สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

ลักษณะโครงการโดยรวม

photo  , 204x153 pixel , 22,976 bytes.

ลักษณะโครงการโดยรวม

ชื่อโครงการ : โครงการนำร่องการพัฒนาเครือข่ายเกษตรวิถีธรรมเพื่อสุขภาวะคนสงขลา ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายประเดิม อนันต์ ที่ปรึกษาโครงการ 1. นายภาณุ พิทักษ์เผ่า (ผู้จัดการร้านครัวเพื่อนสุขภาพ) 2. พระมหาถาวร สคารโว (เจ้าคณะตำบลทุ่งหวัง) 3. นายสินธพ อินทรัตน์ (นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม) 4. นายไพโรจน์ มากทอง (เกษตรอำเภอเมืองสงขลา)

คณะทำงาน (ประสานงานพื้นที่) 1. นางสุจิตน์ คงประดิษฐ์ ม.9 ต.ทุ่งหวัง 2. นางน้อย เรืองเพชร ม.9 ต.ทุ่งหวัง 3. นางวันเนาว์ ปิยะมโณ ม.9 ต.ทุ่งหวัง 4. นายฉัตรชัย เพชรฤทธิ์ ม.1 ต.เกาะแต้ว 5. นายมนิต หนูเพ็ชร ม.1 ต.เกาะแต้ว 6. นายสว่าง ศิริยอด ม.1 ต.เกาะแต้ว 7. นายบุญเจือ มาลากุล ม.1 ต.ท่าข้าม 8. นายพร กุลทัสวรรณโร ม.3 ต.ท่าข้าม 9. นายอรุณ ทองวิไล ม.4 ต.ท่าข้าม 10. นางสาวจตุพร อนันต์ ม.9 ต.ทุ่งหวัง เลขาคณะทำงาน

ความเป็นมา/หลักการและเหตุผล ยุทธศาสตร์การเกษตร ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ ที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อ วิถีชีวิตเกษตรกรหลายด้าน เช่นไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ หนี้สินมากมาย ครอบครัวเป็นทุกข์ คุณภาพของดินและระบบนิเวศเสื่อมโทรม สุขภาพของผู้ผลิตและผู้บริโภคป่วยไข้ด้วยพิษภัยจากสารเคมีที่ปนเปื้อนอยู่ในกระบวนการผลิต นับวันปัญหาสุขภาพและวิกฤตสิ่งแวดล้อมจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

ท่ามกลางสถานการณ์เกษตรปัจจุบัน เกษตรกรมีจิตสำนึกตระหนักรู้ถึงมหันตภัยจากสารพิษ ได้รวมกลุ่มกันแสวงหาทางรอดด้วยชีววิธี แลกเปลี่ยนเรียนรู้ จนเกิดภูมิปัญญา พัฒนาองค์ความรู้ไปสู่การขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์การเกษตรเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยอาศัยข้อมูลและการสนับสนุนจากองค์กรต่าง ๆ ทำให้เกิดเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร ที่พยายามประกอบการเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพ อีกทั้งเพื่อลดภาระต้นทุนการผลิต และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อยู่หลาย ๆ กลุ่มในพื้นที่จังหวัดสงขลา จากความพยายามข้างต้นของเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรพบว่ายังมีปัญหาและอุปสรรคอยู่หลายประการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน หรือการประกอบอาชีพการเกษตรด้านต่าง ๆ คือ
1) ปัญหาด้านการผลิต พบว่าปัจจุบันเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายทางด้านสภาวะ แวดล้อมทางธรรมชาติ เช่น ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ภาวะฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน สภาวะน้ำท่วม การระบาดของโรคและแมลง ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดินและน้ำ การขาดความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของชีววิธี เกษตรกรมักมุ่งเน้นความสะดวกในการจัดหาปัจจัยการผลิต การพึ่งพาด้วยการจัดซื้อจากภายนอก ขาดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ เทคนิค และภูมิปัญญาการผลิตที่เอื้อต่อสุขภาพ การไม่เข้าใจในแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวันและการประกอบการเกษตร
2)ปัญหาด้านการตลาด เป็นที่ทราบกันดีว่าผู้บริโภคนั้นมีความตื่นตัวเป็นอย่างมากกับความต้องการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย เพราะเชื่อว่า การบริโภคอาหารเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบโดยตรงสุขภาพส่วนบุคคล แต่ในความต้องการดังกล่าวผู้บริโภคมักมีความต้องการพื้นฐาน 3 ประการ คือ ต้องการความหลากหลาย ต้องการความต่อเนื่อง และต้องการความเชื่อมั่นในคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรว่ามีความปลอดภัย จากความต้องการดังกล่าวพบว่าเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรต้องเผชิญอยู่กับปัญหาเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังได้รับผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาวะราคาสินค้าเกษตรซึ่งขาดเสถียรภาพ การขาดช่องทางการจำหน่ายที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ขาดการสื่อสารข้อมูลระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค ในประเด็นต่าง ๆ อาทิ ความต้องการของผู้บริโภคที่ผู้ผลิตไม่ทราบ ความซับซ้อนและความเสี่ยงทางการผลิต ซึ่งผู้บริโภคไม่ทราบ เป็นต้น
3) ปัญหาด้านการบริหารจัดการ มักเป็นคำพูดเชิงเหตุผลว่า การที่เกษตรกรมักประสบกับปัญหาอื่น ๆ เนื่องจากเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรมักขาดการนำเอาทักษะความรู้ แนวคิดด้านการบริหารจัดการมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน และการประกอบการเกษตร อาทิ การขาดการวางแผนการผลิต การไม่ให้ความสำคัญกับการจดบันทึกข้อมูลด้านการเงินการบัญชี ภาวะการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อีกทั้งการขาดการสร้างพันธมิตรในรูปแบบเครือข่าย เพื่อสร้างพลังและความเข้มแข็งให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงจากสภาวะแวดล้อมภายนอกด้านต่าง ๆ ตลอดจนการปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน


จากปัญหาดังกล่าว พบว่า การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การสร้างสุขภาวะของคนสงขลานั้น จำเป็นต้องนำเอากระบวนการเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ เข้าไปแก้ปัญหา ดังนั้นโครงการนำร่องการพัฒนาเครือข่ายเกษตรวิถีธรรมเพื่อสุขภาวะคนสงขลาเป็นกลไกหนึ่งที่จะเข้าไปส่งเสริมการสร้างกระบวนการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทักษะ เทคนิคประสบการณ์ในด้านการผลิตให้กับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และการรวมเอาองค์ความรู้ซึ่งเกิดขึ้นจากกระบวนการข้างต้น ขยายผลให้กับกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดสงขลา ให้มีความตระหนักถึงมหันภัยจากสารพิษและมีสำนึกร่วมกันในการส่งเสริมการสร้างสุขภาวะชุมชน และยกระดับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรให้เป็นเครือข่าย เพื่อพัฒนาไปสู่ความเป็นองค์กรที่สามารถพึ่งตนเองได้ ตลอดจนการการประสานงานร่วมภาคีกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อบูรณาการการพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

วัตถุประสงค์ของโครงการ 1) เพื่อนำร่องการปรับกระบวนทัศน์เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายด้วยหลักธรรมย้ำฐานคิดเศรษฐกิจพึ่งตนเอง สร้างทางเลือกในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจพื้นฐานในระดับครัวเรือน
2) เพื่อนำร่องการพัฒนาเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการเกษตรทางเลือก สร้างเสริมความเชื่อมั่นต่อแนวทางการเกษตรเพื่อสุขภาพ การฝึกทักษะในด้านการบริหารจัดการ เพื่อแก้ปัญหาด้านการผลิตและการตลาด 3) เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในพื้นที่เป้าหมายโครงการ เพื่อหาแนวทางการกำหนดยุทธศาสตร์เกษตรเพื่อสุขภาพระดับท้องถิ่น

เป้าหมายของโครงการ 1) เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย 3 พื้นที่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจพื้นฐานในระดับครัวเรือนได้ด้วยกระบวนการเรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดเศรษฐกิจพึ่งตนเอง 2) เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย 3 พื้นที่มีความเชื่อมั่นต่อแนวทางการเกษตรเพื่อสุขภาพ สามารถนำเอาองค์ความรู้ ชีววิธี มาประยุกต์ใช้กับระบบการผลิตให้เกิดผลิตภาพ
3) เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตรเพื่อสุขภาพระหว่างชุมชนอย่างต่อเนื่องโดยมีเครือข่ายเกษตรเพื่อสุขภาพนำร่อง 3 พื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้บริโภคโดยทั่วไปในจังหวัดสงขลา 4) เกิดภาคีความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงพันธกิจด้านการเกษตรเพื่อสุขภาพในหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดสงขลา 5) เพื่อผลักดันให้เกิดยุทธศาสตรระดับท้องถิ่นด้านการเกษตรเพื่อสุขภาพ ในจังหวัดสงขลา


6) เพื่อให้เกิดโครงสร้างองค์กรเครือข่ายเกษตรเพื่อสุขภาพ ซึ่งมีการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างเครือข่ายผู้ผลิตกับเครือข่ายผู้บริโภคในจังหวัดสงขลา 7) เพื่อให้เกิดสุขภาวะที่ดีกับเกษตรกรและผู้บริโภคในจังหวัดสงขลา

.gif>กลุ่มเป้าหมาย ยุทธศาสตร์เพื่อสุขภาพ เน้นทิศทางการผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม สุขภาพผู้ผลิตและผู้บริโภค การพัฒนาเครือข่ายเกษตรเพื่อสุขภาพ เป็นการสร้างเสริมสุขภาพกายและใจของผู้คน อย่างยั่งยืน โดยมีพื้นที่ปฏิบัติการจำนวน 3 พื้นที่นำร่อง กลุ่มที่ เครือข่าย ผลผลิตทางการเกษตร จำนวน (ครัวเรือน) 1 เกษตรเพื่อสุขภาพ บ้านยางงาม
ต.ทุ่งหวัง ผักปลอดสารพิษ"แปลงรวมกระชับมิตร" 19 2 เกษตรเพื่อสุขภาพ ต.ท่าข้าม ผักปลอดสารพิษ และตลาดวิถีไท 17 3 เกษตรเพื่อสุขภาพ ต.เกาะแต้ว ผักปลอดสารพิษ และผักพื้นบ้าน 14

วิธีดำเนินการ 1) จัดเวทีสัมมนาภาพรวมและหาแนวทางความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ โครงการ เพื่อหาข้อตกลงร่วมกันในการดำเนินโครงการ จำนวน 1 วัน ผู้เข้าร่วมกิจกรรม รวม 80 คน ดังรายละเอียด 1. เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย 3 พื้นที่ รวม 50 คน
2. ภาคีร่วม รวม 19 คน • องค์การบริหารส่วนตำบล องค์กรละ 1 คน / 1 พื้นที่ รวม 3 คน • ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน องค์กรละ 1 คน / 1 พื้นที่ รวม 3 คน • ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล องค์กรละ 1 คน / 1 พื้นที่ รวม 3 คน • หน่วยงานทางด้านสาธารณสุขในพื้นที่ สถานีอนามัยองค์กรละ 1 คน / 1 พื้นที่ รวม 3 คน • ผู้แทนสถานศึกษาในพื้นที่ องค์กรละ 1 คน / 1 พื้นที่ รวม 3 คน • สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดสงขลา 1 คน
• ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยวิธีชีวภาพจังหวัดสงขลา 1 คน
• สำนักงานเกษตรอำเภอ 2 คน 3. คณะทำงานกลาง 5 คน 4. วิทยากร และภาคีที่สนใจ 6 คน 2) ลงพื้นที่ รวบรวมข้อมูลพื้นฐาน ประเมินสภาพแวดล้อมของพื้นที่ ปัญหาอุปสรรค ความต้องการ ประมวลผลข้อมูล สรุปจัดทำรายงาน เพื่อประโยชน์ในการเปรียบเทียบก่อนและหลังดำเนินโครงการ จำนวน 20 วัน 3) เวทีเสวนาธรรมนำเกษตรเพื่อสุขภาพ พร้อมสังเคราะห์และประเมินองค์ความรู้การผลิตการเกษตรเพื่อสุขภาพ ภายในพื้นที่เป้าหมายแต่ละพื้นที่
ุ เกษตรเพื่อสุขภาพ บ้านยางงาม ต.ทุ่งหวัง จำนวน 1 วัน ผู้เข้าร่วมโครงการ รวม 24 คน ดังรายละเอียด 1) เกษตรกรในพื้นที่ 19 ครอบครัว จำนวน 19 คน 2) พระ 1 รูป 3) วิทยากร 1 คน 4) ผู้จัดการโครงการและทีมงาน 3 คน ุ เกษตรเพื่อสุขภาพ ต. ท่าข้าม จำนวน 1 วัน ผู้เข้าร่วมโครงการ รวม 22 คน ดังรายละเอียด 1. เกษตรกรในพื้นที่ 17 ครอบครัว จำนวน 17 คน 2. พระ 1 รูป 3. วิทยากร 1 คน 4. ผู้จัดการโครงการและทีมงาน 3 คน ุ เกษตรเพื่อสุขภาพ ต. เกาะแต้ว จำนวน 1 วัน ผู้เข้าร่วมโครงการ รวม 19 คน ดังรายละเอียด 1. เกษตรกรในพื้นที่ 14 ครอบครัว จำนวน 14 คน 2. พระ 1 รูป 3. วิทยากร 1 คน 4. ผู้จัดการโครงการและทีมงาน 3 คน

4) เวทีเสวนาธรรมนำเกษตรเพื่อสุขภาพ พร้อมสังเคราะห์และประเมินองค์ความรู้การผลิตการเกษตรเพื่อสุขภาพ ระหว่างพื้นที่ จำนวน 1 วัน ุ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม รวม 80 คน ดังรายละเอียด 1) เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย 3 พื้นที่ รวม 50 คน
2) ภาคีร่วม รวม 19 คน • องค์การบริหารส่วนตำบล องค์กรละ 1 คน / 1 พื้นที่ รวม 3 คน • ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน องค์กรละ 1 คน / 1 พื้นที่ รวม 3 คน • ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล องค์กรละ 1 คน / 1 พื้นที่ รวม 3 คน • หน่วยงานทางด้านสาธารณสุขในพื้นที่ สถานีอนามัยองค์กรละ 1 คน / 1 พื้นที่ รวม 3 คน • ผู้แทนสถานศึกษาในพื้นที่ องค์กรละ 1 คน / 1 พื้นที่ รวม 3 คน • สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดสงขลา 1 คน
• ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยวิธีชีวภาพจังหวัดสงขลา 1 คน
• สำนักงานเกษตรอำเภอ 2 คน 3) คณะทำงานกลาง 5 คน 4) วิทยากร และภาคีที่สนใจ 6 คน 5) กิจกรรมเสริมสร้างแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ร้อยเรียงสุขภาวะชุมชน
ประกอบด้วย กิจกรรมย่อย 4 กิจกรรม โดยจัดทุกพื้นที่ พื้นที่ละ 4 กิจกรรม ดังนี้ 1) เวทีเสวนาธรรมนำเกษตรเพื่อสุขภาพ พร้อมกิจกรรมการปลูกผักสวนครัว 2) เวทีเสวนาธรรมนำเกษตรเพื่อสุขภาพพร้อมสาธิตการทำน้ำยาล้างจาน 3) เวทีเสวนาธรรมนำเกษตรเพื่อสุขภาพพร้อมสาธิตการทำสบู่ + แชมพู 4) เวทีเสวนาธรรมนำเกษตรเพื่อสุขภาพ พร้อมการจัดการขยะในครัวเรือนและชุมชน ุ เกษตรเพื่อสุขภาพ บ้านยางงาม ต.ทุ่งหวัง จำนวน 1 วัน ผู้เข้าร่วมโครงการ รวม 24 คน ดังนี้ 1. เกษตรกรในพื้นที่ 19 ครอบครัว จำนวน 19 คน 2. พระ 1 รูป 3. วิทยากร 1 คน 4. ผู้จัดการโครงการและทีมงาน 3 คน

ุ เกษตรเพื่อสุขภาพ ต. ท่าข้าม จำนวน 1 วัน ผู้เข้าร่วมโครงการ รวม 22 คน ดังรายละเอียด 1. เกษตรกรในพื้นที่ 17 ครอบครัว จำนวน 17 คน 2. พระ 1 รูป 3. วิทยากร 1 คน 4. ผู้จัดการโครงการและทีมงาน 3 คน ุ เกษตรเพื่อสุขภาพ ต. เกาะแต้ว จำนวน 1 วัน ผู้เข้าร่วมโครงการ รวม 19 คน ดังรายละเอียด 1. เกษตรกรในพื้นที่ 14 ครอบครัว จำนวน 14 คน 2. พระ 1 รูป 3. วิทยากร 1 คน 4. ผู้จัดการโครงการและทีมงาน 3 คน 5.
6) กิจกรรมพัฒนาศักยภาพการจัดการทางการเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อความยั่งยืน ประกอบด้วยกิจกรรมย่อย 4 กิจกรรม โดยจัดทุกพื้นที่ พื้นที่ละ 4 กิจกรรม ดังนี้ 1) เวทีเสวนาธรรมนำเกษตรเพื่อสุขภาพพร้อมกิจกรรมสร้างเสริมความรู้และแนวคิด รูปแบบการจัดการและการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด + รูปแบบตลาดสินค้าเกษตรธรรมชาติที่ยั่งยืน 2) เวทีเสวนาธรรมนำเกษตรเพื่อสุขภาพพร้อมกิจกรรมสร้างเสริมความรู้และแนวคิด รูปแบบการบริหารองค์กรภายใต้ภูมิปัญญาท้องถิ่น + เทคนิคการใช้ขยะสดเพื่อการเกษตร 3) เวทีเสวนาธรรมนำเกษตรเพื่อสุขภาพ พร้อมกิจกรรมสร้างเสริมความรู้และแนวคิดการทำบัญชีอย่างง่ายเพื่อการนำมาใช้ในชีวิตประจำวันและการพัฒนาสู่ธุรกิจชุมชน + แนวคิดการบริหารการเงินและการคลังอย่างง่ายในระดับครัวเรือนและการพัฒนาสู่ธุรกิจชุมชน + เทคนิคการใช้ จุลินทรีย์อย่างเหมาะสม + เทคนิคการให้น้ำอย่างเต็มศักยภาพ 4) เวทีเสวนาธรรมนำเกษตรเพื่อสุขภาพ พร้อมเทคนิคการวางแผนการผลิตเพื่อความสมดุลทางเศรษฐกิจ (อุปสงค์= อุปทาน) + เทคนิคการเตรียมแปลงปลูกตามแนวชีวภาพ + เทคนิคการบริหารและการจัดการในการปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อลดค่าให้จ่ายในครัวเรือน

ุ เกษตรเพื่อสุขภาพ บ้านยางงาม ต.ทุ่งหวัง จำนวน 1 วัน ผู้เข้าร่วมโครงการ รวม 24 คน ดังรายละเอียด 1. เกษตรกรในพื้นที่ 19 ครอบครัว จำนวน 19 คน 2. พระ 1 รูป 3. วิทยากร 1 คน 4. ผู้จัดการโครงการและทีมงาน 3 คน ุ เกษตรเพื่อสุขภาพ ต. ท่าข้าม จำนวน 1 วัน ผู้เข้าร่วมโครงการ รวม 22 คน ดังรายละเอียด 1. เกษตรกรในพื้นที่ 17 ครอบครัว จำนวน 17 คน 2. พระ 1 รูป 3. วิทยากร 1 คน 4. ผู้จัดการโครงการและทีมงาน 3 คน ุ เกษตรเพื่อสุขภาพ ต. เกาะแต้ว จำนวน 1 วัน ผู้เข้าร่วมโครงการ รวม 19 คน ดังรายละเอียด 1. เกษตรกรในพื้นที่ 14 ครอบครัว จำนวน 14 คน 2. พระ 1 รูป 3. วิทยากร 1 คน 4. ผู้จัดการโครงการและทีมงาน 3 คน 7) เวทีสัมมนาสรุปโครงการเพื่อความยั่งยืน จำนวน 1 วันโดยมีรายละเอียดกิจกรรม ดังนี้ w เวทีเสวนาธรรมนำเกษตรเพื่อสุขภาพ w สร้างตลาดแลกเปลี่ยนผลผลิต ระหว่างพื้นที่กลุ่มเป้าหมาย อย่างต่อเนื่อง w สัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้และกระบวนการจัดการระหว่างพื้นที่เป้าหมาย w เวทีสัมมนาเพื่อหาแนวทางการจัดทำยุทธศาสตร์เกษตรเพื่อสุขภาพระดับท้องถิ่น ุ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม รวม 80 คน ดังรายละเอียด 1. เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย 3 พื้นที่ รวม 50 คน 2. ภาคีร่วม รวม 19 คน • องค์การบริหารส่วนตำบล องค์กรละ 1 คน / 1 พื้นที่ รวม 3 คน • ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน องค์กรละ 1 คน / 1 พื้นที่ รวม 3 คน • ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล องค์กรละ 1 คน / 1 พื้นที่ รวม 3 คน • หน่วยงานทางด้านสาธารณสุขในพื้นที่ สถานีอนามัยองค์กรละ 1 คน / 1 พื้นที่ รวม 3 คน • ผู้แทนสถานศึกษาในพื้นที่ องค์กรละ 1 คน / 1 พื้นที่ รวม 3 คน • สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดสงขลา 1 คน
• ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยวิธีชีวภาพจังหวัดสงขลา 1 คน
• สำนักงานเกษตรอำเภอ 2 คน 3. คณะทำงานกลาง 5 คน 4. วิทยากร และภาคีที่สนใจ 6 คน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ เกษตรกรปรับวิถีการผลิตโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เกิดองค์ความรู้และความเชื่อมั่นต่อแนวทางการเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เกษตรกรมีศักยภาพในการแก้ปัญหาด้านการผลิต การตลาด และการบริหารจัดการ อีกทั้งเกิดรูปแบบความสัมพันธ์ใหม่ จากกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่ายกับเครือข่ายและระหว่างเครือข่ายกับองค์กรภาคี เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การเกษตรเพื่อสุขภาพระดับท้องถิ่น ตลอดจนสามารถพัฒนาสู่กระบวนการสร้างความร่วมมือระหว่างเครือข่ายผู้ผลิตและเครือข่ายผู้บริโภค นำไปสู่การสร้างสุขภาวะชุมชนคนสงขลาต่อไป
องค์กรร่วมดำเนินงาน การดำเนินงานโครงการ มีแผนการประสานความร่วมมือกับองค์กรหรือส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจากการดำเนินงาน อันจะนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกร และกลุ่มเกษตรกร อีกทั้งยังเป็นการสร้างกลยุทธ์สู่ความยั่งยืนได้อีกทางหากสามารถบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งองค์กรร่วมดำเนินงานของโครงการพัฒนาเครือข่ายเกษตรวิถีธรรมเพื่อสุขภาวะคนสงขลา มีส่วนงานที่เกี่ยวข้องที่สามารถมาร่วมกิจกรรมได้ในบางกิจกรรมของโครงการดังนี้. - องค์การบริหารส่วนตำบล - ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน - ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล - สำนักงานเกษตรอำเภอ - สำนักงานพัฒนาที่ดินเขตพื้นที่ - ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยวิธีชีวภาพ - หน่วยงานทางด้านสาธารณสุขในพื้นที่ อาทิ สถานีอนามัย

งบประมาณการดำเนินโครงการ การดำเนินงานโครงการนำร่องการพัฒนาเครือข่ายเกษตรวิธีธรรมเพื่อสุขภาวะคนสงขลา ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพเป็นเงิน 216,450 บาท

กลยุทธ์ที่จะนำไปสู่ความต่อเนื่องยั่งยืนของโครงการ 1) การเสริมสร้างแนวคิดการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง 2) การสอดแทรกเวทีเสวนาธรรมนำเกษตรเพื่อสุขภาพในทุกกิจกรรมโครงการ 3) การประสานความร่วมมือองค์กรที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมโครงการ 4) ผลักดันให้เกิดยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับท้องถิ่นด้านการเกษตรเพื่อสุขภาพ 5) เกิดกระบวนการขยายผลองค์ความรู้สู่เครือข่ายเกษตรเพื่อสุขภาพเครือข่ายอื่นๆ 6) ผลักดันให้มีการวิจัยประเมินผลโครงการ เพื่อการนำผลที่ได้จากการศึกษาเข้าสู่เวทีการพัฒนาพื้นที่เป้าหมายต่อไป

การประเมินผล ใช้วิธีการประเมินผลจาก 1) การสังเกต การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กระบวนทัศน์ วิถีการผลิตของเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย ในการดำเนินชีวิตตามฐานคิดเศรษฐกิจเพื่อการพึ่งตนเอง 2) การเกิดการประสานภาคี/เครือข่ายในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการเกษตรทางเลือก เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อแนวทางเกษตรเพื่อสุขภาพ 3) การเกิดระบบการบริหารจัดการ การแก้ปัญหาด้านการผลิต การตลาด 4) เกิดแนวทางการกำหนดยุทธศาสตร์เกษตรเพื่อสุขภาพระดับท้องถิ่น 5) เวทีสรุปผลการดำเนินโครงการ

ผลลัพธ์ที่ได้ (จากการดำเนินโครงการ) ด้วยวัตถุประสงค์การดำเนินงานโครงการซึ่งมุ่งให้เกิดการปรับแนวคิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยเศรษฐกิจพอเพียงทั้งด้านการประกอบอาชีพการเกษตรที่ปลอดภัย และการปรับประยุกต์ใช้ในครัวเรือน เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายนั้นได้มีโอกาสเรียนรู้ทางเลือกการพึ่งตนเองสำหรับการทำการเกษตรและรู้จักลดภาระค่าใช้จ่ายในหลาย ๆ กิจกรรมในครัวเรือน ซึ่งนับได้ว่าองค์ความรู้ดังกล่าวนั้นสามารถช่วยให้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายนั้นเกิดความตระหนักมากยิ่งขึ้นเนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ภาวะเศรษฐกิจนั้นอยู่ในช่วงของวิกฤตด้านราคาน้ำมัน และต้นทุนการผลิตเป็นอย่างยิ่ง อาทิ ราคาปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ที่พุ่งพรวดขึ้นมาตามราคาน้ำมัน นั่นเอง
ผลในทางปฏิบัติ กลุ่มตำบลท่าข้ามยืนยันด้วยความมั่นคงในการปฏิเสธการใช้ปุ๋ยเคมี และสารเคมีกำจัดศัตรูพืช โดยได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากโรงปุ๋ยชีวภาพตำบลท่าข้าม ด้วยการให้กลุ่มได้นำปุ๋ยหมักจากโรงปุ๋ยมาใช้ก่อนและหักจ่ายกันภายหลัง , กลุ่มตำบลยางงาม มุ่งมั่นการผลิตปุ๋ยหมักใช้เองด้วยความสามารถในการประสานงานของรับการสนับสนุนเครื่องมือ เครื่องทุ่นแรงสำหรับการผลิตปุ๋ยหมักแห้ง และสารชีวภัณฑ์จากองค์กรภาคี ทำให้กลุ่มสามารถผลิตปุ๋ยหมักแห้งได้ในปริมาณมากพอกับความต้องการ และได้ปุ๋ยที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ ตลอดช่วงเวลาการดำเนินงานโครงการนั้น แกนนำและสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ได้ทุ่มเทสำหรับงานประสานงานกับองค์กรภาคีต่าง ๆ ซึ่งสมาชิกนั้นมีความเข้าใจถึงกระบวนการดำเนินงานด้านสุขภาพนั้นจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง นับได้ว่าผลจากกิจกรรมสัมมนาหาแนวทางความร่วมมือจากองค์กรภาคี ทำให้หลายองค์กรที่มีศักยภาพในการสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมเกษตรเพื่อสุขภาพ ต่างก็มีความเข้าใจในบริบทของแต่ละองค์กรที่พึงจะให้การสนับสนุนและส่งเสริมได้ ดังเห็นได้จากแต่ละพื้นที่ได้ขอรับการสนับสนุนการจัดทำแปลงเรียนรู้เกษตรเพื่อสุขภาพสำหรับชุมชน ซึ่งได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีจากองค์การบริหารส่วนตำบลของแต่ละพื้นที่ในการให้การสนับสนุนงบประมาณการจัดทำ โดยแต่ละพื้นที่ก็มีรูปแบบและลักษณะของแปลงเรียนรู้ที่แตกต่างกันออกไปตามคุณสมบัติของชุมชน สำหรับองค์กรที่มีภารกิจโดยตรงที่จำเป็นต้องให้การสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ และร่วมเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องเกษตรกรในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อให้เดินหน้าต่อสู้กับปัญหาอุปสรรคมากมายกับการทำการเกษตรเพื่อสุขภาพ ซึ่งบุคคลที่คุ้นเคย คือ สำนักงานเกษตรอำเภอ โดยเจ้าหน้าที่เกษตรตำบล ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน โดย ครูอาสา ซึ่งได้มีส่วนร่วมทั้งทางตรงและทางอ้อม ตามแต่ภารกิจหน้าที่จะอำนวย โดยเห็นได้จากความแตกต่างกับในอดีต ที่องค์กรเหล่านี้ดำเนินภารกิจอุดหนุน เกษตรกรค่อนข้างมาก แต่ปัจจุบันนั้นเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ประสานงานเสียมากกว่า นั้นหมายถึงเป็นสิ่งจำเป็นที่พี่น้องเกษตรกรต้องเข้าใจ ว่าภารกิจหน้าที่ของแต่ละองค์กรนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปตามการปฏิรูประบบราชการนั่นเอง หากพิจารณาถึงการสนับสนุนการทำการเกษตรเพื่อสุขภาพ ปัจจัยหนึ่งซึ่งมีความสำคัญไม่น้อย และอาจเป็นปัจจัยนำหากพิจารณาถึงหลักการด้านการบริหารธุรกิจ ซึ่งควรใช้หลักการตลาดนำการผลิต โดยมองมิติความเป็นจริงในสังคมว่ากลไกการตลาดมักเป็นส่วนชี้นำได้ดี เช่น การโฆษณามีอิทธิพลกับการตัดสินใจบริโภค เป็นต้น แต่หากมองด้านการเกษตรเพื่อสุขภาพแล้วนั้น ต้องยอมรับความความเป็นจริงว่า มีกลุ่มกิจกรรมการผลิตที่มุ่งสร้างผลผลิตให้ได้ปริมาณมาก ให้สวย ซึ่งตรงความต้องการของแม่ค้า พ่อค้าในตลาด ทำให้เกษตรกรที่พึ่งพาตลาดดังกล่าวนั้นต้องทำทุกหนทางเพื่อให้ได้มาซึ่งผลผลิตที่สวย และมีปริมาณมากเพื่อให้ได้รายได้มาก แต่การทำการเกษตรเพื่อสุขภาพนั้น ต้องยอมรับในกระบวนการผลิตที่จำเป็นต้องได้รับผลผลิตน้อยกว่าโดยเปรียบเทียบ ความสวยอาจจะไม่มี ฉะนั้นอยากให้มองมิติด้านการตลาดให้เป็นการสร้างช่องทาง หรือตลาดทางเลือกสำหรับเกษตรกรที่มีกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดที่จะยอมจ่ายส่วนต่างของรายได้ และค่าแรงงานด้านการจัดการที่มากขึ้นในกระบวนการผลิตเกษตรเพื่อสุขภาพ ดังเห็นได้จากความพยายามสร้างโอกาสด้านการตลาดของร้านครัวเพื่อนสุขภาพ 2 สาขา ในหาดใหญ่ รวมถึงการดำเนินงานโครงการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพของโรงพยาบาลสงขลา ได้เป็นภาคีหนึ่งที่ประกาศวิสัยทัศน์ไว้ในวันสัมมนาถึงแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนไว้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจัดกิจกรรมขึ้นสองส่วน คือ งานโภชนาการปกติของโรงพยาบาลที่เป็นช่องทางรองรับผลผลิต และการนำร่องจัดตลาดนัดสุขภาพให้พี่น้องเกษตรกรได้นำผลิตผลไปจำหน่ายในทุกวันศุกร์ และปัจจุบันได้ขยายเป็นทุกวันอังคาร และศุกร์ ซึ่งเป็นตลาดรองรับผลิตผลจากเกษตรกรที่ผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพ อันจะเห็นได้ว่ากลไกการตลาดมีความสำคัญกับการพัฒนาเครือข่ายเกษตรเพื่อสุขภาพให้สามารถขยายวงกว้างและมีความยั่งยืนได้ต่อไป อย่างไรก็ตามการดำเนินงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายทั้งหมดของโครงการได้ อันเนื่องมาจากกิจกรรมโครงการนั้นมีผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อวิถีชีวิตและชุมชนของกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งการดำเนินงานโครงการนั้นไม่สามารถแยกส่วนได้ จำเป็นที่ผู้รับผิดชอบโครงการต้องพยายามสร้างความกลมกลืนระหว่างสภาพการณ์ที่เป็นอยู่กับแผนงานกิจกรรม ซึ่งนับเป็นสิ่งจำเป็นและต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง อาทิ ช่วงเวลาที่พี่น้องเกษตรกรต้องเผชิญภาวะภัยแล้ง ส่งผลกระทบต่อเนื่องในหลายส่วน จำเป็นอย่างยิ่งของการดำเนินงานที่ต้องมองภารกิจด้านอื่น ๆ ควบคู่กันไปที่พอจะบรรเทา และหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันตลอดเวลา เป็นต้น มิใช่เพียง " ฉันมีโครงการแล้ว ฉันจะทำโครงการของฉันให้เสร็จ" "ซึ่งโครงการที่ทำนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของพี่น้องเกษตรกรของฉันเท่านั้นเอง" จากความพยายามเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมการจัดทำแผนพัฒนาตำบล ของแต่ละพื้นที่ เพื่อได้ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อที่ประชุมถึงแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนการเกษตรเพื่อสุขภาพ ทั้งโดยคณะทำงานโครงการ และผู้นำชุมชน อาจไม่สามารถอธิบายผลการดำเนินงานได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่หากพิจารณาถึงตัวเอกสารที่เป็นผลผลิตของวาระการประชุม เห็นได้ว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชนด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมแล้วนั้น พบว่า ทั้ง 3 องค์การบริหารส่วนตำบลนั้นต่างก็ได้กำหนดแผนพัฒนาด้านนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า จะให้การสนับสนุนด้านงบประมาณเพื่อรองรับการดำเนินงานของชุมชนที่จะร่วมกันเสนอความต้องการโครงการในกรอบด้านการเกษตรเพื่อสุขภาพ

ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานโครงการ 1. การดำเนินงานโครงการ เป็นลักษณะของกิจกรรมแยกส่วน เนื่องจากกรอบการสนับสนุนนั้นแคบเกินไป ซึ่งไม่สามารถกำหนดแผนงาน กิจกรรมดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม วิถีชีวิต ความเป็นชุมชนเกษตร 2. การกำหนดค่าตอบแทนการทำงานของผู้รับผิดชอบโครงการ นับเป็นข้อจำกัดพอสมควร ซึ่งกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนเป็นรายกิจกรรม แม้เดิมทีความตั้งใจของผู้รับผิดชอบจะมาด้วยงาน "ขันอาสา" แต่เนื่องจากภารกิจของงานนั้น ไม่สามารถจะทำได้โดยอาศัยเพียงเวลาว่าง ทำให้การติดตามงานไม่ต่อเนื่อง 3. การบริหารงานโครงการขาดแคลนทรัพยากรบุคคลด้านงานธุรการ ทำให้งานประสานงานและงานข้อมูลขาดประสิทธิภาพ
4. ภารกิจที่มากมายของแกนนำในแต่ละพื้นที่ เป็นอุปสรรคสำหรับงานประสานงานและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติงานที่กำหนดไว้

ข้อเสนอแนะ 1. การกำหนดกรอบการให้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำหรับภาคเกษตร"ไม่ใช่จะให้แต่กระบวนการ" "แล้วจะเอาองค์ความรู้" " ควรให้โอกาสมากกว่านี้ ให้เขาได้กำหนดแผนงานกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตโดยรวม ที่เข้าถึง และเข้าใจ เกษตรกรมากกว่านี้ 2. การเข้าปฏิบัติพื้นที่ในลักษณะของชุมชนเกษตรนั้นต้องอาศัยความใกล้ชิด หากการเข้าไปร่วมงานกับชาวบ้าน แต่เอาลักษณะของความเป็นเจ้านายลงไปทำงาน คงไม่ต่างอะไรกับที่ข้าราชการทำอยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องมาทำงานซ้ำซ้อนกันให้สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน ควรค้นหาศักยภาพของคนในชุมชน
แล้วกำหนดค่าป่วยการให้เขาให้พอเหมาะพอควร เพื่อให้ไม่กระทบกับสถานภาพทางเศรษฐกิจของคนปฏิบัติงานที่จิตใจนั้นขันอาสามากนัก
3. ควรสร้างทีมงานที่มีความชำนาญด้านงานธุรการ มีความคล่องตัวสูง มีความยืดหยุ่น เข้าปฏิบัติการร่วมกับทีมชุมชน มากกว่าปล่อยให้ภารกิจด้านนี้เข้าไปเพิ่มภาระให้กับทีมชุมชน 4. การเข้าปฏิบัติงานโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่อาจมีความจำเป็นต้องประเมินความพร้อมในส่วนของผู้นำไม่ให้เกิดการแบกรับภาระกิจกรรมที่มากจนเกินไปอันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว