สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

ยึด “เกียรติ ศักดิ์ศรี ความสุข” นำผู้สูงอายุสงขลากลับคืนสังคม

by kai @5 ก.ค. 50 17:27 ( IP : 124...91 ) | Tags : แนะนำเครือข่าย
photo  , 1040x780 pixel , 189,033 bytes.

"น้ำนิ่งอาจเป็นน้ำเน่าได้  แต่น้ำที่ไหลจะไม่เน่า เช่นเดียวกันสูงอายุต้องทำตัวให้เหมือนน้ำไหลอยู่ตลอดเวลา"

คำกล่าวของพลตำรวจโทพิงพันธุ์ เนตรรังษี นายกสมาคมเครือข่ายสุขภาพผู้สูงอายุจังหวัดสงขลา  จนถึงวันนี้สมาคมฯ ได้มีบทบาททำให้น้ำที่ทำท่าจะนิ่ง กลับมาไหลอีกครั้งอย่างน่าภาคภูมิใจ สามารถกระตุ้นสังคมเกิดการตื่นตัวหลายทาง จนผู้สูงอายุในจังหวัดสงขลามีสุขภาพดีขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจ

"แต่ก่อนผู้สูงอายุมักเก็บตัว อ้างโน่นอ้างนี่ โอ๊ย  เจ็บเข่า เจ็บเอว แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว พอได้สุขภาพดีก็พร้อมเดินเข้าสู่สังคม"  พ.อ.นิมิตร อักษรเกิด เลขานุการสมาคมฯเล่า พร้อมทั้งขยายถึงความเป็นมา

เดิมจังหวัดสงขลามีชมรมผู้สูงอายุที่เกิดตามธรรมชาติอยู่ราว 160 ชมรม มีการจัดตั้งศูนย์เครือข่ายสุขภาพผู้สูงอายุจังหวัดสงขลาเมื่อ18 ตุลาคม  2544  จนเมื่อ 6 มกราคม 2549 จึงจัดตั้งเป็นสมาคมเครือข่ายสุขภาพผู้สูงอายุจังหวัดสงขลา  จาก 160 ชมรม  มีผู้เข้าร่วมเป็นสมาชิก 132 ชมรม จำนวนคนกว่า 30,000 คน  ส่วนที่ไม่เข้าร่วมเป็น เพราะส่วนหนึ่งได้ยุติบทบาท ล้มหายตายจากไปเสียก่อนเท่านั้น

ชมรมผู้สูงอายุที่เกิดขึ้นเอง ตามธรรมชาติ ในชุมชนต่าง ๆมักมีปัญหาขาดความรู้ในการจัดการ  สมาคมฯ ซึ่งได้รับการอุดหนุนงบประมาณจากหน่วยงานต่างๆ เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)สงขลา  สสส.  เป็นต้นจึงมีโอกาสหนุนเสริมโดยตั้งวัตถุประสงค์ที่จะเข้าไปให้คำแนะนำสมาชิกในการจัดตั้ง พัฒนาองค์กร  ฝึกอบรมทักษะความรู้ ความสามารถ ให้สมาชิกดูแลสุขภาพกายสุขภาพจิต  ส่งเสริมสนับสนุนงานวิชาการ งานวิจัย ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเล่นกีฬา ออกกำลังกาย  เพื่อเสริมสร้างสุขภาพ จัดแข่งขันกีฬาเพื่อเชื่อมความสามัคคี สร้างแบบอย่างที่ดีแก่สังคมภายใต้สโลแกนว่า " เพื่อผู้สูงอายุ ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และเป็นสุข"

อาจารย์เสาวนีย์ ประทีปทอง  กรรมการบริหาร ฝ่ายแผนงานและโครงการของสมาคมฯ เล่าว่า กิจกรรมสำคัญของสมาคมที่ได้ดำเนินการแล้ว  ประสบความสำเร็จอย่างน่าภาคภูมิใจอาจเรียงตามลำดับได้ดังนี้

1.การส่งเสริมพัฒนาการออกกำลังกาย และจัดการแข่งขันกีฬาผู้สูงอายุจังหวัดสงขลา "ช่อลำดวนเกมส์"

การส่งเสริมการออกกำลังกาย มีการผลิตสื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย 5 ประเภท ได้แก่ ไทเก๊ก  มโนราประยุกต์ รำไม้พลอง ทักษะมวยไทย และแอโรบิค  ที่ได้รับความสนใจและโด่งดังไปทั่วประเทศขณะนี้แล้ว นั่นคือ มโนราประยุกต์หรือมโนราบิค  ซึ่งเป็นท่าร่ายรำมโนราเพื่อการออกกำลังกายพร้อมกับดนตรี

"สื่อดังกล่าวใช้ ในการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ&nbsp; เราเผยแพร่อบรมแล้ว จัดการแข่งขันท่าออกกำลังกายดังกล่าวในการแข่งขันกีฬาช่อลำดวนเกมส์ ซึ่งปีนี้จัดเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2550 ที่สนามติณสูลานนท์ ก็ยิ่งทำให้กระแสการออกกำลังกายทั้งในและนอกชมรมเกิดขึ้น มีคนหันมาสนใจเรื่องสุขภาพ ได้มาก&nbsp; ทั้งขยายไปยังองค์กรต่างๆ&nbsp; เช่นโรงเรียน กาชาดจังหวัด&nbsp; ไม่ใช่เฉพาะสงขลา แต่ทั่วประเทศ เป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจมาก&nbsp; ที่ทำให้ประชาชนทั้งประเทศหันมาสนใจเรื่องนี้&nbsp; "&nbsp; อาจารย์เสาวนีย์เล่า และว่า ที่คนสนใจมโนราประยุกต์ เท่าที่รับฟังมา เพราะดนตรีประกอบของมโนราเร้าใจ&nbsp; ความสำเร็จทำให้เกิดโครงการขยายเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพสู่ชุมชนโดยการออกกำลังกายแบบมโนราประยุกต์ประกอบดนตรีพื้นบ้าน สนับสนุนโดย สสส.และสภาผู้สูงอายุแห่งชาติ ตามมาอีก<br />

2.การเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุ&nbsp; เพื่อให้ความรู้ แก่ผู้สูงอายุในเรื่องต่างๆ


"อันนี้เราจะเดินไปยังชมรมต่างๆ ทำให้เรารู้ว่า เขาทำอะไรกัน เราเอาเรื่องการพัฒนาองค์กร แนะอาชีพ  ไปให้ โดยพวกเขาไม่ต้องมาหาเราให้ลำบาก " อาจารย์เสาวนีย์เล่า  กลุ่มที่ออกทำงานนี้มักเป็นกรรมการบริหารสมาคม ฯ หรือตัวแทน  ซึ่งเป็นงานอาสาสมัคร ไม่มีผลตอบแทน  กำหนดจะเดินทางสองเดือน/ครั้ง  แต่ในปีหน้าจะเพิ่มความถี่เป็นเดือนละครั้ง

"พอเราไปแล้ว สิ่งที่ได้เห็นคือสมรรถนะของชมรมต่างๆ&nbsp; ว่าเข้มแข็ง ล้มเหลว หรือไม่เพียงใด ถ้าไม่ดีก็แนะนำ&nbsp; ถ้าดีแล้วก็ชมกันไป" พ.อ.นิมิตรเล่าบ้าง ที่น่าพอใจในกิจกรรมดังกล่าว ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ได้รับรู้ข้อเท็จจริงของปัญหาที่ว่ากลุ่มผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ยังมีอีกมาก และรู้ว่าจุดไหน เรื่องใด ทางสมาคมฯ ก็ถือเอาโอกาสนำข้อมูลเหล่านี้มากระตุ้นเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามระบบ ให้รีบช่วยเหลือตามแนวทางที่เป็นไปได้<br />

"เขาก็พอใจที่ได้อาชีพ แต่บางชมรมก็เก่งมากเรื่องการฝึกอาชีพ ได้รู้จักท่าการออกกำลังกายที่เรานำไปฝาก&nbsp; แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็น่าประทับใจ อย่างปกติการเดินทางทุกครั้งเราพกข้าห่อไปด้วย แต่ คนที่เราไปเยี่ยมมักเดินถือปิ่นโตกันมาคนละเถาเอามาเลี้ยง ซึ่งเป็นภาพที่งดงามเกิดขึ้น"

การลงไปเยี่ยมเยือน ทำให้ประเมินได้อย่างหนึ่งว่าชมรมผู้สูงอายุ จะเกิดและเติบโต พัฒนาได้หรือไม่ มักขึ้นกับผู้นำชมรมเป็นสำคัญ ถ้ารู้หลักบริหาร ก็ทำให้เข้มแข็ง&nbsp; เสาวนีย์ ยกตัวอย่างกลุ่มหนึ่งที่สมาคมฯเข้าไปส่งเสริมการทำผ้าบาติกในกลุ่ม กลายเป็นสินค้าส่งออกที่ผลิตแทบไม่ทัน ผู้สูงอายุมีความสุข&nbsp; เพราะโดยพื้นฐานของกลุ่มดีอยู่แล้วนั่นเอง

3. กิจกรรมสังสรรค์ ที่กำหนดจัด 18 ตุลาคม ของทุกปี งานนี้ฟังแล้วอาจดูเหมือนว่า ไม่สลักสำคัญมาก&nbsp; พ.อ.นิมิตรเล่าว่าตอนสมาคมฯจัดงานคิดว่าคนจะมาร่วมงานน้อย แต่กลายเป็นว่าการจัดงานในโรงแรม ทำให้ไม่สามารถรับผู้เข้ามาร่วมได้ เพราะได้รับความสนใจมาก<br />

"คนแก่เดินไม่คล่อง พอมางาน ได้รำวง ลีลาส ก็รู้สึกภูมิใจที่ทำได้" พ.อ.นิมิตรเล่า และว่ากำลังเป็นเวทีผู้ศุงอายุประจำปี ของสงขลาที่อยู่ในความสนใจ ที่จะมีการเตรียมการจัดให้เพียงพอกับความต้องการมาร่วมงานของสมาชิก

4.กิจกรรมวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ที่สมาคมฯ เปิดโอกาสให้มีการแสดงวัฒนธรรม การแสดงผลงาน ร้านค้าของผู้สูงอายุ&nbsp; มีเยาวชนเข้ามาร่วมด้วย ในการจัดครั้งที่ผ่านมา มีองค์กรเข้าร่วม นอกจากสมาคมฯเอง ยังมี สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ จังหวัดสงขลา อบจ.สงขลา และเทศบาลนครสงขลา<br />

"งานนี้เปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าร่วมด้วย เพื่อให้เห็นวัฒนธรรม อีกอย่างเราต้องการหาผู้สืบทอดรุ่นต่อๆไป&nbsp; เพราะ ถ้าคนรุ่นนี้ล้มตายไปจะได้มีคนมาทำงานต่อ" พ.อ.นิมิตรกล่าว<br />


ในกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วยการ ทำบุญตักบาตร รดน้ำดำหัว  ประกวดผุ้สูงอายุสุภาพดี  สงเคราะห์ผู้สูงอายุยากไร้  การแสดงออกศิลปวัฒนธรรมต่างๆ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผู้สูงอายุ ออกร้าน ถ่ายทอดภูมิปัญญาของผู้สูงอายุสู่ชุมชน ซึ่งได้รับความสนใจมาก
อาจารย์เสาวนีย์ยังเล่ากิจกรรมอื่นของสมาคมฯ ที่ได้ดำเนินการ เช่นการเข้าร่วมพระราชพิธีเฉลิมพระเกียรติวันพ่อแห่งชาติ และวันแม่แห่งชาติ ซึ่งจะนำสมาชิกไปเข้าเฝ้าถวายพระพรที่กรุงเทพฯ ,การจัดทัศนศึกษาดูงาน ,การประชุมอบรมความรู้ และฝึกปฏิบัติ  ทั้งทางกายและทางจิต โดยเชิญนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ ทางกาย ประเด็นที่จัดไปแล้วคือ ส่งเสริมภูมิปัญญาตะวันออก และระบบประสาทวิทยา ส่วนทางจิต ได้แก่ อบรมความรู้ ทักษะการปฏิบัติธรรม โดยสมาชิกได้เข้าปฏิบัติธรรมที่วัดป่าลิไลย์ พัทลุง
นอกจากนั้นการจัดทำจุลสารสัมพันธ์ สมาคมเครือข่ายสุขภาพผู้สูงอายุจังหวัดสงขลา ซึ่ง เสาวนีย์ รับเป็นบรรณาธิการ เป็นจุลสารราย 4 เดือน  แจกให้กับชมรมผู้สูงอายุ ห้องสมุด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยปัจจุบันแจกฟรี เพราะไก้รับการอุดหนุนงบประมาณ ไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกเหมือนก่อน

เนื้อหาประจำของจุลสารสัมพันธ์ สมาคมเครือข่ายสุขภาพผู้สูงอายุจังหวัดสงขลานำเสนอความเคลื่อนไหวของสมาคมฯ  สิทธิผู้สูง  สาระน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพเบื้องต้นของผู้สูงอายุ การป้องกัน รักษาโรค  บทกวีที่สมาชิกเขียนส่งมา ความเคลื่อนไหวกิจกรรมทุกอย่าง  สมาชิกหรือชมรมผู้สูงอายุทั่วไปจะส่งข้อเขียนมา ธรรมะกับสังคม  เกร็ดความรู้เรื่องอาหาร โรคภัย และเรื่องทั่วไป ก้าวทันโลก เที่ยวเมืองไทยถามตอบปัญหา คลายเครียดภาพกิจกรรมของสมาคม แต่ที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่งคือ ความเป็นมาของเหตุการณ์ภาคใต้ ที่ลงเป็นตอนๆ  โดย พลตำรวจโทพิงพันธ์ นายกสมาคมฯ ที่อดีตคือ นายตำรวจระดับสูงที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ และเคยผ่านสมรภูมิการสู้รบในเหตุการณ์ความไม่สงบในอดีตมาแล้วนั่นเอง

อาจารย์เสาวนีย์ สรุปภาพรวมในงานของสมาคมฯ ว่า ในส่วนที่ดี คือได้ดึงเอาผู้สูงอายุ หันมาดูแลสุขภาพกาย&nbsp; และหันมาช่วยสังคมมากขึ้นส่วนที่เป็นปัญหาอยู่ อาจจะเป็นในเรื่อง การขาดงบประมาณในการดำเนินการ จึงไม่สามารถตอบสนองความต้องการของแต่ละชมรมได้ครบถ้วน

สิ่งที่ทางสมาคมฯ ตระหนักคือ ปัญหาเรื่องผู้สูงอายุที่ยากไร้ ลำบากถูกทอดทิ้ง อยู่ตามหัวไร่ปลายนา อีกมาก ที่เห็นและเข้าไปช่วยเหลือ และกำลังสำรวจข้อมูล

"ผู้สูงอายุยากไร้ 6,000 กว่าคน ช่วยตัวเองไม่ได้  อันนี้เรากำลังของบประมาณสนับสนุน จากผู้ว่าราชการจังหวัด ราว 100,000 บาทเพื่อไปช่วยเบื้องต้น  ไปเยี่ยม  ไถ่ถาม หาทางช่วย ส่วนมากอยู่ตามหัวไร่ปลายนา ไม่มีโอกาส เป็นสมาชิกของชมรม เพราะการเป็นสมาชิกต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่ พวกเขาไม่มีโอกาสหรอก  บางคนไม่มีโอกาสแม้แต่จะออกไปข้างนอกทีอยู่ ห่างไกล  แต่เราจะให้เงินไม่ได้ ส่วนนี้ อบต. จะช่วยอยู่แล้ว เป็นหน้าที่เขา  เราอาจทำได้ ช่วยเหลือเบื้องต้นเท่าที่ทำได้  และให้กำลังใจว่าแม้อยู่ไกล ออกมาไม่ได้ ก็มีคนห่วงใยให้กำลังใจอยู่  งานนี้ยังไม่รู้ได้งบหรือไม่(สัมภาษณ์ 2ก.ค.2550)  แต่เราจะบรรจุอยู่ในแผนงานปี 2551 ด้วย"อาจารย์เสาวนีย์ และ พ.อ.นิมิตร ร่วมกันให้ข้อมูล

ปี 2551 ทางสมาคมฯยังจะมีการเพิ่มกิจกรรมอีกมาก  เช่นโครงการส่งเสริมอาชีพ รายได้ของผู้สูงอายุ  อย่างการนวดแผนไทย  ,การจัดทำสื่อเผยแพร่คุณงามความดี ของผู้สูงอายุที่ดีเด่น เรียกว่า บรรพชนคนดี  เป็นหนังสือและซีดี เพื่อเผแพร่ต่อสังคม โดยพิจารณาจาก คนดีใช้ชีวิตพอเพียง ช่วยเหลือสังคม ปฏิบัติตนเป็นคนดี ,โครงการวิจัย เพื่อหาปัญหาการบริหารของชมรม  และโครงการทำให้กิจกรรมของสมาคมฯเข้มแข็ง ฯลฯ

ข้อมูลจากอาจารย์ วิชัย รูปขำดี แห่งสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้สำรวจข้อมูลผู้สูงอายุเมื่อปี 2548 พบว่า ในจังหวัดสงขลามีอยู่ 131,987 คน โดยตัวเลขผู้ที่มีอายุสูงกว่า 100 ปีขึ้นไปมีอยู่ 638 คน ในสงขลานั้นนับว่าเป็นสิ่งที่บ่งบอกสถานการณ์ที่น่าภาคภูมิใจของผู้สูงอายุอย่างหนึ่ง เพียงแต่ทำอย่างไรให้ " ผู้สูงอายุ ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และเป็นสุข" อย่างสโลแกนของสมาคมเครือข่ายสุขภาพผู้สูงอายุจังหวัดสงขลา

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว