรูปอาหารทะเล&nbsp; ที่นำภูมิปัญญาในอดีตมาประยุกต์ใช้ในการถนอมอาหาร&nbsp; ซึ่งความรู้เหล่านี้ก็จะมีอยู่ในพื้นที่&nbsp; ที่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเล ซึ่งกิจกรรมการสัมมนาเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะมีการเรียนรู้ร่วมกัน เชื่อมโยงกันในระหว่างพื้นที่&nbsp; ที่มีความแตกต่างกันในด้านภูมิศาสตร์
ภาคใต้มีวัฒนธรรมประเพณี ที่เป็นรากฐานในการดำรงวิถีชีวิต&nbsp; วัฒนธรรมพื้นบ้านเป็นกิจกรรม ที่ให้คนในหมู่บ้าน&nbsp; หรือเครือญาติ&nbsp; ได้มีส่วนร่วมในการร่วมกิจกรรม&nbsp; ภูมิปัญญาในเรื่องต่างๆ&nbsp; เช่น&nbsp; การแพทย์แผนโบราณ&nbsp; การประกอบอาชีพ&nbsp; ตำนานต่างๆ&nbsp; การเล่าเรื่องราวเหล่านี้จะผ่านการแสดงมโนราห์&nbsp; ซึ่งปัจจุบันผู้คนไม่ได้เห็นความสำคัญ&nbsp; แต่เมื่อมีการจุดประกายถึงประโยชน์ด้านต่างๆในการแสดงมโนราห์&nbsp; ทำให้เครือข่ายมีการเรียนรู้เพิ่มขึ้นว่า&nbsp; วัฒนธรรมเหล่านี้นอกจากจะให้ความสุขด้านจิตใจแล้วยังสื่อถึงจิตวิญญาณได้ดี เช่น&nbsp; ระลึกถึง ครูบาอาจารย์ ที่มีบุญคุณ&nbsp; ทำให้มีประเพณี การไหว้ครู&nbsp; รวมทั้งปัจจุบันมีการนำท่าทางมโนราห์มาประยุกต์ใช้ในการออกกำลังกาย&nbsp;  การที่จะให้ความรู้เหล่านี้มีการเผยแพร่ไปในวงกว้าง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเวทีที่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp; ซึ่งกระบวนการเหล่านี้หาได้น้อยมากในชุมชน&nbsp; จึงทำให้ชุมชนในปัจจุบันต่างคนต่างอยู่มากขึ้น<br />
จากกิจกรรมดังกล่าว ผ่านกระบวนการพูด&nbsp; การฟัง&nbsp; จากผู้ที่มีความรู้&nbsp; ภูมิปัญญา&nbsp; ทำให้เป็นกระบวนการเชื่อมโยงข้อมูลด้านสุขภาพในพื้นที่ ทำให้เครือข่ายบินหลาได้ทราบถึงกิจกรรมด้านสุขภาพในพื้นที่ต่างๆ&nbsp; สามารถที่จะนำเสนอข้อมูลผ่านรายการบินหลาหาข่าวได้


3. เวทีสัญจร (เวทีเร่)
กิจกรรมเวทีสัญจร (เวทีเร่)&nbsp; มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้เครือข่ายบินหลาทั้ง&nbsp; 16&nbsp; อำเภอมีการร่วมแลกเปลี่ยนกิจกรรมด้านสุขภาพ&nbsp; โดยมีแนวทางกิจกรรม&nbsp; ให้เครือข่ายบินหลาในพื้นที่&nbsp; ที่มีความพร้อมวางแผนร่วมกับคณะทำงานเพื่อจัดกิจกรรม&nbsp; ซึ่งกิจกรรมเวทีเร่&nbsp; จัดเป็นจำนวน&nbsp; 4&nbsp; ครั้ง&nbsp; 4&nbsp; โซน&nbsp; ตามลักษณะวัฒนธรรมในพื้นที่
3.1 ประชุมกรรมการเพื่อเตรียมเวทีสัญจรลงพื้นที่แต่ละโซน วันที่ 19&nbsp; กุมภาพันธ์&nbsp; 2548 ณ สำนักงานบ้านเฉลิมศรี&nbsp; ต. หาดใหญ่&nbsp; จ. สงขลา<br />

ประชุมกรรมการ  เพื่อเตรียมเวทีในแต่ละโซน  ในที่ประชุมกรรมการให้ความเห็นว่าการจัดกิจกรรมควรถ่ายทอดเสียงทางสถานีวิทยุแทนการบันทึกเทปโทรทัศน์  โดยให้เหตุผลว่าการบันทึกเทปโทรทัศน์จะต้องมีกิจกรรมเป็นกระบวนการ  เนื้อหาข้อมูลที่เป็นระบบ  และเครือข่ายบินหลาไม่มีทักษะด้านนี้เท่าที่ควร  ซึ่งต่างจากการถ่ายทอดเสียงผ่านวิทยุ  ซึ่งมีเครือข่ายบินหลาฟังเป็นจำนวนมาก  ทั้งนี้เครือข่ายและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยก็มีการเชื่อมต่อกิจกรรมอยู่ด้วย  ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการกำหนดร่างกิจกรรมเวทีสัญจรในแต่ละโซน 3.2  เวทีสัญจรโซนเหนือ  ณ  องค์การบริหารส่วนตำบลฉาง  อ. นาทวี  จ. สงขลา  วันที่  5  มีนาคม  2548  มีเครือข่ายบินหลาทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม ในการจัดกิจกรรมเวทีสัญจรโซนเหนือ  จะมีหน่วยงานส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมเนื่องจากแกนนำเครือข่ายบินหลา  นายเจริญ  เข็มจะระ  ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลฉาง  ทำให้มีการเชื่อมต่อองค์กรอื่นๆในท้องถิ่นเข้ามาร่วมกิจกรรม  เช่น  โรงพยาบาลราษฏร์ยินดี  ที่บริการตรวจสุขภาพฟรี  กลุ่มอาสาสมัครพัฒนาที่ดิน  มาให้ความรู้ในเรื่องการบำรุงรักษาดิน  เจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งอำเภอนาทวี  กรุณาให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน ลักษณะกิจกรรม  ในช่วงเช้ามีเวทีเสวนาในประเด็น " สุขภาวะสำคัญหรือไม่  คนโซนเหนือคิดอย่างไร"  ซึ่งถ่ายทอดเสียงผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย  คลื่นความถี่  102.25 MHz.  ในการเสวนาจะมีผู้รู้ในเรื่องสุขภาพ  เช่น  นายแพทย์  สำนักงานขนส่งอำเภอนาทวี  ผู้สูงอายุในพื้นที่  เกษตรกรในพื้นที่ที่มีการทำเกษตรที่ปลอดสารเคมีมาร่วมพูดคุย  ในช่วงบ่ายมีการแข่งขันกีฬาสานสัมพันธ์  ระหว่างเครือข่ายบินหลา และทีมองค์การบริหารส่วนตำบลฉาง  ในกิจกรรมดังกล่าวได้มีนายสมพร  ใช้บางยาง  ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเป็นประธาน
ผลที่ได้จากกิจกรรมในครั้งนี้  ทำให้เครือข่ายบินหลาได้มีการพบปะ  เครือข่ายที่รับฟังรายการบินหลาหาข่าว  การมีส่วนร่วมในกิจกรรมในท้องถิ่น  การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ 3.3 ประชุมกรรมการโซนบก และโซนตก เตรียมเวทีสัญจร วันที่ 2 เมษายน 2548 ณ สำนักงานบ้านเฉลิมศรี  ต. หาดใหญ่ จ. สงขลา มีการประชุมกรรมการโซนบกและโซนตก  เพื่อกำหนดกิจกรรมเวทีสัญจรต่อจากครั้งที่แล้ว  มีการกำหนดกรอบกิจกรรม  วันเวลา  สถานที่ 3.4 กิจกรรมเวทีสัญจรโซนบก วันที่ 19 พฤษภาคม 2548  ณ  หอประชุมรัตนโกสินทร์  อ. สทิงพระ
จ. สงขลา กิจกรรมมีการเสวนา  เรื่องวิถีภูมิปัญญาชาวบก  ซึ่งเป็นการเสวนาถึงวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาทั้งในอดีตและปัจจุบัน  อาชีพที่หลากหลายของคนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา  ทั้งอาชีพการแปรรูปตาลโตนดของกลุ่มแม่น้ำรำแดง  ที่นำน้ำตาลโตนดมาแปรรูปเป็นน้ำส้มสายชูกลั่น  จนเป็นสินค้าโอทอปของตำบล  การผลิตน้ำผึ้ง  ที่มีการเพาะเลี้ยงผึ้งในพื้นที่ป่าเสม็ดของพื้นที่กระแสสินธุ์  การผลิตข้าวซ้อมมือของบ้านผักกูด อ. ระโนด  ที่มีการประยุกต์ใช้เครื่องมือให้มีความสอดคล้องกับพื้นที่  การทำไร่นาสวนผสมบ้านบ่อดาน  ซึ่งพื้นที่เพาะปลูกของคาบสมุทรสทิงพระจะมีความหลากหลาย  และอาชีพของชาวบ้านส่วนใหญ่  จะประกอบอาชีพทำนา  ตาลโตนด  ประมง  และการทำไร่นาสวนผสม  ที่ส่งผลในการสร้างเสริมสุขภาพ  การแสดงของศิลปินพื้นบ้านที่มีการประยุกต์ ทั้งการขับกลอนมโนราห์  และเล่นดนตรีหนังตะลุง  ที่มีผู้แสดงคนเดียว  โดยกิจกรรมดังกล่าวมีการถ่ายทอดเสียงผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย  คลื่นความถี่  102.25 MHz.  ในกิจกรรมเวทีสัญจรได้มีหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม  เช่น นายนพดล  สองเมือง  นายอำเภอสทิงพระ  เป็นประธานในการเปิดการเสวนา    ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอสทิงพระ  กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข  และเครือข่ายบินหลาในพื้นที่
3.5 กิจกรรมเวทีสัญจรโซนตก  วันกินผักบางเหรียง  วันที่  12 มิถุนายน  2548  ณ โรงเรียนบ้าน      บางเหรียง  อ. ควนเนียง  จ. สงขลา กิจกรรมในครั้งนี้มีเครือข่ายบินหลา  มีองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น  สหกรณ์ผู้ผลิตผักปลอดสารพิษบางเหรียง  สำนักงานวิจัยพืชที่ 8  กรมวิชาการเกษตร  โรงพยาบาลควนเนียง  โรงพยาบาลราษฏร์ยินดี  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดย โครงการสมัชชาสุขภาพบางเหรียง
ผลที่ได้จากการจัดกิจกรรม  การที่หน่วยงานต่างๆ  ให้ความสนใจในพื้นที่บางเหรียง  เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกผักส่งขายตลาดกลางหาดใหญ่  เกษตรกรในพื้นที่บางส่วนที่เป็นลูกจ้างในระบบการผลิตผักเชิงพานิชย์จะมีการใช้สารเคมีจำนวนมากในการผลิตผัก  ทำให้เกษตรกรจำนวนหนึ่งที่มีการรวมกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ  ได้รับผลกระทบ  จากความไม่เข้าใจของผู้บริโภค  ทำให้กลุ่มสหกรณ์ผู้ปลูกผักปลอดสารพิษและองค์กรที่เกี่ยวข้องริเริ่มจัดกิจกรรมนำร่องวันกินผักบางเหรียงขึ้น  เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การทำเกษตรที่ปลอดสารเคมี  พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจกับผู้บริโภค  ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวได้มีการถ่ายทอดเสียงผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย  คลื่นความถี่  102.25 MHz. เรื่องการเสวนา  วันกินผักบางเหรียง  ซึ่งมีนักวิชาการ  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  มาร่วมเสวนาถึงปัญหาในพื้นที่การปลูกผักบางเหรียง 3.5 เวทีสัญจรโซนเมือง  วันที่  22  ตุลาคม  2548  ณ  ฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริจังหวัดพัทลุง    อ. บางแก้ว  จ. พัทลุง กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการร่วมเรียนรู้กิจกรรมในพื้นที่ใกล้เคียง  เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดให้กับเครือข่ายบินหลาที่ประกอบอาชีพการเกษตร  การได้ศึกษาดูงานโครงการตามพระราชดำริ  เครือข่ายได้รับทราบข้อมูลในการดำเนินโครงการฟาร์มตัวอย่าง ได้จุดประกายแนวคิดในเรื่องการรักษาพันธุ์พืช  พันธุ์ข้าว  พันธุ์สัตว์  ในท้องถิ่น    ซึ่งหากไม่มีกระบวนการเหล่านี้  เครือข่ายก็ไม่มีข้อมูลที่จะพัฒนาตนเอง  การได้เยี่ยมชมฟาร์มเป็นการกระตุ้นแนวคิด  ทำให้เกิดการเรียนรู้เพิ่มขึ้น ในการดำเนินการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริจังหวัดพัทลุงมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนๆ 1. พืชไร่  มีการปลูกดอกไม้จีน    กล้วย  อ้อยพันธุ์สุพรรณบุรี 50  ลักษณะเด่น  คือ  ทนแล้ง  ทนฝน  ผลผลิตต่อไร่สูง  และพันธุ์สิงคโปร์  การปลูกม่อนไหม  เพื่อนำใบมาทำใบชา
2.  พืชน้ำ  การปลูกกระจับ  ผักบุ้ง  ผักกระเฉด 3. แปลงพืชเศรษฐกิจ  มีการปลูกผักพื้นบ้าน  ผักจีน  และผักทางเหนือ  แคปตาลูป
บล็อคโคลี่
4. ปศุสัตว์ -  แพะ  มีการเลี้ยงทั้งแพะเนื้อและแพะนม - ไก่พันธุ์พื้นเมือง  เช่น  ไก่คอล่อน  มีถิ่นกำเนิดที่ญี่ปุ่น  ลักษณะเด่นจะไม่มีขนที่คอ  น้ำหนักดี  เนื้อแน่น - เป็ด  มีทั้งเป็ดเทศ  และเป็ดพันธุ์อีเหลียง  ที่ประเทศจีนถวายพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  มีลักษณะเด่น คือ  สีขาวทั้งตัว  ตัวใหญ่ น้ำหนักตัวประมาณสองกิโลครึ่งถึงสามกิโล โตเต็มที่ประมาณ  60  วัน  เป็ดพันธุ์อีเหลียงจะขยายพันธุ์ไม่ได้เนื่องจากเป็รข้อตกลงระหว่างประเทศจีน ห้ามแพร่พันธุ์ - สุกร  พันธุ์จินหัว  เป็นหมูพันธุ์พื้นเมืองของประเทศจีน  มีลักษณะเด่น  คือ  หัวสีดำ  และท้ายดำ  เป็นหมูที่ประเทศจีนถวายสมเด็จพระนางเจ้าสมเด็จพระราชินีนาถ  จึงห้ามมีการแพร่พันธุ์
4. แปลงพืชหมุนเวียน - หน่อไม้ฝรั่ง
- พุทธา - แก้วมังกร  พันธุ์เนื้อสีเหลือง  และสีขาว  ระยะเวลาให้ผลผลิตระยะเวลา  1  ปี

  1. โรงเพาะเห็ด
    • เห็ดฟาง -หูหนู
    • นางฟ้า
    • เห็ดแครง  ซึ่งมีราคาสูงถึง  กิโลกรัมละ  70  บาท
    • มีกิจกรรมการเลี้ยงเชื้อเห็ด
  2. ประมง
    • เลี้ยงปลานิล  ทั้งนิลดำ  และนิลแดง
    • ปลาแรด
    • กิจกรรมเพาะฝักกบนา  เพื่อควบคุมระบบนิเวศของฟาร์ม
    • การเลี้ยงเต่ากระอาด  เป็นเต่าทะเล  จุดมุ่งหมาย คือ การอนุรักษ์ 7.สวนผลไม้
    • แปลงส้มจุก  พันธุ์พื้นเมือง
    • กระท้อนพันธุ์ทับทิม
    • มะม่วง  พันธุ์เขียวเสวย  และพันธุ์พื้นบ้าน ( มะม่วงเบา) -ฝรั่ง  พันธุ์แป้นสีทอง
    • มะพร้าวน้ำหอม
    • ขนุน
  3. นาข้าว
    • พันธุ์บางแก้ว
    • พันธุ์เข็มทอง -พันธุ์สังข์หยด
    1. ทัวร์เพื่อการเรียนรู้ 4.1  ทัวร์เพื่อการเรียนรู้ครั้งที่  1  ณ  โรงปุ๋ยท่าข้าม ต. ท่าข้าม อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
      วันที่ 16  กรกฎาคม 2548
      โรงปุ๋ยท่าข้าม  เป็นมิติหนึ่งที่ให้เครือข่ายบินหลาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์  เนื่องจากในจังหวัดสงขลา  มีการผลักดันการสร้างโรงปุ๋ยอินทรีย์ในพื้นที่ขึ้น  องค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม  มีการจัดทำปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดเพื่อต้องการผลักดันให้เกษตรกรในพื้นที่หันกลับมาใช้ปุ๋ยที่ผลิตเองในพื้นที่  แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ก็ยังมีการใช้ปุ๋ยเคมีอยู่บ้าง  แต่โรงปุ๋ยท่าข้ามเองก็มีจุดอ่อน  คือ  ไม่สามารถพึ่งตนเองได้เท่าที่ควร  เนื่องจากวัตถุดิบบางส่วนมีการสั่งซื้อจากบริษัทเอกชน
      กิจกรรมครั้งนี้เป็นการจุดประกายให้เครือข่ายบินหลา  ได้ทราบข้อมูลในเรื่องการบริหารจัดการโรงปุ๋ยอินทรีย์  แนวคิดการดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  รวมทั้งแนวคิดในการพึ่งพาตนเอง  ในกระบวนการที่จะจัดทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้  ซึ่งเครือข่ายบินหลาในพื้นที่บางท่าน  ได้มีการรวมกลุ่มจัดทำปุ๋ยอินทรีย์  การดูงานจากแหล่งอื่น ทำให้เครือข่ายได้มีการเรียนรู้ประสบการณ์  และสามารถนำไปปรับใช้ได้ 4.2  กิจกรรมทัวร์เพื่อการเรียนรู้  ครั้งที่ 2  วันที่  3  กันยายน  2548  ณ  สวนเกษตรผสมผสานในพื้นที่  จำนวน  2  พื้นที่  คือ  สวนเกษตรธรรมชาติธาตุสี่  ของปะหรน  หมัดหลี  และสวนเกษตรปลอดสารเคมี  ของ  อ. ภานุ  พิทักษ์เผ่า ในกิจกรรมครั้งนี้เครือข่ายบินหลาได้มีการร่วมเรียนรู้  การประกอบอาชีพด้านการเกษตรจากครูภูมิปัญญาในพื้นที่  เป็นการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างพื้นที่  การรับทราบหลักการประกอบอาชีพด้านการเกษตร  รวมทั้งแนวคิดการอนุรักษ์พันธุ์พืชพื้นบ้านองค์ความรู้ในเรื่องพืช  ความสมดุลทางธรรมชาติ  รวมทั้งได้ทราบแนวคิดในการทำเกษตรที่ปลอดสารเคมี  เกษตรที่พึ่งพาตนเองได้  ทำให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์  และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
    2. สัมมนาเครือข่ายภาคีสื่อสาร  ประเด็น  เหลียวหลังแลหน้ารายการบินหลาเพื่อสุขภาพ  วันที่  9  ตุลาคม  2548  ณ  โรงแรมไดอิชิ  อ. หาดใหญ่  จ. สงขลา กิจกรรมสัมมนา  ผลที่ได้  เครือข่ายบินหลาได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อรายการบินหลาตั้งแต่อดีต  จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งการหนุนเสริมกระบวนการจากโครงการสื่อสารสาธารณะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา  การสัมมนาครั้งนี้เครือข่ายบินหลาได้เชื่อมต่อข้อมูลในเรื่องการเคลื่อนกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพของจังหวัดสงขลา  จาก อ. อารี  รังสิโยกฤษฏ์  ประชาคมจังหวัดสงขลา  เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลให้เครือข่ายบินหลาให้มีความเข้าใจในเรื่องกิจกรรมผลักดันการสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่
      ทั้งนี้มี อ.  ภานุ  พิทักษ์เผ่า  มาเล่าถึงรายการบินหลาหาข่าว ในฐานะผู้ฟังรายการอย่างต่อเนื่อง  มีมุมมองต่อรายการบินหลาหาข่าวที่มีพัฒนามากขึ้น มีการปรับปรุงรายการที่ต่อเนื่อง  เครือข่ายบินหลามีความหลากหลายในตัวบุคคล   รายการมีรูปแบบการนำเสนอข่าวทั้งเรื่องของสุขภาพ  กิจกรรมในพื้นที่จังหวัดสงขลาจากผู้ที่มีความรู้ในเรื่องนั้นๆ    มีเนื้อหาสาระที่สั้นกระชับมากขึ้น ข้อเสนอแนะที่ควรให้มีผู้นำทางศาสนาทุกศาสนามาให้ความรู้ในเรื่องธรรมมะ
      การจัดสัมมนาเพื่อให้เครือข่ายได้ร่วมแสดงความคิดเห็น  มีส่วนร่วมในการที่จะพัฒนารูปแบบรายการให้มีความน่าสนใจมากขึ้น  การรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน  ก่อให้เกิดการปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนของตัวบุคคล
    3. เวทีประเมินผลและสรุปบทเรียนโครงการ  วันที่ 12 พฤศจิกายน  2548  ณ โรงแรมวีแอลหาดใหญ่
      เวทีประเมินผลและสรุปบทเรียน  ผลที่ได้  เครือข่ายบินหลาได้มีการสังเคราะห์ถึงประโยชน์แนวทางการใช้สื่อสาธารณะ  ที่ทำให้เครือข่ายได้รับรู้ถึงคุณค่าของการใช้สื่อให้เป็นประโยชน์ทั้งของตนเอง  ชุมชน  กระบวนการได้มาซึ่งช่องทางการสื่อสารสาธารณะ  มาจากหลายฝ่ายทั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย  มีรายการในลักษณะที่เปิดกว้างให้เครือข่ายได้มีส่วนร่วมในการกำหนดบทบาทหน้าที่ของตนเอง  โดยบทบาทจะผ่านกระบวนการเรียนรู้  มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  นำไปสู่แนวทางแก้ปัญหาการจัดระบบการสื่อสาร  ที่ให้ประโยชน์สูงสุดต่อผู้ฟัง จากการประเมินผลและสรุปบทเรียนโครงการ  เครือข่ายบินหลาได้มีการเข้าใจถึงวัตถุประสงค์โครงการ  ที่ต้องการให้เครือข่ายมีการพัฒนาตนเอง  เพื่อเป็นแกนนำในการสื่อข่าวสารด้านสุขภาพทั้งที่มีอยู่ในพื้นที่  วิถีชีวิต  รวมทั้งความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า  ผ่านช่องทางการสื่อสาร  เพื่อก่อให้เกิดกระบวนการนำความรู้ไปใช้  เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในด้านสุขภาพ
    4. การจัดตั้งศูนย์ข้อมูล เพื่อเป็นการจัดกระบวนการทำงานของโครงการสื่อสารสาธารณะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ  ที่มีเจ้าหน้าที่โครงการทำหน้าที่ในการส่งต่อข้อมูล  โดยมีการจัดทำจดหมายข่าวส่งให้เครือข่าย  การบริหารจัดการด้านการเงินและกิจกรรมต่างๆ  รวมทั้งรายงานโครงการในงวดต่างๆ
Comment #1
ครีม (Not Member)
Posted @22 พ.ย. 50 17:50 ip : 125...40
Photo :  , 400x306 pixel 26,819 bytes

ดีจังฉันเรียนมั่ง

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว