แกงเลียง หม้อใหญ่ ผู้เขียน สมศิริ ยิ้มเมือง
".....ขายไม่ได้ขาย แต่ผักแกงเลียง เก็บไปแกง พอได้กินไม่ต้องซื้อ. .เคยสำรวจมีต้นไม้ 80 กว่าอย่าง ในสวนนี้ มีทั้งสมุนไพร และไม้ที่กินได้....
ในจอกยางช่วงหยุดยางมีนกมาทำรัง ในสวนไก่เถื่อนก็มี....ดินก็ชื้น เดือนก็มี....ไม้ที่ใช้ทำคอกแพะที่หลังบ้าน ก็ไม้จากป่ายางที่ปล่อยให้ขึ้นเอง ถ้าซื้อก็หลายพัน......เปอร์เซ็นต์น้ำยางก็มากกว่าคนอื่น ของผมเอาไปลอน(แกลลอน)หนึ่ง เท่ากับของเพื่อนเกือบสองลอน เปอร์เซ็นต์น้ำยางผม สามสิบกว่า ราว ๆ สามสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ของคนอื่นยี่สิบห้ายี่สิบหกเปอร์เซ็นต์เท่านั้น...."น้ำเสียงของ "ยะหยา หมาดโหยด" ชายหนุ่ม วัยสามสิบต้น ๆ เจ้าของป่ายาง มีกระแสเสียงของความภูมิใจฉายชัด และมั่นใจในสิ่งที่ตนเองทำ ในการพูดคุยระหว่างพาคนที่สนใจ ไปดูสวนยางของตนเอง เมื่อเล่าเรื่องราวในสวน ในระหว่างการไปเยี่ยมแปลงเกษตร กิจกรรมประเด็นเกษตรและอาหาร แผนสุขภาพจังหวัดสงขลา<br />
"ยะหยา" ปล่อยสวนยาง ที่มีต้นยางยืนเข้าแถวเรียงต้น เป็นแนวตรงตลอดแปลงในที่ดิน 10 ไร่ ที่ปลูกเหมือนกับชาวสวนยางคนอื่น ๆ ในแปลงที่อยู่ติดกัน ตามข้อกำหนดของกองทุนสงเคราะห์สวนยาง ทีต้องโค่นไม้อื่นลง เพื่อปลูกยาง อย่างเดียว ให้ไม้หน้าดิน ไม้ที่ยังเมล็ดพันธุ์ฝังตัวอยู่ในดินขึ้นเต็มสวน และไม่ถางร่องยางให้เตียนโล่ง เหมือนสวนยางของคนอื่น<br />
ย้อนเวลากลับไป เมื่อ 10 ปีให้หลังก่อนสวนยางจะเป็นป่ายาง ครอบครัว"ยะหยา" ก็ไม่ต่างชาวสวนยางส่วนใหญ่ในภาคใต้ ที่ปรับเปลี่ยนการทำมาหากินไปตามแรงกระตุ้น ที่ผ่านเข้ามาจากเกษตรตำบล หรือการโฆษณาชวนเชื่อจากบริษัททางการเกษตรที่เข้ามาเจาะลึกถึงในหมู่บ้าน และเห็นเขาทำก็ทำตาม เคยผ่านการเลี้ยงไก่พันธุ์จำนวนนับเป็นหมื่นตัว คอกไก่กว้างใหญ่ ยาวไม่ต่ำกว่า 50 เมตร ที่อยู่หลังบ้านเป็นประจักษ์พยานยืนยันได้ ซึ่งในปัจจุบันดัดแปลงมุมหนึ่งเป็นคอกแพะยกพื้น เพื่อกวาดเอาขี้แพะมาทำปุ๋ยหมัก ลานตรงกลางเป็นที่ผสมปุ๋ยของกลุ่มที่รวมตัวกันทำปีละครั้งเพื่อใส่ ปุ๋ยยางในแต่ละปี
และในช่วงนั้น มีการเปิดตลาดสีเขียว ตลาดผักพื้นบ้านปลอดสารพิษ ในตัวเมืองหาดใหญ่ กลุ่มผู้หญิงที่บ้านห้วยโอนได้นำผักมาขายที่ตลาดสีเขียว เป็นผักที่ปลูกไม่ใส่เคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง และผักพื้นบ้าน วงพูดคุยของชาวบ้าน ก็มีการพูดถึง ในช่วงนั้นเอง เริ่มมีการพูดคุยกันตามร้านน้ำชา เรื่องการใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง พิษภัยผลร้ายที่ตามมา จนมีคนที่สนใจรวมกลุ่มกันชื่อ กลุ่มเกษตรชุมชน
"ยะหยา" มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม กับเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคใต้ ในนามของกลุ่มเกษตรชุมชนบ้านห้วยโอน ตำบลกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา และได้ไปศึกษา ดูงานแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกับคนทำเกษตรที่ไม่ใช้สารเคมี มีโอกาสไปดูป่ายางที่ให้ประโยชน์กับชีวิต มากกว่าสวนยางที่ให้ผลผลิต แลกเปลี่ยนเป็นเงิน
จุดการตัดสินใจจึงเกิดขึ้น แล้วเริ่มลงมือทำ จากสวนยาง 4 ไร่ เป็น 10 ไร่ จากสวนเดียวที่ปล่อยให้พืชพันธุ์งอกขึ้นเองตามธรรมชาติ เป็นสองสวน ที่ปลูกผักเหมียง ผักกินยอดเสริมลงไปในร่องยาง<br />
.................................................................................................................
".....ขายไม่ได้ขาย แต่ผักแกงเลียง เก็บไปแกง พอได้กินไม่ต้องซื้อ. ." คำตอบสั้น ๆ จากคำถามของคนชวนคุย "...ได้เก็บผักไปขายบ้างไหม" เป็นคำตอบที่กินความ ได้หลายด้าน หากคิดตาม โดยไม่ต้องใช้ศัพท์ทางวิชาการ ไม่ต้องอาศัยการอธิบายให้ซับซ้อน ท่ามกลางสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า ต้นไม้ที่ขึ้นเบียดกันในป่ายาง
เรื่องแรก เป็นเรื่องการเงินของครอบครัว เศรษฐกิจในครัวเรือน แม้จะไม่มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ก็ลดรายจ่ายลง ซึ่งหลายครอบครัวพบปัญหา "มีไม่พอจ่าย หาไม่พอใช้" ยางราคาแพง ของอื่นก็แพงขึ้น หาได้มากก็ใช้มาก หาไม่ทันใช้เป็นบทสนทนาที่ได้ยินหนาหูมากขึ้น เมื่อมีการรวมกลุ่มพูดคุยกัน ทั้งในวงน้ำชา ร้านขนมจีน และตามงานบุญต่าง ๆ ในชุมชน การลดรายจ่าย จึงเป็นทางออกของปัญหาอีกช่องทางหนึ่งที่ทำได้ด้วยตนเอง และหลายครอบครัวที่ประสบความสำเร็จในชีวิตจากการทำเกษตรวิถีธรรม ก็แก้ไขปัญหาหนี้สินได้จากการลดรายจ่าย
เรื่องที่สอง เป็นเรื่องของความมั่นคงทางอาหาร หรือหากพูดง่าย ๆ ก็คือ "มีกิน" ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดของความมั่นคงของมนุษย์ ที่กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ ซึ่งหลักการ ก็คือ ทุกคนจะต้องมีความสามารถในการเข้าถึงอาหาร ที่มีคุณภาพ และปริมาณ ที่เพียงพอ เพราะในปัจจุบันโลกของการผลิตอาหารในยุคอุตสาหกรรม มีบริษัทใหญ่เพียง สิบกว่าบริษัทเท่านั้น เป็นผู้ควบคุมตลาดการค้าเนื้อสัตว์ ธัญพืช ยาฆ่าแมลง และเมล็ดพันธุ์ กลไกการผลิตอาหารของโลกนับวันจะถูกรวมศูนย์ควบคุมมากขึ้น ผลิตเพียงรองรับความต้องการของคนกลุ่มหนึ่ง คนในโลกถึง 800 ล้านคนจึงอดยาก ดังนั้นผักในป่ายางที่จะเก็บไปกินเมื่อไรก็ได้ เลือกได้ที่อยากกิน โดยไม่มีการปนเปื้อนจากสารเคมี จึงเป็นความมั่นคงทางอาหารอย่างแท้จริงที่ทุกคนสร้างได้
เรื่องที่สาม เป็นเรื่องของความหลากหลายของทรัพยากรชีวภาพ ความหลายของพันธุ์ไม้ เพราะแกงเลียง แต่ละหม้อ แต่ละมื้อ ในแต่ละบ้าน จะนำพืชผักหลายชนิด มาแกงรวมกัน ตามที่หาได้ในท้องถิ่น ในฤดูกาลนั้น ๆ ไม่มีสูตรสำเร็จเหมือนแกงเลียงจากซุปเปอร์มาร์เก็ต อีกนัยหนึ่งแกงเลียงจึงเป็นอาหารตามระบบภูมินิเวศน์ ซึ่งภาคใต้ กองพฤกษศาสตร์ กรมวิชาการเกษตร ได้รวบรวมรายชื่อผักที่ประชาชนนำไปทำเป็นอาหารได้ถึง 158 ชนิด หากสำรวจในปัจจุบันจะเหลืออยู่กี่ชนิด ?
เรื่องที่สี่ เป็นเรื่องของภูมิปัญญาทางด้านอาหาร เพราะผักแต่ละชนิดมีรสแตกต่างกัน มีทั้งขม หวาน ฝาด มัน จืด บรรพบุรุษของเราได้เลือกสรรว่าผักชนิดใดบ้างเมื่อนำมาแกงรวมกันกับได้รสชาติที่อร่อย เช่น แกงเลียงขี้เหล็กกับใบย่านาง รสขมของขี้เหล็กคลายลงเมื่อต้มกับยอดหัวครกและผักหวาน กลมกล่อมจากน้ำคั้นใบย่านาง เป็นยาอาหารบำรุงประสาท และเป็นยานอนหลับชั้นดี แกงเลียงแถวจังหวัดพังงา นำสัปปะรดมาแกงกับผักบุ้งขาวรสชาติเปรี้ยวหวานและหอมกลิ่นสัปปะรด เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย ซดคล่องคอ พื้นที่พรุ จะนำต้นลำเท็ง มาแกงกับย่านรกช้างหรือกระทกระบ้าน ที่หลายคนมองเป็นวัชพืช ต้องถางทิ้ง
เรื่องที่ห้า เป็นเรื่องของสุขภาพ ที่ไม่ต้องเสี่ยงกับพิษภัยที่มองไม่เห็น ซึ่งปนเปื้อนมากับผักที่ซื้อจากตลาดมาทำกับข้าว ซึ่งคนปลูกส่วนใหญ่จะใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมี ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพของธรรมชาติ ซึ่งเป็นต้นทุนการดำรงชีวิตของทุกชีวิต
และทั้งหมดก็คือหลักประกันของชีวิต ซึ่งมาจากการทำเกษตรวิถีธรรม ที่ไม่ทำร้ายตนเอง ไม่ทำลายธรรมชาติ เกื้อกูลชีวิตอื่น จากความตั้งมั่นของจิตใจ จนเป็นความมั่นคงพื้นฐานของชีวิต
.............................................................................................................. ".....ขายไม่ได้ขาย แต่ผักแกงเลียง เก็บไปแกง พอได้กินไม่ต้องซื้อ. ." แกงเลียงผักในสวนของตนเอง จึงไม่ใช่กับข้าวที่กินหมดไปในแต่ละมื้อ แต่เป็นแกงเลียงหม้อใหญ่ของชีวิต ที่เราเลือกได้
Relate topics
- เปิดฝายคลองแห บทบาทร่วมจัดการสิ่งแวดล้อมแบบ “พี่ใหญ่-น้องเล็ก”
- สัจจธรรมก้าวสู่สงขลาพอเพียง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ยั่งยืน ด้วยสัญญาใจ
- สมัชชาออนแอร์ พื้นที่ความคิดทะลุความจริง
- การจัดการข้อมูลข่าวสาร ประโยชน์อันตกแก่ผู้มีส่วนร่วม
- ละครเวที4+1 จากตำนานชุมชน โยงยุคปัญหาใหม่
- ขอเชิญร่วมงานตลาดนัดสร้างสุขคนสงขลา และสานรักครอบครัวครั้งที่ 3
- มะโย่ง วัฒนธรรมนำสันติสุข
- ชิงโค-ชงโค ป่าชุมชนเปิดประวัติท้องถิ่น
- กระแสขานรับอาหารปลอดภัย รัศมีกระเพื่อมสวนวิกฤติสุขภาพ
- ผู้สูงอายุแข็งแรง พาชุมชนเข้มแข็ง
