สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

ความภาคภูมิใจแห่งท้องถิ่น จุดเริ่มต้นความร่วมมือที่คลองแห

by kai @6 มิ.ย. 50 20:40 ( IP : 222...53 ) | Tags : แนะนำเครือข่าย
photo  , 548x411 pixel , 106,857 bytes.

วัดคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังฝนเทกระหน่ำในวัน 15 ค่ำ เดือน 6 ค่อยซาเม็ด จนเหลือละอองน้ำในอากาศน้อยเต็มที  แดดจึงลอดออกสว่างจ้าอีกครั้งในยามเย็น

แม่ค้าตั้งเตรียมขายของในคืนเวียนเทียนวิสาขบูชา ดูเผินๆคงคล้ายวัดทั่วไป แต่พอมองเห็นกองทรายลานตาตรงลานวัด และผู้คนที่เริ่มทยอยเข้ามาจนแน่นขนัด  จึงพบว่ามีความหมายพิเศษซ่อนอยู่

พระครูปลัดสมพร ฐานธมฺโม เจ้าอาวาส  วัดคลองแห ได้เชิญกรรมการวัดและผู้สนับสนุน ร่วมกำหนดกิจกรรมวันวิสาขบูชาที่นอกเหนือไปจากพิธีสงฆ์มาก่อนหน้านี้แล้ว และไม่ใช่เพียงจุดเริ่มต้น เพราะวัดได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง
อาจารย์เสริญ  สาสุธรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าไทร ตำบลคลองแห ในฐานะกรรมการวัดกล่าวว่า กิจกรรมในวันวิสาขบูชา ปีนี้ทางวัดได้จัดกิจกรรมออกเป็นสองส่วน โดยภาคกลางวันจัดให้มีการประกวดวาดภาพเกี่ยวกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประเพณี ของตำบลคลองแห ผู้เข้าร่วมแบ่งเป็นระดับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 3 -6 และ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6

ภาคกลางคืนจัดการประกวดเจดีย์ทราย  ประกวดภาพถ่ายโบราณ  และการเวียนเทียนซึ่งเป็นพิธีสงฆ์สำคัญ

การประกวดรูปถ่ายโบราณ ถือเป็นกิจกรรมใหม่ที่ได้รับความสนใจ พระครูปลัดสมพร ฐานธมฺโม เจ้าอาวาส วัดคลองแห  ได้บอกข่าวประชาสัมพันธ์ ให้ชาวบ้านส่งภาพมาเข้าร่วมโครงการล่วงหน้าระยะหนึ่ง  จะต้องเป็นภาพที่ถ่ายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 25 ปี  เป็นภาพถ่ายประเภทบุคคล หรือสถานที่  อันเป็นวิถีชีวิต และประเพณีวัฒนธรรมของชุมชน โดยรางวัลเงินสด นั่นอาจไม่สำคัญ เท่ากับเป็นโอกาสที่จะได้รื้อฟื้นประวัติศาสตร์ชุมชนที่ยืนยันด้วยภาพ ชาวบ้านร่วมค้นกรุภาพในบ้าน ส่งภาพขนาดโปสการ์ดมาให้ ท่านพระครูเป็นผู้นำไปอัดขยายใส่กรอบวิทยาศาสตร์เสียใหม่ นำมาวางให้ชมตั้งแต่กิจกรรมกลางวัน ใครเห็นก็ต้องรีบมาดูแล้วนำไปจับกลุ่มคุยต่อถึงภาพเหล่านั้นเกี่ยวกับที่มา บุคคล สถานที่ ปลุกความสนใจเกี่ยวกับอดีตที่งดงามทีละฉากๆ

อาจารย์เสริญพาเดินชมภาพถ่ายขาวดำเหล่านั้นอย่างละเอียด หลายภาพน่าสนใจมาก อย่างภาพการแห่หฺมฺรับ ถ่ายเอาไว้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว คนในภาพที่ยังมีชีวิตอยู่อายุกว่า 70 ปีแล้ว  ภาพนี้ทำให้เห็นการแต่งกาย ประเพณีวัฒนธรรม สภาพถนนหนทาง ซึ่งอยู่ห่างไกลคำว่าถนนมากนัก เพราะเห็นแต่ฟื้นดินและฝุ่น

หลายภาพยังสะท้อนประเพณีวัฒนธรรมของชุมชน  ตามที่คนในสมัยก่อนจะถ่ายรูปในโอกาสสำคัญ เช่น ประเพณี ทอดกฐิน  แห่หฺมฺรับ  งานบวช งานศพ งานแต่งงาน  อาจารย์เสริญเล่าว่า ภาพผู้สูงอายุกลุ่มหนึ่งที่ถ่ายภาพหมู่ น่าจะเนื่องในวันที่รดน้ำดำหัว ถ้าคนในภาพมีชีวิตอยู่จะมีอายุถึง 150 ปีทีเดียว  ภาพอื่นที่น่าสนใจเช่น แม่บ้านกับเตารีดแบบใช้ถ่านในสมัยก่อน เห็นขันน้ำวางเตรียมเอาไว้พรม ภาพวิถีชีวิตชาวบ้านเมื่อ 20 ปีก่อน  ซึ่งภาพเหล่านี้ จะมีการนำไปแสดงเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์ชุมชนของวัดคลองแหในโอกาสต่อไป

ด.ต.นิคม  ทองมุณี  ผู้รับผิดชอบการจัดทำพิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดคลองแหกล่าวว่า แนวคิดการจัดทำพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว  เพื่อนำเสนอเรื่องของวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิต ความเป็นมาของชุมชน  ซึ่งมีอยู่ 2แบบ 2แนวทาง อันแรกพิพิธภัณฑ์ ที่ดำรงอยู่ ในประเพณีวัฒนธรรมของชุมชนอยู่แล้ว อันนี้ไม่สามารถนำมาจัดแสดงในสถานที่ใดได้  อย่างการก่อกองทราย  เวียนเทียน  แห่หฺมฺรับ  เป็นต้น

พิธีกรรมสำคัญอย่างหนึ่งของคลองแห คือ พิธีการรับเทียมดา หมายถึงการรับเทวดา ตามความเชื่อโบราณที่ว่า ในช่วงสงกรานต์เทวดาที่ถูกส่งลงมายังโลกมนุษย์ จะสับเปลี่ยนหน้าที่ มีเทวดาองค์ใหม่ลงมา ในช่วงเดือน 6 จึงต้องมีพิธีรับเทวดาองค์ใหม่

ในพิธีกรรมนี้ จะจัดขึ้นที่วัด มีการปลูกศาลาสูงเพียงตา  มีเสาขนาดข้อมือ 16 เสา ปักเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส  มีชุดสี่เสาตรงกลาง ยกระดับสูงขึ้นมา  ทำเป็นศาลาชั่วคราว บางครั้งทำมาจากหยวก  กลางคืนชาวบ้านจะนำเอาข้าตอกดอกไม้ มาร่วมพิธี  แต่ละคนจะเตรียมธงสามเหลี่ยมขนาดเล็ก มาปัก ในธงจะเขียนข้อความว่า "ข้าพเจ้า  ...พร้อมกับ .....  ได้มารับเทวดา"  ซึ่งมักจะระบุชื่อคนทั้งครอบครัวอย่างไม่ตกหล่น  หลังจากนั้น จะมานั่งร่วมสวดในพิธี ซึ่งทุกคนจะต้องมาร่วมงานนี้ เป็นประจำทุกปี

"นี่คือพิพิธภัณฑ์ ในความหมายว่า ปรากฏอยู่ในชุมชนแล้ว ในรูปแบบประเพณีวัฒนธรรม  จะถูกดำรงรักษาไว้ในชุมชน" ด.ต.นิคมกล่าวและว่า

สำหรับอีกแบบหนึ่งรูปแบบพิพิธภัณฑ์ ที่จะใช้สถานที่จัดแสดงกำหนดใช้ศาลาโรงธรรมของวัดคลองแหชั้นบน  เป้าหมายจะเก็บวัตถุโบราณ  ของชุมชน อย่างเช่น เครื่องมือประกอบอาชีพพวก มีดพร้า เสียม มีด คันไถ กะเชอ ถังที่ถูกนำไปใช้ตักน้ำจากบ่อ (ชาวบ้านเรียกว่า ถุ้ง) หอก แหลน เกราะ (หรือเหลาะ  ใช้เคาะกรณีฉุกเฉินหรือเรียกประชุมในสมัยก่อน )
สิ่งของที่จะนำมาแสดงไว้จึงจะเก็บรวบรวมสิ่งของส่วนที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวคลองแหในอดีตทั้งหมด

"เรารับบริจาคจากชาวบ้าน  ตอนนี้ได้หลายร้อยชิ้นแล้ว"
ด.ต.นิคม เล่าว่าขั้นตอนต่อไป คือการจัดวาง ให้เหมาะสม สวยงาม สมกับเป็นพิพิธภัณฑ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ โยเฉพาะการผูกกับตำนานของคลองแหให้ได้ พิพิธภัณฑ์ จะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือ ให้คนภูมิใจในท้องถิ่น ชาติกำเนิดของตนเอง  อันเป็นจุดเริ่มต้นที่คนจะมีส่วนด้านอื่น อย่างเช่นการดูแลร่วมรักษาคลองอู่ตะเภา สายน้ำสำคัญที่ไหลผ่านชุมชนแห่งนี้  ก็จำเป็นต้องใช้เครื่องมือดังกล่าวมาเป็นจุดเริ่มต้น

"คิดว่าจะหาผู้ชำนาญ ด้านต่างๆ  มาถอดองค์ความรู้ สิ่งที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์  อย่างเช่นว่าสิ่งของ นั้นใช้ทำอะไร หรือของบางอย่างที่คนปัจจุบันไม่รู้จัก ก็อาจเชื่อมโยงว่าเป็นเครื่องมืออะไร และปัจจุบันได้เปลี่ยนเอาอะไรมาแทนแล้ว"

ด.ต.นิคม ยังเล่าว่า ในเชิงตำนาน กำลังจะมีการสร้างเจดีย์ขึ้นมาในที่ดินวัดคลองแห ซึ่งอยู่อีกฝั่งคลอง อู่ตะเภา ตรงข้ามวัด บริเวณที่เรียกว่าโคกนกคุ่ม  ด้วยชาวบ้านมีความเชื่อเกี่ยวกับบริเวณดังกล่าวว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันเกี่ยวข้องกับ ตำนานของคลองแหอีกด้วย

ตำนานคลองแหนั้นเกี่ยวข้องกับ การสร้างพระมหาธาตุนครศรีธรรมราช ว่ากันว่าในสมัยนั้น พอมีข่าวว่าจะมีการสร้างพระธาตุ คนตามหัวเมืองต่างๆ ก็รวบรวมแก้วแหวนเงินทอง เพื่อจะไปร่วมสร้าง  สมัยนั้นพวกที่อยู่ ปะลิศ ไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู ที่ยังเป็นคนสยาม ก็เป็นพวกหนึ่งที่ล่องเรือบรรทุกสิ่งของจะไปร่วมสร้างพระธาตุ  ผู้นำชุมชนจากดินแดนดังกล่าว เป็นตัวแทนเดินทางมา  ระหว่างนั่งเรือมาก็มีการตีฆ้องร้องป่าว ให้ผู้คนได้ร่วมบริจาค

"พวกเขาเดินทางมาตามทะเลนอกฝั่งอ่าวไทย แต่ความที่ไม่มีแผนที่  เพียงแต่รู้คร่าวๆว่า พอถึงที่จะสร้างพระธาตุจะมีปากทะเลเข้าไป  ซึ่งน่าจะเป็นแถวอำเภอท่าศาลาในปัจจุบัน  แต่พวกเขามาถึงเพียงสงขลาก็หลงเข้ามาทางทะเลสาบ  ขึ้นมาตามคลองอู่ตะเภา มาถึงคลองแห" ด.ต.นิคมเล่า

ตอนสำคัญอยู่ที่ เมื่อคณะดังกล่าวตีฆ้องร้องป่าวมาถึงบริเวณที่เรียกว่าคลองแหในปัจจุบันก็หยุดพักคณะเดินทาง พอรุ่งเช้าพวกเขาได้พบกับเรืออีกลำหนึ่งที่เพิ่งเดินทางกลับจากนครศรีธรรมราช พร้อมกับข่าวที่ว่าพระธาตุสร้างเสร็จแล้ว  สมบัติที่ได้มาให้เอากลับไปเสียเถิด

พวกเขาไม่รู้จะจัดการกับสมบัติมากมายได้อย่างไร ด้วยเป็นของที่คนมีจิตบริจาคมาเพื่อทำบุญร่วมกัน จึงนำลงฝังเอาไว้บริเวณโคกนกคุ่ม บริเวณตรงข้ามฝั่งคลองวัดคลองแหในปัจจุบัน  แล้วทำการจมเรือที่ขนสมบัติมาลงคลองเสีย ก่อนแยกย้ายกลับ  เรื่องราวดังกล่าวเป็นที่มาของคำว่า "คลองแห" เชื่อว่าเพี้ยนมาจากคำว่า "ฆ้องแห่" หรือการแห่ฆ้องร้องป่าวของคนกลุ่มนั้นเอง

พื้นที่โคกนกคุ่ม ราว 1 ไร่ เศษ ทางวัดคลองแหมีโครงการที่จะสร้างเจดีย์ขึ้น โดยจะจำลองเจดีย์จากพระธาตุนครศรีธรรมราชมาสร้างเอาไว้  ขณะที่การฟื้นตำนานดำเนินมาเป็นระยะ เคยได้มีการจัดงานแสดง แสง สี เสียง เล่าตำนานคลองแหมาแล้ว ครั้งหนึ่งเมื่อ 12 สิงหาคม 2549 และจะจัดอีกในปี 2550 นี้

"กิจกรรมทั้งหลายนี้ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจความเป็นท้องถิ่น วัฒนธรรม ชาติพันธุ์  คนที่ภาคภูมิใจในสิ่งเหล่านี้ จะรักบ้านเกิดเมืองนอน ไม่ทำร้ายกัน คนไม่หนีไปไหน  ผมคิดว่าบ้านเมืองเราต้องสร้างส่วนนี้เอาไว้ ในฐานะเครื่องมือทางสังคม จากเครื่องมือทางวัฒนธรรมเหล่านี้เอง เมื่อเห็นรากเหง้าความเป็นมา เกิดความร่วมมือร่วมใจของผู้คน สามารถเกิดผลที่ตามมาได้อีกอเนกอนันต์  ไม่ว่าจะเป็นการ เอาไปประยุกต์ใช้ในการดูแลรักษาคลองอู่ตะเภา การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ก็ย่อมได้ทั้งนั้น" พูดพลาง ด.ต.นิคม ชี้ให้ดูชาวคลองแหที่มาร่วมกิจกรรมก่อเจดีย์ทรายกันจนแน่นขนัดลานวัด  เพื่อจะบอกว่าสิ่งที่ทำมาแล้วต่อเนื่องระยะหนึ่ง ได้เกิดผลเพียงใด    แม้ว่าผู้เข้าร่วมแข่งขันก่อเจดีย์ทรายจะต้องทำบุญกองละ 1,000 บาท เป็นอย่างต่ำ แต่หลายคนยินดีสนับสนุนมากกว่าเป็น 2 เท่า  เป็นความร่วมมือที่ให้เห็นทางรูปธรรมทั้งได้ทรายเข้าวัดและเงินทำบุญ

"ปัจจุบันชุมชนคลองแห มีการขยายตัว มีคนต่างถิ่นเข้ามาอาศัยอยู่มากขึ้นในบ้านจัดสรร  คนดั้งเดิมจะร่วมกิจกรรมชุมชนมากกว่าเรียกว่า  80 %  แต่คนที่มาอยู่ใหม่อาจต้องรอให้เขาปรับตัวสักระยะหนึ่งก่อน"

นอกจากกิจกรรมดังที่กล่าวแล้ว วัดคลองแห ยังมีกิจกรรมแห่งความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมอีกมาก  มหกรรมโนราโรงครู และหนังตะลุง จัดโดยเอาเด็กมาเข้าค่ายเพื่อเรียนรู้ หัดรำโนรา  โดยจัดสาธิต  รับโนราโรงครูมาแสดง  การจัดแข่งหนังตะลุงเด็ก ครั้งละ 8 โรงที่จัดต่อเนื่องมา 2 ปีแล้ว  จากกิจกรรมดังกล่าว ทำให้จะกำลังมีการจัดตั้งสมาคมศิลปินพื้นบ้าน ขึ้นที่วัดคลองแห  เพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่  จะมีการจัดตั้งศูนย์ฝึกโนรา และศูนย์การวาดรูปหนังตะลุง

ภาพวาดของเด็กคลองแหที่มาร่วมประกวดวาดภาพในวันนั้น สะท้อนให้เห็นผ่าน  วิถีชีวิตริมคลอง  การแข่งเรือ วัด เจดีย์  ตำนานคลองแห  ความทรงจำเก่า ๆ ภาพสวยงามของท้องถิ่น อาจจะบอกได้ว่าทุกวันนี้พวกเขามีความภาคภูมิใจกับถิ่นเกิดแห่งนี้มากเพียงใด

Relate topics

Comment #1
คิดถึง (Not Member)
Posted @20 ก.ค. 50 14:41 ip : 202...5

ตั้งใจเรียนน่ะ  จะคอยเป็นกำลังใจให้เสมอ  รักน่ะ...

Comment #2
tivy (Not Member)
Posted @4 ธ.ค. 50 10:17 ip : 124...236

ยอด

Comment #3
Krathorn (Not Member)
Posted @3 ม.ค. 51 18:57 ip : 222...172
Photo :  , 288x520 pixel 49,666 bytes

ผมมีคลิปวิดีโองานวัดคลองแหบางส่วน เข้าไปดูได้ครับ WWW.e-zinebook.com และเรื่องราววิถีชีวิตของคนใต้ ศิลป์ ดนตีร หนั้งสั้น ความคิดสร้างสรรค์ของลูกหลานคนใต้ และผมยังทำเป็นหนังสือ ซีดี ออกมาด้วยครับ แต่ไม่รู้ทำไมโครงการแบบนี้ไม่ค่อยมีใครสนับสนุน ตอนนี้ออกเงินเองครับแต่ทำด้วยความชอบและใจและอีกส่วนหนึ่ง เพื่อนๆช่วยคนละไม้คนละมือสักวันหนึ่งคงมีใครสนับสนุนผมนะครับ ผมอยากสร้างสรรค์ให้น้องๆบ้านเรามีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ที่นอกกรอบและผสมผสานความเป็นสากลครับ จินตนาการคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ใครอยากได้หนังสือติดต่อผมได้ครับ อยากสนับสนุนติดต่อได้เลยครับ และอยากให้ผมช่วยเผยแพร่เรื่องราวที่หน้าสนใจเชฺิญตรับ krathorn@e-zinebook.com ----www.e-zinebook.com 08-94671916...เบอร์โทรผมครับ

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว