10วันอันตรายช่วงสงกรานต์ประเดิมวันแรกตาย30เจ็บ314
กรมป้องกันฯ เผย "10 วันอันตราย" ประเดิมวันแรก ตาย 30 บาดเจ็บ 314 ราย แปดริ้ว แชมป์ สังเวย 4 ศพ มอเตอร์ไซค์ยังครองแชมป์คู่มากับ"เมาแล้วขับ" ล่าสุดโดนดำเนินคดีกว่า 2 หมื่นราย อธิบดีกรมป้อง กัน กำชับผู้ว่าฯ เข้มงวดสิงห์ขี้เหล้า - นักซิ่ง -หลับใน เป็นพิเศษ
(8เมษายน) เวลา 11.00 น. นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน แถลงข่าวสถิติผู้เสียชีวิต บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2549 ประจำวันที่ 7 เม.ย.49 โดยเป็นวันแรกของในช่วง "10 วันอันตราย" ซึ่งเริ่มนับตั้งแต่ช่วงเวลา 24.00 น ของคืนวันที่ 6 เม.ย.49 ปรากฏว่า มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นทั้งสิ้น 286 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 30 คน เพิ่มขึ้นจากปี 48 จำนวน 2 คน มีผู้บาดเจ็บ 314 คนน้อยกว่าปี 48 จำนวน 21 คน
โดยจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 4 คน (สาเหตุมาจากรถปิคอัพขับชนท้ายรถ 18 ล้อที่จอดติดไฟแดง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ) รองลงมา มีผู้เสียชีวิตจังหวัดละ 2 คน มี 3 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ตรัง และปทุมธานี ซึ่งในวันแรกมี จำนวน 52 จังหวัด ที่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ จ.นครราชสีมา จำนวน 12 คน รองลงมามีผู้บาดเจ็บจังหวัดละ 11 คน มี 4 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตรัง สระแก้ว และอุบลราชธานี
อธิบดีกรมป้องกันฯ กล่าวต่อว่า สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 3 ลำดับแรกของจำนวนที่เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ เมาสุรา 21.68% รองลงมา ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด 17.13% และขับขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย 12.94% ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงสำคัญตามมาตรการ 3ม.2ข.1ร. สูงที่สุด ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย 47.97% รองลงมา ได้แก่ เมาสุรา 23.26% และขับขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย 11.63% สำหรับประเภทของรถที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถมอเตอร์ไซค์ 84.07% รองลงมา ได้แก่ รถปิคอัพ 5.42% รถนั่งส่วนบุคคล 2.37% และรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป 1.02%
อธิบดีกรมป้องกันฯ กล่าวต่อว่า สำหรับถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ ถนนทางแผ่นดิน 41.26% เนื่องจากอยู่ในช่วงระหว่างการเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา ส่วนจุดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ทางตรงของถนนสายหลัก 58.39% โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เกิดสูงสุดได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น.
อธิบดีกรมป้องกันฯ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมายจากการเรียกตรวจตามมาตราการ 3ม.2ข.1ร. ที่ผ่านมา พบว่า มีการเรียกตรวจ จำนวน 501,183 คัน พบการกระทำความผิดรวม 24,586 ราย ซึ่งพบมากที่สุด ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย 7.5% รองลงมา มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย 3.42% และไม่มีใบขับขี่ 3.31% โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นกำลังหลักประจำจุดตรวจร่วม รองลงมาได้แก่สมาชิก อป.พร. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง โดยในวันแรกของช่วง "10วันอันตราย" มีการตั้งด่านตรวจ จำนวน 2,907 จุด มีเจ้าหน้าที่ประจำเฉลี่ยจุดตรวจละ 27 คน มีเจ้าหน้าที่รวมทั้งหมดทั่วประเทศ 80,160 คน
"จากสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของที่ผ่านมาพบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตทางถนนลดลง ซึ่งทางศูนย์ฯได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดในการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นกรณีพิเศษ ขณะเดียวกันขอให้ประชาชนช่วยสอดส่องดูแลพฤติกรรมของผู้ขับขี่ หากพบอาการมึนเมาในขณะขับขี่ยานพาหนะ ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที เพื่อยับยั้งอันตรายที่จะเกิดขึ้น" นายอนุชา กล่าว
อธิบดีกรมป้องกันฯ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ตนยังได้กำชับผ่านไปยังผู้ว่าฯ ทั่วประเทศให้เข้มงวดกับรถที่วิ่งออกจากถนนสายหลักไปยังถนนสายรอง โดยเฉพาะตามทางแยกต่างๆ เพราะอยู่ระหว่างประชาชนทะยอยเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา จึงต้องรีบทำความเร็วเพื่อให้ถึงที่หมายโดยไว อาจทำให้เกิดอาการหลับใน และเมา ตามมา นอกจากนี้ให้เร่งประชาสัมพันธ์ไปตามวิทยุชุมนุม หอกระจายเสียงหมู่บ้าน ไปยังผู้ขับขี่รถปิคอัพ ไม่ให้บรรทุกผู้โดยสารเกินอัตราและอย่าขับรถเร็ว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงให้ผู้ว่าฯ ปรับแผนการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันด้วย เพื่อให้จำนวนอุบัติลดน้อยลง
Relate topics
- สงขลายอดตายใกล้ทะลุเป้า ทางหลวงใต้คุมเข้มลดการสูญเสีย
- อุบัติเหตุจราจรดัชนีวัดมาตรฐาน อปท.
- สงขลาจัดหมอนวดคลายอ่อนเพลียริมถนนรับมืออุบัติเหตุสงกรานต์
- เผยตัวเลขคนตายจากอุบัติเหตุจราจรวันละเกือบ 40 คน
- ทางหลวงเตือนระวัง 96 จุดอันตรายเส้นทางทั่วประเทศ
- รพ.หาดใหญ่ เปิดศูนย์ประสานงานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ
- แผนสุขภาพประเด็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุจราจร
- รายงานการประชุม วันที่ 7 สิงหาคม 2549 ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา
- ร่างแผนสุขภาพประเด็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุจาการจราจร
- รายชื่อผู้เข้าร่วม