อุบัติเหตุปีใหม่รวม6วันตาย393คนศรีสระเกษแซงโคราช
6 วันอันตรายตายแล้ว 393 คน ศรีสระเกษแซงโคราชขึ้นอันดับ 1 ยอดผู้ตาย 19 ศพ "ชิดชัย"ข้องใจอยากให้เช็คสุขภาพจิตขาซิ่ง เตรียมหายาลดอาการตีนผี กรมคุมประพฤติปลื้มยอดจับ"เมาแล้วขับ"พุ่ง เร่งหางานเก็บศพ-กู้ภัย ดูแลผู้ทุกพลภาพไว้รองรับแล้ว ขณะที่อุบัติเหตุส่งท้ายเมืองช้างสุรินทร์ สิบล้อประสานกระบะไฟลุกท่วมตายอีก 5
ล่วงเข้าสู่วันที่ 6 ของช่วงเทศกาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2549 ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตจ.ศรีสระเกษสามารถพุ่งแซงหน้าแชมป์เก่าหลายปีอย่าง"โคราช"จ.นครราชสีมาได้แล้ว เมื่อ 11.00 น. วันที่ 4 มกราคม พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา รมว.มหาดไทย ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน แถลงข่าว สถิติการเกิดอุบัติภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2549 ช่วง "7 วันระวังอันตราย" ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2548 ถึง 4 มกราคม 2549 ว่า ในวันที่ 3 มกราคม มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 400 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 51 คน จากตัวเลขประมาณการ 58 คน หรือน้อยลง 7 คน ลดลงร้อยละ 12.07 บาดเจ็บ 456 คน จากประมาณการ1,075 คน หรือน้อยลง 619 คน ลดลงร้อยละ 57.58 สาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยงส่วนใหญ่ยังเกิดจากการเมาสุราร้อยละ 28.25 รองลงมา คือ ขับรถเร็ว เกินกำหนดร้อยละ 18.75 ส่วนพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ร้อยละ 84.01 รองลงมาเป็นรถกระบะ ร้อยละ 7.40 รถเก๋งหรือรถแท็กซี่ ร้อยละ2.15 อุบัติเหตุส่วนใหญ่ยังเกิดในช่วงทางตรงของถนนสายรองถนนระหว่างหมู่บ้าน และช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น.
"จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดวันที่ 3 มกราคม ได้แก่ ศรีษะเกษ 7 คน หนองคาย 5 คน อุบลราชธานี 4 คน น่าน 3 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิต 2 คนมี 7 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา นครศรีธรรมราช ชลบุรี นครพนม ระยอง พระนครศรีอยุธยา มหาสารคาม จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิต 1 คน 18 จังหวัด จังหวัดที่ยังไม่มีผู้เสียชีวิตเลย 4 จังหวัด คือ พัทลุง ยะลา ระนอง และสมุทรสงคราม ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตต่ำกว่าที่ศูนย์ฯประมาณการเอาไว้ 8 จังหวัด คือ ศรีษะเกษ หนองคาย นครพนม กระบี่ นครปฐม อุบลราชธานี สิงห์บุรี และเลย"รมว.มหาดไทยกล่าว
พล.อ.อ.คงศักดิ์ กล่าวอีกว่า จำนวนอุบัติเหตุสะสม 6 วัน ตั้งแต่ วันที่ 29 ธันวาคม 2548 ถึง วันที่ 3 มกราคม 2549 พบว่า มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น รวม 3,818 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 393 คน ลดจากประมาณการ 90 คน หรือร้อยละ 18.63 บาดเจ็บรวม 4,336 คน ลดลงจากประมาณการ 4,508 คน หรือร้อยละ 50.97 ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงสะสม 6 วัน พบว่า มีสาเหตุร่วมกันระหว่างเมาสุราและขับรถเร็วเกินกำหนด เส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ทางตรงของถนนสายรอง
"จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสะสมสูงสุด 6 วัน ได้แก่ ศรีษะเกษ เสียชีวิตรวม 19 คน รองลงมาเป็นนครราชสีมา 17 คน หนองคาย 14 คน อุบลราชธานี 13 คน เชียงใหม่และนครศรีธรรมราช 12 คน ตามด้วยชลบุรี,นครปฐม 11 คน และนครสวรรค์ 10 คน "ผอ.ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนกล่าว
ทั้งนี้อุบัติเหตุที่ทำให้ยอดผู้เสียชีวิต จ.ศรีสะเกษ พุ่งขึ้นเป็น 19 ศพ คือ อุบัติเหตุหมู่ 2 ครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตรวม 15 ศพ โดยรายล่าสุดเป็นถขนคนงานประสานงาช่วงกลับกรุงเทพ เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 3 มกราคม เมื่อรถกระบะมาสด้า สีดำ เลขทะเบียน บค 9497 ยโสธรกำลังจะหักเลี้ยวข้ามเลนจากฝั่งซ้ายมือเพื่อเข้าปั๊มน้ำมันที่อยู่ฝั่งขวา ขณะวิ่งอยู่บนถนนสายโชคชัย-เดชอุดม กิโลเมตรที่ 271-272 ปากทางเข้าบ้านตระกาจ อ.กันทรลักษ์ ขณะเดียวกันรถกระบะไม่ทราบทะเบียนและยี่ห้อ ซึ่งวิ่งตามหลังมาเบรกกะทันหันและหักออกซ้ายมือ ระหว่างนั้นรถโตโยต้าวีโก้ เลขทะเบียน ฌฮ 7156 กรุงเทพมหานคร ซึ่งวิ่งตามมาด้วยความเร็วสูง หยุดรถไม่ทันจึงหักรถออกทางขวามือ พุ่งชนรถกระบะมาสด้าซึ่งรอยูเทิร์นอยู่อย่างแรง ทำให้ผู้โดยสารที่นั่งด้านท้ายกระบะตกลงมาบาดเจ็บสาหัส 2 คน บาดเจ็บเล็กน้อยอีก 1 คน และผู้โดยสารที่นั่งมากับรถกระบะโตโยต้า 7 คนเสียชีวิตทั้งหมด
"ในคืนวันที่ 3 มกราคม มีการสั่งตั้งจุดตรวจร่วมเพิ่มขึ้นเป็น 3,151 จุด เฉลี่ย 3.40 จุดตรวจต่ออำเภอ โดยเน้นถนนสายหลัก เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับกรุงเทพฯ สำหรับประชาชนที่ตกค้างและจะเดินทางในวันที่ 4 มกราคมก็ขอให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ขับขี่โดยประมาท ตรวจสอบสภาพรถและร่างกายให้พร้อม ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย มีนโยบายที่จะตั้ง 1 ตำบล 1 หน่วยกู้ภัย ให้แล้วเสร็จภายในปี 2551เพื่อดูแลในปัญหานี้ด้วย "พล.อ.อ.คงศักดิ์ กล่าว
เตรียมงานเก็บศพ-กู้ภัยให้ผู้เมาแล้วขับทำ
พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา ผกบ.ตำรวจทางหลวง กล่าวถึงสถิติการจับกุมกรณีเมาแล้วขับในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2548 ถึง 3 มกราคม 2549 มีผู้ถูกจับกุมทั้งสิ้น 20,611 ราย เป็น ข้อหาเมาแล้วขับ 244 ราย ส่งฟ้องศาลและถูกสั่งคุมประพฤติทุกราย ข้อหาไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จับเพิ่มขึ้นร้อยละ 50.44 ไม่สวมหมวกนิรภัย จับเพิ่มขึ้นร้อยละ 52.71 ขับรถย้อนศร จับเพิ่มขึ้นร้อยละ 280 ข้อหาขับรถเร็ว จับเพิ่มขึ้นร้อยละ 66
นายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า จากตัวเลขผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ลดน้อยลง พบว่า เป็นเพราะการรณรงค์เมาแล้วขับ ไม่ใช่แค่จับปรับ แต่จะเป็นการถูกจับคุมประพฤติด้วย ทำให้ปีนี้ ประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัดเจนว่า อุบัติเหตุที่เกิดจากการเมาแล้วขับลดลง และส่วนใหญ่เกิดจากง่วงแล้วขับ ซึ่งจะต้องรณรงค์ต่อไป
"ในส่วนผู้ที่เมาแล้วขับและถูกจับดำเนินคดีจะถูกส่งฟ้องศาล และให้ศาลพิจารณามีคำสั่งคุมประพฤติก่อนที่จะส่งตัวมายังกรมคุมประพฤติ ซึ่งกรมได้วางหลักเกณฑ์จะให้ทำงานบริการสังคมที่เกี่ยวกับอุบัติภัยบนท้องถนนทั้งหมด ได้แก่ การช่วยมูลนิธิกู้ภัยต่าง ๆ การช่วยเหลือผู้ประสบภัย การช่วยเหลือดูแลผู้ประสบอุบัติภัยทางถนนที่ทุพพลภาพตามโรงพยาบาลต่าง ๆ การทำความสะอาดป้ายจราจร เพื่อให้ตระหนักถึงภัยของการประมาทในการขับขี่ยานพาหนะ"อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าว
ทั้งนี้ จากผลการวิจัยพบว่า หากมีการตั้งด่านจับกุมผู้เมาแล้วขับมากขึ้นเท่าใดก็ยิ่งจะทำให้จำนวนผู้เมาแล้วขับลดจำนวนลงมากขึ้นตัวเลขการจับกุมล่าสุดที่มีมากขึ้นถือเป็นการประสบผลสำเร็จในการรณรงค์เพื่อให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนนมากขึ้นด้วย
"ชิดชัย"อยากให้เช็คสุขภาพจิตขาซิ่ง
พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ยุติธรรมให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินผลการรณรงค์ลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า ต้องขอขอบคุณผู้ใช้รถ ใช้ถนน และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่มีวินัยมากขึ้น ทำให้ตัวเลขการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุลดลง ซึ่งได้สั่งการให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยฯณรงค์อย่างต่อเนื่องต่อไปเพื่อให้เกิดเป็นนิสัยประจำ ไม่มักง่าย เคารพกฎจราจร
"พวกที่ชอบซิ่ง ผมคิดว่า ต้องเอามาตรวจสภาพจิตเสียหน่อย ในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย ผมจะลองถามในที่ประชุมว่า มียาที่ฉีดไปแล้ว ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น " พล.ต.อ.ชิดชัยกล่าวและว่า สำหรับการร้องเรียนว่า ในช่วงปีใหม่ตำรวจมีการตั้งด่านรีดไถเงินผู้ขับขี่จักรยานยนต์ ถือเป็นปัญหาโลกแตกที่ตนต้องแก้ไข ถือเป็นภาพค้างคาใจและตนจะพยายามแก้ ส่วนการเพิ่มโทษผู้ที่เมาแล้วขับ โดยเฉพาะจักรยานยนต์นั้น จะมีการสรุปอีกครั้ง เพราะประเทศไทยมีบทลงโทษเรื่องนี้น้อยมาก ต้องอาศัยความเห็นด้วยของทุกฝ่ายจึงจะจัดการได้
โคราชยังมีเหตุส่งท้าย อีซูซุปาดชนวีออส
ส่วนอุบัติเหตุใน จ.นครราชสีมาซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านเข้าสู่ภาคอีสานและเป็นแชมป์ผู้เสียชีวิตสูงสุดใน 5 วันแรกก็ยังคงมีต่อเนื่อง โดยล่าสุด เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 4 มกราคม พ.ต.ท สืบศักดิ์ จินดาทะเล สารวัตรเวร สภ.อ ปักธงชัย รับแจ้งเหตุรถชนกันที่บริเวณจุดกลับรถบ้านสะแกราช ทางหลวง 304 ถ.ราชสีมา-กบินทร์บุรี ต.ภูหลวง จึงรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ เลขทะเบียน กง 9625 ระยอง พุ่งชนประตูข้างของรถกระบะอีซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน บล 3070 นครราชสีมา จนพังยับเยิน มีผู้บาดเจ็บ 5 คน เจ้าหน้าที่ได้ช่วยนำส่งร.พ.ปักธงชัย
สอบสวนทราบว่า ขณะที่ นายจเร เนมนิล อายุ 25 ปี พนักงานโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง ขับรถโตโยต้าวีอออส พาแฟนสาว พร้อมเพื่อนรวม 5 คน กลับจากฉลองเทศกาลปีใหม่ที่บ้านแฟนสาวในเขตกิ่ง อ.สีดา จ.นครราชสีมา ระหว่างเดินทางกลับ จ.ระยองเพื่อจะทำงานในวันที่ 5 มกราคม โดยรถมุ่งหน้าไปทาง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ด้วยความเร็วสูง เมื่อถึงที่เกิดเหตุ รถกระบะซึ่งวิ่งด้านหน้าหักเลี้ยวกลับรถระยะกระชั้นชิด จึงพุ่งชนกันขึ้น
สำหรับอุบัติเหตุในจ.นครราชสีมานั้น นางจิระพงษ์ อิทธิศักดิ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ยอดล่าสุดเกิดขึ้น 153 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 17 คน บาดเจ็บ 158 คน เฉพาะวันที่ 3 มกราคม มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 19 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บอีก 20 คน
สุรินทร์สิบล้อชนกระบะไฟลุกท่วมตาย 5
เมืองช้างสุรินทร์ตัวเลขอุบัติเหตุเริ่มไล่ตามมาห่างๆ รายล่าสุดเกิดขึ้น เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 4 มกราคม ร.ต.อ.เทิด ธรรมะ ร้อยเวร ส.ภ.อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ รับแจ้งเหตุรถชนกันมีไฟลุกไหม้ ที่ถนนสายสุรินทร์-ปราสาท กม.ที่ 24-25 บ้านดารวก ต.กังแอน อ.ปราสาท จึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลต.กังแอน พร้อมรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบ รถบรรทุกสิบล้อฮีโน่ สีขาว เลขทะเบียน 80-6658 บุรีรัมย์ ซึ่งกลับจากเทหินเพื่อสร้างถนนจะไปขนหินต่อ ระหว่างนั้นมีรถกระบะแคปนิสสันสีแดง เลขทะเบียน บต 5658 กรุงเทพฯ ซึ่งมีผู้โดยสารนั่งมาเต็มคันรถมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ โดยกระบะท้ายบรรทุกถังน้ำมันขนาด 20 ลิตรมาด้วย 3 ถัง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเสียหลักพุ่งเข้าชนรถบรรทุกสิบล้อที่กำลังเลี้ยวรถเข้าเต็มแรง เป็นเหตุให้ไฟลุกไหม้รถกระบะเสียหายทั้งคัน
ทั้งนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกไฟครอกทั้ง 6 คน คือ นายสามารถ ยอดอาจ , นายสมจิตร ยอดอาจ , นายผลศริรพล กองแก้ว , นายพิสุทธิ์ พุฒแก้ว , นายมนัส พวงยอด และชายไทยไม่ทราบชื่อ ไม่สวมเสื้อนุ่งกางเกงสีดำ นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 5 คน เป็นเด็กชาย 1 คน ชายไทย 1 ศพ และหญิง 2 ศพ และเสียชีวิตที่รพ.ปราสาทอีก 1 คน ซึ่งทั้งหมดยังไม่ทราบชื่อและนามสกุล ส่วนคนขับรถบรรทุก 10 ล้อหลบหนีหลังเกิดเหตุ
สำหรับยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในช่วงเทศกาลปีใหม่ จ.สุรินทร์ ใน 6 วันที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 10 ราย เป็นชาย 6 คน หญิง 4 คน และผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 118 คน เป็นชาย 97 คน หญิง 21 คน
7 จว.ใต้ตาย19-พัทลุงลุ้นรักษาบริสุทธิ์
นายกาส เส็นโต๊ะเย็บ เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา เปิดเผย ข้อมูลล่าสุด สถิติผู้เสียชีวิตในช่วงที่ผ่านมาของ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง คือ 19 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 262 ราย โดยสงขลา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 44 ราย เสียชีวิต 9 ราย , ตรัง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 93 ราย เสียชีวิต 5 ราย , นราธิวาส มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 24 ราย เสียชีวิต 1 ราย ,ปัตตานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 33 ราย เสียชีวิต 2 ราย ,สตูล มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 13 ราย เสียชีวิต 2 ราย ส่วนยะลาและพัทลุงไม่มีผู้เสียชีวิต โดยยะลา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 14 ราย พัทลุง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 41 ราย
นายสมศักดิ์ ตะเภาน้อย รองผู้ว่าฯพัทลุง เปิดเผยว่า จังหวัดมีอุบัติเหตุทางถนนใน 6 วันที่ผ่านมา 137 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 159 คนถือว่าลดลงกว่าปีก่อนที่มีผู้บาดเจ็บถึง 209 คน หรือลดลงร้อยละ 25 และล่าสุดยังไม่มีผู้เสียชีวิต ต่างจากปี 2548 ที่มีผู้เสียชีวิต 2 คน โดยเป็นผลจากการที่ทุกฝ่ายร่วมกันตั้งจุดตรวจบนถนนสายหลักและสายรองกว่า 33 จุด ครอบคลุมทั้ง 11 อำเภอพร้อมมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง กว่า 1,000 คน สถิติจ.พัทลุง ถือเป็นจังหวัดที่มีสถิติดีที่สุด 1 ใน 5 จังหวัดทั่วประเทศ ขณะนี้ยังมีเวลาเหลืออีก 12 ชั่วโมง ในการที่จะรณรงค์อย่างเข้มข้นจนถึงนาทีสุดท้าย อุบัติเหตุในปีนี้ ร้อยละ 86 เกิดจากรถจักรยานยนต์ และเกิดขึ้นบนถนนสายรอง โดยพฤติกรรมเสี่ยงเกิดจากการเมาสุรา และไม่สวมหมวกนิรภัย
เชียงใหม่ตาย 11 ฝางนำโด่งแชมป์ผู้เสียชีวิต
นางภัทรวรรณ สดุดี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า อุบัติเหตุสะสม 6 วันในจังหวัด เกิดขึ้นทั้งหมด 123 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต รวม 11 ราย คิดเป็นร้อยละ 75 ของประมาณการผู้เสียชีวิตที่จังหวัดตั้งไว้ 16 ราย บาดเจ็บรวม 141 ราย ลดลงจากปีที่ผ่านมา 343 ราย ลดลงร้อยละ 71.01 เขตอ.เมือง มีอุบัติเหตุสูงสุด 49 ครั้ง แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่มีผู้บาดเจ็บ 55 ราย สำส่วนที่อ.ฝาง มีรายงานอุบัติเหตุ 5 ครั้งและมีผู้เสียชีวิต 6 ราย บาดเจ็บ10 ราย สถิติในวันที่ 3 มกราคมมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 12 ครั้ง ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต มีผู้บาดเจ็บ 13 ราย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในเขตอ.เมือง 6 ครั้ง บาดเจ็บ 7 ราย รองลงมาคือ อ.จอมทอง 2 ครั้ง บาดเจ็บ 2 ราย ที่เหลือได้แก่ อ.แม่แตง, แม่ริม,อมก๋อย,กิ่งอ.แม่ออน อำเภอละ 1 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บอำเภอละ 1 ราย
ส่วนบรรยากาศการเดินทางกลับ นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในขณะนี้ในจ.เชียงใหม่ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง เนื่องจากได้เตรียมรถเสริมไว้รองรับในคืนวันที่ 3 มกราคม 2549 โดยจัดเตรียมรถเพื่อเข้ากรุงเทพฯไว้ 200 เที่ยว แต่ใช้ไปเพียง 165 เที่ยวเท่านั้น ซึ่ง 2 คันสุดท้ายออกจากสถานีขนส่งโดยมีผู้โดยสารไม่เต็มคัน ในส่วนเที่ยวรถที่เดินทางไปภาคเหนือตอนบนได้เพิ่มรถเป็น 141 เที่ยว จากปกติ 80 เที่ยว ในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเป็น 80 เที่ยว จากเดิม 52 เที่ยว
สำหรับยอดรถเข้าออกทุกเส้นทางรวม 736 เที่ยว ปกติ 420 เที่ยว เพิ่มขึ้น 316 เที่ยว มีผู้โดยสารทั้งขาเข้าและออกรวม 29,200 คน จากปกติ 12,900 คน จึงมั่นใจว่าไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ส่วนการรณรงค์ให้เดินทางหลังวันที่ 4 มกราคม โดยจัดโปรโมชั่นลดค่าตั๋วครึ่งราคา เฉพาะรถบริษัทขนส่งจำกัด (บขส.)เท่านั้น มีผู้สนใจมาสอบถามแต่ไม่มากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่จำเป็นต้องกลับไปทำงานในวันรุ่งขึ้น
นายสมพงษ์ บุตตะคุณ นายสถานีรถไฟจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 มกราคม ทางสถานีได้เสริมขบวนรถพิเศษเข้ากรุงเทพฯ ในเวลา 18.30 น. ปรากฎว่า ผู้โดยสารเต็มทุกโบกี้ 400 คน จึงไม่มีปัญหาเรื่องผู้โดยสารตกค้าง
อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินทางมาเชียงใหม่โดยรถยนต์ส่วนตัวเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆได้สะดวกมากกว่า ทำให้ปัจจุบันจึงไม่มีปัญหาผู้โดยสารตกค้างเหมือนเช่นในอดีต
สุพรรณบุรีซิ่งจยย.ชนท้าย 6 ล้อดับ 1
ส่วนอุบัติเหตุส่งท้ายเทศกาลปีใหม่อีกราย เกิดขึ้น เมื่อเวลา 00.40 น. วันที่ 4 มกราคม พ.ต.ท.ประสาน หอมชื่น สารวัตรเวร สภ.อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ บนถนนมาลัยแมน บ้านคลองมโนราห์ บริเวณหมู่ 7 ต.ศาลาขาว อ.เมือง จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรอยเลือดและรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีน้ำเงิน เลขทะเบียน กษง. 913 สุพรรณบุรี ชนติดอยู่กับด้านท้าย รถบรรทุก 6 ล้ออีซูซุ สีฟ้า เลขทะเบียน 83 - 3617 สุพรรณบุรี แต่ผู้บาดเจ็บ 2 คนถูกนำตัวส่งรพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราชแล้ว
เมื่อไปตรวจสอบที่โรงพยาบาล ทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ นายภานุวัฒน์ จาเส็ง อายุ 16 ปี บ้านเลขที่ 87 หมู่ 1 ต.ดอนโพธิ์ทอง อ.เมือง อาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา อีกราย คือ นายอดุลย์ เปรมจันทร์วงษ์ อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 32 / 1 ต.ศาลาขาว อ.เมือง อาการสาหัสเช่นกัน โดยในกระเป๋ากางเกงยังพบยาบ้า ชนิดสีส้ม และ สีเขียว ในถุงพลาสติกอีก 33 เม็ด เงินสด 3,730 บาท และ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายภานุวัฒน์ ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยมีนายอดุลย์นั่งซ้อนท้าย เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ได้พุ่งเข้าชนท้าย รถบรรทุก 6 ล้อ ที่วิ่งอย่างช้าๆ อยู่ด้านหน้าอย่างแรง
Relate topics
- สงขลายอดตายใกล้ทะลุเป้า ทางหลวงใต้คุมเข้มลดการสูญเสีย
- อุบัติเหตุจราจรดัชนีวัดมาตรฐาน อปท.
- สงขลาจัดหมอนวดคลายอ่อนเพลียริมถนนรับมืออุบัติเหตุสงกรานต์
- เผยตัวเลขคนตายจากอุบัติเหตุจราจรวันละเกือบ 40 คน
- ทางหลวงเตือนระวัง 96 จุดอันตรายเส้นทางทั่วประเทศ
- รพ.หาดใหญ่ เปิดศูนย์ประสานงานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ
- แผนสุขภาพประเด็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุจราจร
- รายงานการประชุม วันที่ 7 สิงหาคม 2549 ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา
- ร่างแผนสุขภาพประเด็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุจาการจราจร
- รายชื่อผู้เข้าร่วม