สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

ประวัติความเป็นมาชมรมผู้สื่อข่าวเพื่อชุมชนคนสงขลา (เครือข่ายบินหลา)

photo  , 100x75 pixel , 11,657 bytes.

สัมภาษณ์  นายไพฑูรย์  ศิริรักษ์
แนวคิดการตั้งชมรมนักจัดรายการและผู้สื่อข่าววิทยุชุมชน(บินหลา)               เรื่องสื่อมีความสนใจมาตั้งแต่เป็นนักเรียน  มีความรู้ในการใช้เครื่องเสียง  มีความชอบในด้านสื่อ  สมัยเรียนอยู่ชมรมโสต  มีความรู้ในด้านการถ่ายรูป  รู้จักซิกอัพเครื่องเสียงในสมัยก่อน  มีความรู้ในการฉายหนัง  รักในการทำสื่อ  พอมาทำงานเขาเห็นว่าถ่ายรูปเป็น  ก็มอบงานให้ทำพวกสื่อ  เอกสาร  บอร์ด  จะเป็นคนที่สนใจ  สื่อสิ่งพิมพ์ ทำงานเกี่ยวกับโรงพิมพ์ได้เกือบหมด  สำหรับตอนหลังก็หันมาสนใจ VDO  ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ในตอนนั้น  มีความสนใจมาก  ก็ได้ศึกษาด้วยตนเอง  เคยทำงานผลิตสื่อโทรทัศน์อยู่ประมาณ  10  ปี  นำคู่มือมาศึกษาในด้านการตัดต่อ  ถ่ายทำ  ก็ได้มีโอกาสฝึกอบรมการเขียนบทรายการโทรทัศน์  มาช่วงหลังได้ทำงานในกศน.  มีการทำรายการวิทยุโรงเรียน  ก็ได้ศึกษาเรียนทาง ว.ป.น. หรือ วิทยุไปรษณีย์  ทำให้น่าสนใจ  จึงสมัครเข้าไปแสดง  ตอนแรกก็เป็นตัวประกอบ  เมื่อชำนาญขึ้นก็เป็นหลายตัว  เป็นเด็กได้  คนแก่  ก็ได้ฝึกอบรมเขียนบทรายการวิทยุ  แต่ก็ทิ้งไป  แต่ตอนหลังได้มีการทำรายการวิทยุจริงๆ  ตอนอยู่รายการ  สงขลาสนทนา  ของประชาคมสงขลา  ตอนนั้นทำประชาคมสงขลากับหนู  ปี 36  จากนั้น ปี 38 ก็มาเป็นผู้ช่วยจัดรายการวิทยุที่  สทร. 6 สงขลา  ผันตัวเองจาก ทีวีมาเป็นวิทยุเนื่องจากทีวีมีความซับซ้อน  ต้องประสานพื้นที่ในการหาข้อมูล  มีการถ่ายทำ  การตัดต่อเผยแพร่  มีความยุ่งยากและตามเทคโนโลยีไม่ค่อยทัน  ตอนหลังมาทำรายการวิทยุ  ได้รับผิดชอบในการจัดรายการสด  พอเกิดกระแสวิทยุชุมชน ปี41  ก็ทำอยู่ระยะหนึ่ง  จึงมาเจอช่องวิทยุชุมชนของ สวท. สงขลา  เป็นรายการพูดภาษาถิ่นใต้  มีการส่งกระจาย 125  ตำบล  มีการพบกันของชาวบ้านทั้ง  16  อำเภอ  มีการนำข้อมูลในพื้นที่มาพูดคุยในรายการ  พูดมากขึ้นคนก็เริ่มมีความสนใจในรายการ เนื่องจากสถานีส่งกระจายเสียงได้กว้าง  ตอนหลังก็พยายามเชิญชาวบ้านมาคุยในรายการ  ทำให้มีการผนึกกลุ่มคนฟัง  ตอนหลังได้มีการต่อรองและมีส่วนร่วมมากขึ้น  นอกจากจะร่วมโทรศัพท์เข้ามาในรายการ  ก็มีแนวคิดในการพบหน้ากัน  จึงได้นัดหมายกัน วันที่ 12  ตุลาคม  2545  มีการนัดหมายกันทางอากาศ  มีคนโทรศัพท์เข้ามาในรายการประสงค์จะเข้าร่วม  ประมาณ 100  กว่าคน  การพบกันในวันนั้น  ก็มีการเอาของดีของแต่ละชุมชนมานำเสนอ  มีคนเข้าร่วมประมาณ  200  กว่าคน  เกือบ  16  อำเภอ  บางคนนำการแสดงมโนราห์มา  หลังจากที่พบกันในครั้งนั้นก็มีการพูดกันในรายการ  คนที่ไม่ได้มาก็เกิดความเสียดาย  แต่ก่อนรายการบินหลาหาข่าวและร้านน้ำชาหัวค่ำมี  1  ชั่วโมง  พอมาตอนหลังรายการบินหลาหาข่าวก็เพิ่มเวลาเป็น  2  ชั่วโมง รูปแบบการจัดรายการ               ใช้ภาษาถิ่นใต้ในการจัดรายการ  แต่ความดีต้องมอบให้หม้ายสมิหลาที่มีการนำเอาภาษาถิ่นใต้มาจัดรายการ  แต่รายการหม้ายสมิหลาเป็นรายการเพลง รายการบินหลาหาข่าว การใช้ภาษาถิ่นใต้ทำให้คนในชนบทสนใจ  การใช้ศัพท์แปลกๆ  ทำให้คนคนในชนบทรู้สึกเป็นกันเอง  เหมือนเป็นญาติ  พี่น้อง  คนบ้าย้อยก็พูดบ้าย้อย  คนจะนะก็พูดจะนะ  คนบกก็พูดบก

ทำไมถึงเป็นบินหลา               บินหลาเป็นชื่อดั้งเดิม  ทางทีมงาน  สวท.  บอกว่าเนื่องจากตอนหัวรุ่งนกบินหลาตื่นส่งเสียงดัง  ถ้าเป็นหัวรุ่งต้องเป็นบินหลา  ถ้าตอนเย็นต้องเป็นร้านน้ำชาหัวค่ำ  ชื่อชมรมตั้งมติกันว่า  นักจัดรายการวิทยุและผู้สื่อข่าวชุมชน  เนื่องจากชื่อยาว  จึงเรียกสั้นๆว่า  บินหลา  ซึ่งในสงขลาคนที่รับฟังผ่านหอกระจายข่าวของชุมชน  จะรู้จักในนาม บินหลา  การพบกันทำให้มีการชื่นชม  ดีใจ  เนื่องจากฟังแต่เสียงมานาน  ผู้สื่อข่าวบินหลามีลักษณะคล้ายๆกัน  ช่วงหลังก็มีการสัญจรของบินหลาในแต่ละอำเภอแต่ไม่เป็นทางการ  มาช่วงหลังรายการมีการคิดแบบมีสาระมากขึ้น เช่นเรื่องสิ่งแวดล้อม  การศึกษา  ภูมิปัญญาท้องถิ่น  สาธารณะภัย  โดยผลสืบเนื่องจากเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ ปี 2543  สถานีมีการถ่ายทอดเสียง  3  วัน  3  คืน  ทำให้กลุ่มผู้ฟังมีความศรัทธาในการนำเสนอข่าวข้อมูลของสถานี  การพบกันของบินหลาไม่ต้องทำหนังสือเชิญ  บินหลาก็มาร่วม  และผู้เข้าร่วมก็มีจำนวนมากกว่าที่กำหนดไว้  ทำให้เห็นถึงพลังของท้องถิ่นและศรัทธาของคน  บินหลาจะมีการรวมตัวกันเป็นคณะลำตัด  ที่ไปช่วยแสดงเมี่อมีงานของในชุมชนต่างๆ  มีการเอาทีมบินหลาไปพบปะประชาชน  เมื่อมีการพบกันของกลุ่มคน  มีการพูดคุย  นำเอาข่าวชุมชนมานำเสนอผ่านรายการ  การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของชุมชน  จากชุมชนหนึ่งไปยังชุมชนหนึ่งและต่อไปยังอำเภอ  จากการประเมินทำให้ทราบว่ามีคนติดตามรายการมากขึ้น  จากการที่มีคนให้คณะลำตัดไปเล่นในชุมชน  บินหลาจะไม่เน้นตัวบุคคลแต่เน้นชุมชนเป็นหลัก  มีการนำข้อมูลชุมชนมาสื่อสาร  ทำให้ราชการที่รับฟัง  ได้รับทราบความเป็นไปของชุมชน  รองผู้ว่าสุนทร  ที่เสียชีวิต  ท่านถือเป็นบินหลาคนหนึ่ง  ที่ท่านคิดว่ารายการบินหลาหาข่าวมีประโยชน์ในการรับทราบข้อมูลของชุมชนเป็นประโยชน์ต่อข้อราชการ
บินหลาส่วนใหญ่ทำอาชีพอะไร  วัยไหน               ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาวบ้าน  อบต.  กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  เกษตรกร  ครูบาอาจารย์  ในการพบกันของคนกลุ่มนี้จะไม่มีค่าตอบแทน  มีแต่ออกเบี้ย  เมื่อมาชุมนุมในเรื่องกิจกรรม  ก็มีการรวมตัวกันไป  ออกค่าใช้จ่ายกันเอง  เช่น  การบริจาคหอสมุดที่บ้านสะกอม  ของน้าลอย  การไปงานศพ  จนในการชุมนุมครั้งที่  2  มีการหาเงินเข้าชมรมโดยลำตัดไม่คิดค่าตัว  มอบเป็นกองกลางของชมรม  มีประมาณ 30,000  เพื่อไว้ทำการกุศล  เช่น  งานศพ  งานบวช  ทอดกฐิน กิจกรรมสาธารณะภัย  และที่ผ่านมา  เช่น  เหตุการณ์สึนามิ  มีการรวมกันของบินหลา  16  อำเภอ  มีการบริจาคสิ่งของ  1  รถสิบล้อถ้าคิดเป็นเงินก็ประมาณ  100,000  กว่าบาท  และเงินบริจาค  200,000  บาท  เป็นกิจกรรมที่ไปมอบให้โดยตรง กิจกรรมที่ผ่านมาทำอะไรบ้าง               กิจกรรมด้านสุขภาพ  สิ่งแวดล้อม  ที่ไหนมีปัญหาของสิ่งแวดล้อม  มีการโวยวายร้องทุกข์  สามารถผ่านสื่อได้  เรื่องของสิ่งแวดล้อม  สุขภาพ  ประเพณีวัฒนธรรม  แม้แต่การเมือง การปกครอง  มีการรณรงค์การเลือกตั้ง  แม้แต่เรื่องของอาชีพ  ภูมิปัญญา  เป็นเรื่องที่ใกล้ตัว  เป็นวิถีชีวิตของชุมชน  รายการจะอยู่แบบเป็นกลาง  ใช้ฉันทามติ  ไม่เป็นรูปแบบที่แข็งตัว

อะไรเป็นจุดเด่นของบินหลา               ความจริงใจ  ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว  มีจิตใจสาธารณะ  มีข่าวสารถึงกัน  เช่น  เรื่องถนนหนทาง  สิ่งแวดล้อมชุมชน  เรื่องอาชีพของชุมชน  ไม่เป็นของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง  มีความจริงใจต่อกัน  และรูปแบบที่ไม่แข็งตัวเกินไป  เช่นการพบกัน  1  เดือนบ้าง  1  สัปดาห์บ้าง  นอกจากสื่อสารกันทางโทรศัพท์แล้ว  ก็มีการสื่อสารผ่านทางรายการ  เป็นจุดเด่นอย่างหนึ่ง

Comment #1
ต๊ะคับ (Not Member)
Posted @6 ธ.ค. 50 10:54 ip : 202...151

เก่งมากคับ  น่าสนุกเนอะ

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว