อำเภอหาดใหญ่เป็นอำเภอเศรษฐกิจของภาคใต้ น้ำท่วมครั้งรุนแรงครั้งสุดท้ายคือปี 2543 หรือ 10 ปีก่อนหน้านี้ ในครั้งนี้ฝนที่ตกหนักตลอดลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา ซึ่งเป็นคลองสายหลักที่ไหลผ่าเมืองเหมือนแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งกรุงเทพมหานคร ได้ล้นตลิ่งท่วมเมืองอย่างรวดเร็วในค่ำคืนของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2553อุทกภัยในหาดใหญ่ครั้งนี้น้ำท่วมสูงอย่างรวดเร็วมาก โรงพยาบาลหาดใหญ่ตั้งอยู่ในทำเลที่ค่อยข้างลุ่ม ระดับน้ำสูงจนเข้าอาคารผู้ป่วนอก อาคารสนับสนุนต่างๆหลายอาคารของโรงพยาบาลหาดใหญ่ บริเวณถนนน้ำเชี่ยวมาก ไฟฟ้าดับตอนกลางคืน สัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดขาด เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินทางเข้าออกจากตัวอาคารได้ โรงพยาบาลปิดโดยปริยาย โรงปั่นไฟถูกน้ำท่วม จนต้องมีการขนย้ายผู้ป่วยหนักไปนอนรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ แต่ถึงกระนั้นใน
เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่จังหวัดสงขลาจากพายุดีเปรสชั่นที่ขึ้นฝั่งที่จังหวัดสงขลาในวันที่ 1-3 พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมา ลุ่มน้ำนาทวี เป็นอีกลุ่มน้ำหนึ่งที่มีเรื่องราวน้ำท่วมใหญ่มาเล่าสู่กันฟัง อำเภอนาทวีอยู่บนเชิงเขา มีทางน้ำและคลองที่ไหลลงสู่อำเภอจะนะ ดังนั้นหากน้ำท่วมอำเภอนาทวี น้ำก็จะท่วมจะนะในอีกไม่นานความวุ่นวายก่อนน้ำเข้าเมืองที่โรงพยาบาลจะนะน้ำเข้ามาที่สุดในประวัติศาสตร์การตั้ง รพ.นับตั้งแต่ปี 2516 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 เมื่อน้ำป่าไหลบ่าเข้าตัวอำเภอนาทวี โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนา ณ อำเภอนาทวี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาด 90 เตียงถูกน้ำท่วม น้ำเข้าตึกผู้ป่วย ไฟฟ้าดับ ทำให้ต้องมีการทยอยขนคนไข้กับรถทหารมารักษาต่อที่โรงพยาบาลจะนะรวม 35 คน กว่าจะเสร็จก็ตกเย็น ทีมของโรงพยาบาลจะนะฝากข้าวกล่องก
อำเภอนาทวี เป็นอำเภอเศรษฐกิจดีอีกอำเภอของจังหวัดสงขลา เต็มไปด้วยสวนยางและสวนผลไม้ มีโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ณ อำเภอนาทวี ขนาด 120 เตียงตั้งอยู่ เป็นโรงพยาบาลระดับ 2.2 ของกระทรวงสาธารณสุข คือมีแพทย์เฉพาะทาง ในช่วงที่ประสบเหตุน้ำท่วมในวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2553 นี้ คุณหมอสุวัฒน์ วิริยพงษ์สกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนาทวี ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ไว้อย่างน่าสนใจมุ่งสู่นาทวีตอนประมาณตี 4 ของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 หนุ่มน้อยชื่อ โชายโ แฟนของน้องเจ้าพนักงานเภสัชกรรมได้โทรมาปลุกผม แจ้งว่าน้ำขึ้นสูงมาก กำลังทะลักเข้าโรงพยาบาลนาทวี ผมรับโทรศัพท์ทีแรกยังไม่เชื่อ เพราะสักเที่ยงคืน เพิ่งคุยกับทีมงานที่ดูแลเครื่องสูบน้ำของชลประทาน ซึ่งได้มาติดตั้งในโรงพยาบาลและเริ่มสูบน้ำได้ตั้งแต่ช่วงเย็นแล้ว ปกติ
ปี 2553 บทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า โลกและประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนจากภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกแล้ว น้ำท่วมใหญ่ปี 2553 ที่เกิดขึ้นไล่มาตั้งแต่ภาคเหนือตอนล่าง มาภาคกลาง ภาคอีสานและภาคใต้ ได้สร้างความสูญเสียอย่างมาก โรงพยาบาลชุมชนและสถานีอนามัยในหลายพื้นที่ก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก
หาดใหญ่ สงขลา :หลังน้ำท่วมหนัก พฤศจิกายน 2553สองสามวันต่อมาทางเทศบาลออกประกาศให้พี่น้องนำเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหายจากน้ำท่วมไปรับบริการซ่อมฟรี จากความอนุเคราะห์ของวิทยาลัยเทคนิคหนึ่งแห่งหนึ่งของจังหวัดใกล้เคียงซ่อมฟรีก็ดีเหมือนกัน ผมบอกกับตัวเองกระวีกระวาดอยู่วันสองวัน ก่อนวันสุดท้าย ผมก็ตัดสินใจยกเครื่องไปให้เขาซ่อมที่เต็นท์อำนวยการใกล้ๆคลองระบายน้ำ ละแวกที่ตั้งหน่วยอพปร.ของชุมชนซึ่งอยู่อีกฝั่งคลองเครื่องใช้ไฟฟ้าสารพัดสารเพตั้งกองพะเนินๆอยู่ มีคนทยอยมาเป็นช่วงๆ เด็กช่างเทคนิคสี่ซ้าห้าคนก็ซ่อมดูกันอยู่ข้างหลัง ผมนึกชื่นชมอยู่ในใจ และไม่ได้ถามไถ่อะไรมากเมื่อเจ้าหน้าที่รับเครื่องไปโดยไม่ได้ให้บัตรให้หลักฐานอะไรมา นอกจากบอกว่าให้จำหมายเลขไว้ แล้วให้มารับในเย็นๆวันรุ่งขึ้นวันรุ่งขึ้นผ
การจัดสมัชชาสุขภาพจังหวัดสงขลา ประจำปี 2553 เป็นการดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2553 มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนพลังการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ให้เกิดการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้างสรรค์นโยบายสาธารณะ เพื่อให้ก่อเกิดสุขภาวะของประชาชนคนไทย โดยมีนิยามที่ว่า
"กระบวนการที่ให้ประชาชนและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการเรียนรู้อย่างสมานฉันท์ เพื่อนำไปสู่การเสนอแนะและผลักดันนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพหรือความมีสุขภของประชาชน โดยจัดให้มีการประชุมอย่างเป็นระบบและอย่างมีส่วนร่วม"
สมัชชาสุขภาพเน้นกระบวนการทำงานด้วย สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ซึ่งใช้ในการขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาที่ยากและซับซ้อน โดยพึ่งพาพลังสามส่วนที่เชื่อมโยงกัน คือ พลังทางปัญญา พลังทางสังคม และพลังแห่งอำนาจรัฐ หรืออำนาจทางการเมือง
สีสันชีวิต: อภินันต์ หมัดหลี กลับบ้านปลูกต้นไม้ สานตำนานเกษตรธาตุ 4
เป็นสกู๊ปที่น่าสนใจตามอ่านเป็นอย่างยิ่ง
ตามอ่านแบบเต็ม ๆ ได้ที่สีสันชีวิต : อภินันท์ หมัดหลี
มติสมัชชาสุขภาพจังหวัดสงขลาประจำปี 2553
วาระพลเมืองเฉลิมพระเกียรติ : สงขลาพอเพียง
"ร่วมขับเคลื่อนสงขลาไปสู่ความพอเพียง"
ดาวน์โหลดเอกสารมติได้ที่ไฟล์เอกสารที่แนบมาได้เลยค่ะ
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 074-474082
เขาคูหา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา หนึ่งในสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองรัตภูมิ ดังคำขวัญท่อนหนึ่งที่ว่า "ภูผามีตำนาน" ถูกประกาศเป็นแหล่งหินอุตสาหกรรม เมื่อปี ๔๐ และให้สัมปทานไป๑๐ ปีแ้ล้ว ปัจจุบัน หมดอายุสัมปทาน ๑๐ปีมานี้ ก่อให้เกิดความเสียหาย มากมาย ทั้งบ้านเรือนชาวบ้าน ๓๐๐กว่าหลัง ฝุ่นละอองจนเกิดโรคทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ เสียงดัง สั่นสะเทือนตกใจหวาดผวา และกระทบจิตวิญญาณผู้คนที่ผูกผันกับชีวิตกับเขาคูหามานับแต่เกิด
สืบเนื่องจากวันที่ 1 พ.ย 2553 พายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง มีศูนย์กลางห่างประมาณ 350 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ ของจังหวัดสงขลา มีความเร็วสูงสุดประมาณ 50 กม./ชม. เคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผ่านบริเวณภาคใต้ตอนล่าง โดยขึ้นฝั่งในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระและอำเภอเมืองในบางส่วน ความรุนแรงของกระแสลมหอบมาทั้งสายน้ำและส่งผลให้เกิดความเสียหายกับอาคารบ้านเรือนของประชาชนจำนวนมาก




