สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

ประดับ สงคราม อสม.ดีเด่นระดับชาติ

by kai @21 พ.ค. 50 17:18 ( IP : 58...141 ) | Tags : แนะนำเครือข่าย
photo  , 560x420 pixel , 88,118 bytes.

ประดับ สงคราม อสม.ดีเด่นระดับชาติ " ได้ดีเพราะถูกด่า"


คนอุทิศตัวเพื่อสังคมอย่างจริงใจโดยไม่หวังผลตอบแทน ย่อมเคยผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องท้อ มาแล้วทั้งนั้น

นางประดับ  สงคราม  อาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่นระดับชาติ ประจำปี 2550 สาขาการจัดการสุขภาพชุมชน เป็นคนหนึ่งที่ประสบเหตุการณ์ทำนองดังกล่าวหลายครั้งจนแอบน้ำตาไหล แต่ไม่เคยถือโทษโกรธใคร  จนแม้วัย 65 ปีในวันนี้  ยังมุ่งมั่นทำสิ่งที่ดีมีประโยชน์กับผู้อื่นต่อไป

"มีอยู่วันหนึ่งก็ช่วยบริการชาวบ้านตามปกติ ในฐานะของเหรัญญิกกลุ่มออมทรัพย์คลองหวะ" ประดับเล่า

กลุ่มออมทรัพย์คลองหวะ หมู่ 5 ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นับว่าเป็นกลุ่มออมทรัพย์ต้นแบบแห่งหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ โดยผู้นำที่ได้รับการยอมรับรู้จักในวงกว้างคนหนึ่งคือ นายลัภย์ หนูประดิษฐ์

ความที่ประดับเป็นที่ไว้วางใจ  ช่วยได้ทุกเรื่อง ทุกเวลา  วันนั้นชาวบ้านจึงมาเคาะประตูบ้านเรียกตั้งแต่เช้า โดยยังไม่ออกไปที่ทำการของกลุ่มออมทรัพย์ด้วยซ้ำ  พอคนแรกมาก็มีคนตามหลังมาไม่ขาดสายจนไม่มีเวลาปลีกตัวทำธุระตัวเองแม้แต่หุงข้าวกิน เหตุการณ์ล่วงเลยจนถึงเที่ยง  ก็เลยขอปลีกตัวเข้าครัวบ้าง แต่ยังมีชาวบ้านคนหนึ่งมาถึงในเวลานั้นพอดี

"เขาพูดว่า ทำไมไม่จัดการธุระให้เขา  ทำนองเยาะเย้ยว่าเหนื่อยก็ทำไปเถอะ เพราะได้เงิน"

ประดับเสียใจ อยู่อย่างเดียว ตรงที่ชาวบ้านไม่เข้าใจ ว่าการทำงานช่วยเหลือสังคมของเธอเกือบ 30  ปีที่ผ่านมา ไม่ได้หวังผลตอบแทนทางการเงิน  จะมีตอบแทนกลับมาบ้างเพียงไม่เกินปีละสี่ถึงห้าพันบาทเท่านั้นจากกลุ่มออมทรัพย์  นับเป็นค่าตอบแทนที่น้อยมาก จนไม่มีใครมาทำหน้าที่นี้แทน แม้จะขอลาออกไปแล้วหลายครั้ง

พื้นเพประดับเป็นชาวพัทลุง จบ ม.ต้นจากโรงเรียนการช่างสตรีพัทลุง  ได้สามีเป็นข้าราชการตำรวจ ที่ตอนนั้นมาประจำอยู่อำเภอสะเดา

เข้ามาซื้อที่ดินปลูกบ้านอยู่ที่คลองหวะ ในปี 2518  อยู่มาถึงปัจจุบัน เป็นบ้านติดริมลำคลองหวะ ที่ใครก็ต้องแวะเวียนมาปรึกษา ขอความช่วยเหลือเรื่องต่างๆ มิได้ขาด

" เริ่มเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข ตั้งแต่ปี 2523 จนได้รับเลือกเป็นเหรัญญิกชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขของอำเภอหาดใหญ่ หลังปี 2530"  เธอเล่า

การเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)  ทำให้มีบทบาทต่างๆ ตามมาอย่างมากมาย  ทุกวันนี้จึงดำรงตำแหน่งทางสังคมอยู่กว่า 20 ตำแหน่ง  ส่วนมากจะมีตำแหน่งเป็นเหรัญญิก และผู้นำในชมรมต่างๆ เช่น ชมรมสตรีภาคใต้  กลุ่มออมทรัพย์  กองทุนหมู่บ้าน  ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข  ชมรมผู้สูงอายุ ซึ่งแต่ละชมรมจะมีหลายระดับอีกต่างหาก ไม่ว่าหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และ ภาค

ตำแหน่งเหรัญญิก ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน คนที่ได้ทำหน้าที่นี้ จะต้องได้รับความไว้วางใจอย่างสูง  ประดับอยู่ในคุณสมบัติดังกล่าว โดยส่วนตัวตลอดเวลา ยึดหลักว่า "ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน  จะต้องทำงานด้วยความโปร่งใส  มือสะอาด อ่อนน้อมถ่อมตน"

ประดับยึดถือการทำงานเป็นกลุ่ม เป็นทีม และใช้ความเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่หลากหลายนี่เองมาบูรณาการในการทำงานให้เอื้อประโยชน์ต่อกัน ได้เป็นอย่างดี  โดยเฉพาะฐานหลักที่เข้มแข็งของคลองหวะก็คือกลุ่มออมทรัพย์ ที่เธอรับหน้าที่เป็นเหรัญญิกมายาวนาน
แท้ที่จริงแล้วกิจกรรมทางสังคมต่างๆนั้น ย่อมเกี่ยวข้องกันทั้งหมด  อย่างกลุ่มออมทรัพย์ สาระสำคัญไม่ได้พูดกันแต่เรื่องเงิน แต่มีเรื่องทางสังคมด้วย

"ในฐานะเหรัญญิกของกลุ่ม  เรารับฟังปัญหาทุกเรื่อง ชาวบ้านไว้ใจ ก็เข้ามาคุยทุกเรื่อง ไม่ว่าปัญหาต่างๆในชีวิต  เงินไม่พอ ต้องออกไปทำมาหากิน ไม่ค่อยอยู่บ้าน ทำให้ลูกเครียด เป็นผลพวงตามมา"

ประดับ เป็นบุคคลที่ชาวบ้านคลองหวะ กล้ามาปรึกษา&nbsp; ระบายความในใจ กล้าพูดทุกเรื่อง&nbsp; จนนำไปสู่การหาทางออกของปัญหา&nbsp; หาช่องทางทำมาหากินให้<br />

การบริหารกลุ่มออมทรัพย์และกองทุน อย่างชาญฉาดทำให้มีเงิน งอกเงย นำมาใช้ประโยชน์กับชาวบ้านในการช่วยสวัสดิการ รักษาพยาบาล คงหาที่ไหนมาทำได้อย่างหมู่บ้านแห่งนี้ยาก<br />

เดิมคลองหวะเคยเป็นชุมชนเล็กๆ ชานเมืองหาดใหญ่  ความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เกิดขึ้นเมื่อคนอพยพเข้ามาอยู่เป็นจำนวนมากอย่างทุกวันนี้  เพราะการขยายตัวที่อยู่อาศัยของเมืองหาดใหญ่  สภาพความแตกต่างรายได้ระหว่างผุ้มีฐานะดี และผู้มีรายได้น้อย  ปัญหาสังคมต่างๆ มากขึ้นตามลำดับ  เช่นลักเล็กขโมยน้อย  ยาเสพติด หนี้สินนอกระบบ เกิดความตึงเครียด

บทบาทประดับในงานกองทุนหมู่บ้าน&nbsp; และสหกรณ์ออมทรัพย์ ได้จัดเงินกองทุนช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาทางด้านการเงินจัดสรรเงินกองทุนเพื่อกู้&nbsp; จัดหางาน สอนทำงานเช่นดอกไม้ประดิษฐ์ซึ่งเป็นงานที่เธอถนัดแก่กลุ่มแม่บ้าน นักเรียน นักศึกษา จนเป็นต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้เกิดการเรียนรู้ กลุ่ม /องค์กร&nbsp; โดยมี อสม. มีชมรมสร้างสุขภาพ เกิดความร่วมมือของภาคี เกิดกองทุนกลุ่มออมทรัพย์ของชุมชน และขยายต่อไปนอกชุมชน มีการบริหารจัดการ ทั้งด้านกองทุน และความรู้<br />

บ่อยครั้งที่จะต้องจัดเวทีกลางบ้าน สร้างการรับรู้ของประชาชน เวทีกระบวนการทำแผนงานทำให้เกิดภูมิปัญญาที่ว่าตามดำรัสในหลวงอยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นต้นแบบของตำบลเศรษฐกิจพอเพียง เกิดการออมทรัพย์ หนี้นอกระบบร้อยละ 20ของประชากรเบาบางลง<br />

เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ สมัยก่อนคนคลองหวะ&nbsp; คนในหมู่บ้านมีปัญหาในการเข้าถึงบริหารสาธารณสุข โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย     ประดับและทีมชาวบ้านจึงร่วมกันคิดว่าทำอย่างไร&nbsp;  จนเกิดการเร่งประสานงานผลักดันให้โรงพยาบาลหาดใหญ่ จัดหมอ และพยาบาลลงมาประจำอยู่ในชุมชน สัปดาห์ละ 3 วัน คือ อังคาร พุธ พฤหัส ตรวจทุกโรค<br />

ปัจจุบันสถานการณ์สุขภาพของชุมชนจึงแตกต่างอย่างดีกว่าอดีตมาก  พยาบาลวิชาชีพที่มาประจำชุมชน ได้จัดกิจกรรมเชิงรุกอย่างเช่นการออกเยี่ยมบ้าน แทนที่จะรอรักษา นอกจากนั้น การที่หมอและพยาบาล ใกล้ชิดประชาชนทำให้ ผู้ป่วยมีเวลา กล้าพูดกล้าเล่าสาเหตุของโรค  แก้ปัญหาได้ตรงจุด

"ปัญหาสุขภาพ ที่เห็นในสังคมคลองหวะที่เปลี่ยนไปคือเรื่องความเครียด" ประดับเล่า&nbsp; การเข้าไปช่วยมีตั้งแต่การตั้งกลุ่มสนทนา&nbsp; การไปเยี่ยมให้กำลังใจ และให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยหนักที่ฐานะลำบาก&nbsp;  ถูกทอดทิ้งตามลำพัง


จากการที่ประดับได้มีส่วนตั้งชมรมผู้สูงอายุ มีส่วนผลักดันการออกกำลังกายในชุมชนมาอีกเรื่องหนึ่ง  เนื่องจากว่าชุมชนคลองหวะไม่สถานที่สาธารณะขนาดใหญ่ประจำหมู่บ้าน  นอกจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า "หลาทวด"  เธอและกลุ่มชาวบ้านจึงร่วมหาทุนเพื่อมาซื้อที่ดินบริเวณติดกับหลาทวด แปลงหนึ่งได้เงินจากการบริจาครวม 1.5 ล้านบาท  แล้วนำมอบให้เทศบาลตำบลคอหงส์ เพื่อให้เป็นที่สาธารณะ

ที่ดินผืนดังกล่าว ทุกคนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ เพราะช่วยกันซื้อมา ได้เอาไว้ใช้สำหรับการจัดกิจกรรมสาธารณะ และเป็นลานสำหรับการออกกำลังกาย&nbsp; &nbsp; ทั้งเต้นแอโรบิค เล่นกีฬาประเภทต่างๆ เช่นตะกร้อ&nbsp; หรือแม้แต่การจัดกิจกรรม ประชุม<br />

บริเวณดังกล่าว ยังได้มีการสร้างเวที เพื่อนำออกกำลังกาย และซื้อเครื่องเสียง  โดย อสม. ที่ยังเป็นเด็กวัยรุ่น มาเป็นคนนำเต้นแอโรบิค  นับเป็นการคลายเครียดได้ดี เพราะ  ความเครียดส่วนหนึ่งแก้ได้ด้วยการออกกำลังกาย  ขณะที่ส่วนตัวของประดับ เองได้หมั่นเอาใจใส่ดูแลสุขภาพตัวเอง เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดี

"แต่ก่อนวิ่ง และรำไม้พลอง แต่ทุกวันนี้ เดินริมลำคลองหวะ วันละ 2-3 กิโลเมตร"

ประดับยังเป็นตัวอย่าง  ให้ทุกคนรับประทานผักปลอดสารพิษ  ปลูกผักสวนครัวริมรั้วข้างบ้าน ไว้รับประทานเอง  คนในครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยเรื้อรัง

"เรื่องผักปลอดสารพิษ มันมีที่มาว่าหลายปี สามีออกตรวจท้องที่&nbsp; แถวที่เขาปลูกผักกันเยอะ ทีนี้มันไกลก็ขอให้ชาวบ้านหุงข้าวให้กิน&nbsp; เขาบอกว่าไม่มีกับข้าว สามีบอกว่ากินน้ำพริกกับผักก็ได้ เขาบอกว่าผักพวกนี้อย่ากินเลยอันตราย"<br />

พอรู้ปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับผักที่ปลูกขาย ซึ่งก็คือสารเคมีในผัก ตั้งแต่นั้นมา สามีก็เลยไม่กินผักที่ซื้อมา ส่วนมากกินตำลึงข้างรั้วบ้าน&nbsp; ทุกคนก็เลยรับประทานผักปลอดสารพิษ


ดูแลสุขภาพตัวเองเป็นอย่างดีแล้ว แต่ทุกๆสิ่งในโลกล้วนตั้งอยู่บนความไม่แน่นอน  ในปี 2540 แม้ประดับจะเป็นขับรถทุกชนิดไม่เป็น แต่ระหว่างนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของหลานไปทำธุระ รถเกิดล้ม ดูภายนอกเหมือนจะไม่มีบาดแผลอะไรมาก แต่แรงกระแทกทำให้บาดเจ็บภายใน ส่งผลให้มีอาการอัมพฤกษ์ ปากเบี้ยว อยู่ราวหนึ่งปี พออาการดีขึ้นจึงเดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัวลูกสาวที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

อานิสงส์จากการทำความดี แม้จะไม่ได้รับผลตอบแทนเป็นตัวเงิน แต่สิ่งหนึ่งที่ประดับภูมิใจ ก็คือ ครอบครัวอบอุ่น<br />

"ลูกๆทุกคน ไม่ดื้อ ประสบความสำเร็จทางการศึกษาและการงาน โดยลูกสาวคนโตจบรามคำแหง มีสามีคนไทยที่ทำงานอยู่กับองค์การนาซ่า ปัจจุบันทำธุรกิจอยู่ในสหรัฐอเมริกา ลูกชายอีก 2 คนเรียนปริญญาเอก และเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย"

ชีวิตอุทิศตัวเพื่อสังคม ประดับยอมรับว่าบางทีเจอเรื่องที่คนอื่นไม่เข้าใจ สำหรับเธอยังดีว่ายังมีสามีและลูกเข้าใจบอกว่า ให้ทำดีไปโดยไม่หวังผลตอบแทน และอย่าได้ท้อถอย แม้เป็นผู้สูงอายุแล้วแต่บางครั้งนั่งทำงานดึกดื่นเลยเที่ยงคืน  เพื่อต้องการให้งานที่รับผิดชอบเสร็จ ท่ามกลางความห่วงใยของสามี

ประดับเล่าว่า แม้ตัวเองจะเป็นคนที่ย้ายมาจากท้องถิ่นอื่น  แต่เมื่อมาอยู่ที่ไหน ก็ถือว่าเป็นบ้าน ก็อยากทำงาน อยากช่วยเหลือคนอื่น  แม้งานเหนื่อยยาก เป็นภาระ ที่ไม่มีผลตอบแทนก็อยากทำงานให้ดี  ที่สำคัญไม่เคยหวังผลตอบแทนกลับมา ใครจะเห็นความสำคัญหรือไม่ก็ช่าง  ซึ่งก็ทำมาตลอด ตั้งแต่ลูกยังเล็ก ต้องเลี้ยงลูก ดูแลครอบครัวเต็มที่ ทุกวันนี้ลูกแยกไปมีครอบครัว ทำงานต่างถิ่น การทำงานช่วยคนอื่นดีเสียอีกที่จะได้พบปะผู้คนอยู่ตลอดทำให้ไม่เหงาไปตามวัย

ทำงานกับคนหลายประเภทบางทีก้เจอคนไม่เข้าใจ ถึงไม่โกรธ บางครั้งท้อน้ำตาไหล ก็ได้คนรอบข้างช่วยให้กำลังใจ อย่างเช่นสามี

  อีกคนที่คอยมองด้วยความห่วงใยเสมอคือแม่ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในวัยชรา หูไม่ได้ยิน  ไม่สามารถพูดได้ โต้ตอบกันด้วยการเขียนข้อความ  และบ่อยครั้งแม่เห็นสีหน้าเศร้าหมองของประดับจะไถ่ถาม เขียนกลอนสอนและปลอบใจลูก ซึ่งที่ประดับประทับใจมากคือกลอนที่ชื่อว่า  "ได้ดีเพราะถูกด่า" ลายมือแม่ว่า

ฉันได้ดีเพราะถูกด่าน่าหัวหม้าย ยิ่งดีใจเพราะถูกด่าดูน่าหัว ใครจะด่าสักเท่าไรไม่เคยกลัว เรื่องจะชั่วอย่างเขาด่านั้นอย่าเกรง ใครมีดีคนก็คิดริษยา หาแง่ด่ากันโขมงล้วนโฉงเฉง เมื่อยปากเข้าปากก็หุบของมันเอง ยิ่งครื้นเครงคือฉันท้าให้ด่าฟรี
ฉันเป็นคนได้ดีเพราะคำด่า กลายเป็นคนนำมาซึ่งศักดิ์ศรี ด่าเท่าไรก็ไม่เห็นจริงสักที เลยได้ดีเพราะถูกด่าน่าหัวครัน ................................................ รักษาตัวกลัวกรรมอย่าทำชั่ว จะหมองมัวหม่นไหม้ไปเมืองผี จงเลือกทำแต่กรรมที่ดีดี จะได้มีความสุขพ้นทุกข์เอย
สำหรับนักพัฒนา ถูกด่าก็อย่าไปโกรธ

การฝ่าพงหนามแห่งอุปสรรค และหมั่นสร้างคุณความดี  นอกจากจะได้รับความรัก และไว้เนื้อเชื่อใจจากชาวบ้าน  จนไม่มีใครยอมให้ลาออกจากหน้าที่รับผิดชอบ  การได้ช่วยเหลือชาวบ้าน เป็นสิ่งที่เธอแอบภูมิใจ ยังทำให้ประดับได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย ไม่ว่ารางวัลแม่ดีเด่นเมื่อ ปี 2539  รางวัลอสม.ดีเด่นระดับตำบลปี 2547  รางวัลกองทุนหมู่บ้านดีเด่นระดับอำเภอ และรองดีเด่นระดับจังหวัด ปี 2546

ล่าสุด อาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่นระดับชาติ หนึ่งในสิบคนทั่ว ประเทศไทย  ประจำปี 2550  โดยได้รับในสาขาการจัดการสุขภาพชุมชน  และเป็นบุคคลตัวอย่างของเทศบาลตำบลคอหงส์

Relate topics

Comment #1
จรุง (Not Member)
Posted @17 ธ.ค. 50 12:31 ip : 125...66

ยินดีด้วย นะครับ ยอดเยี่ยมจริง ๆ
เหมาะสมแล้วกับรางวัลที่ได้รับ

Comment #2
pairat (Not Member)
Posted @31 มี.ค. 51 19:33 ip : 124...45

เก่งจังครับ  ขอชื่นชมและนำมาเป้นตัวอย่างให้ตัวเองทำงานแบบนี้แล้วไม่ท้อใจครับ

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว