สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

“มาร์ค” เพิ่มสิทธิสุขภาพ-พปช.เสนอฮุบ ปกส.โปะ 2 กองทุน

by kai @28 พ.ย. 50 21:31 ( IP : 222...189 ) | Tags : ข่าวสุขภาพประจำวัน

"มาร์ค" เพิ่มสิทธิสุขภาพ-พปช.เสนอฮุบ ปกส.โปะ 2 กองทุน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤศจิกายน 2550 15:33 น.

      เปิดเวทีพรรคการเมือง "ขายฝัน" นโยบายสาธารณสุข "อภิสิทธิ์" เพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันสังคม ตรวจสุขภาพฟรี ปรับระบบประกันสุขภาพ เสนอให้ร่วมจ่ายล่วงหน้า แก้ปัญหาเข้าถึงยาใช้ระบบซื้อรวม ขณะที่ "พลังประชาชน" แยกเงินเดือนออกจากงบประมาณรายหัว ชูรวมบริหารจัดการ 3 กองทุน เตรียมโยกเงินประกันสังคม รวมเข้ากับกองทุนสวัสดิการข้าราชการและกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ "ชาติไทย" เอาใจหมอ ดัน กสธ.แยกออกจาก ก.พ.ปรับเพิ่มเงินเดือนให้ "เพื่อแผ่นดิน" หนุนเพิ่มเงินให้รพ.เอกชนในระบบประกันสังคม พร้อมร่วมหาทางออกแก้ปัญหาแพทย์คนไข้ฟ้องร้องใช้วิธีไกล่เกลี่ย

      เวลา 09.30 น.วันนี้ (28 พ.ย.) ที่ห้องประชุมสยามมงกุฎราชกุมาร อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี แพทยสภา ได้เชิญตัวแทนพรรคการเมือง อภิปรายเรื่อง "นโยบายด้านการแพทย์และสาธารณสุขของพรรคการเมือง" โดยมีตัวแทนจากพรรคการเมืองเข้าร่วม คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นพ.วินัย วิริยะกิจจา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน
      นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ปชป.ชูวาระประชาชนและนโยบายทางด้านสุขภาพถือเป็น 1 ใน 4 วาระหลักในการทำงานของพรรค ความตั้งใจสูงสุดของ ปชป.คือ การทำให้ประชาชนเจ็บป่วยน้อยลง โดยใช้เครื่องมือที่ ปชป.เคยสร้างไว้เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และการริเริ่มผลักดัน พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ โดยอาศัยความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะอาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.) โดยการทำงานในเชิงรุกเพื่อดูแลประชาชนมากขึ้น ซึ่ง อสม.เหล่านี้จะต้องมีค่าตอบแทนสินน้ำใจด้วย
      "เรื่องระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เห็นด้วยที่ต้องมีระบบดังกล่าวต่อไป แต่ต้องมีการบริหารจัดการทรัพยากรให้เพียงพอ ซึ่งผมเคยเสนอรัฐบาลก่อนหน้านี้มาโดยตลอดว่า งบประมาณรายหัวที่ใช้จ่ายในโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไม่เพียงพอ แต่เพิ่งได้รับงบประมาณรายหัวอย่างเพียงพอในรัฐบาลชุดนี้ คือ 2,100 บาท ถือว่าเป็นครั้งแรกที่งบประมาณเพียงพอและตรงกับจำนวนที่นักวิชาการคำนวณได้" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
      นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ พรรค ปชป.ไม่ขัดข้องเรื่องการร่วมจ่ายค่าบริการ หรือโคเพเมนต์ (Co-payment) แต่ไม่สนับสนุนให้มีการร่วมจ่าย ณ จุดให้บริการ เพราะจะตกเป็นภาระของประชาชน อีกทั้งอาจเกิดความไม่เสมอภาค เพราะหากมีการร่วมจ่ายแนวโน้มที่สถานบริการจะเลือกให้บริการผู้ที่ร่วมจ่ายมากกว่าคนที่ไม่ร่วมจ่ายจะเกิดขึ้น แต่ควรมีการร่วมจ่ายล่วงหน้า อาทิ การหักจากเงินเดือน หรือวิธีอื่นๆ
      "ด้านการบริหารจัดการโครงการหลักประกันสุขภาพฯ สิ่งที่เพิ่มเติมได้จากการร่วมจ่ายล่วงหน้านั้น ทางสถานพยาบาลสามารถมีรายได้เพิ่มโดยไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจรักษา อาทิ ห้องพักพิเศษ ฯลฯ นอกจากนี้จะเน้นการให้คลินิกเอกชนเข้ามาร่วมในการรักษาในโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพราะภาระจริงๆของผู้ป่วยคือค่าเดินทาง ดังนั้นการมีเครือข่ายสถานพยาบาลที่เป็นคลินิกก็จะสามารถลดภาระค่าเดินทางและภาระงานของโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยจะไปกระจุกตัว" นายอภิสิทธิ์ กล่าว





      นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนระบบประกันสังคมจะต้องเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนมากกว่านี้ เพราะมีเงินมากพอที่จะดำเนินการได้ อาทิ การที่ผู้ประกันตนได้ออกจากระบบประกันสังคมไปแล้ว แต่ยังสามารถอยู่ในระบบการรักษาพยาบาลต่อไปได้ ซึ่งในกรณีนี้จะไม่ไปแตะต้องกองทุนชราภาพแต่อย่างใด หรือสิทธิในการตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งมั่นใจว่าสามารถทำได้อยู่แล้ว
      "ระบบประกันสังคมต้องเอาเงินที่ผู้ประกันตนเสียไปให้เป็นประโยชน์ให้มากขึ้น การบริหารงานของสำนักงานกองทุนประกันสังคมจะต้องเป็นอิสระโปร่งใสมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการรักษาพยาบาล ต้องเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนมากขึ้น และขณะนี้สิทธิยังเป็นเฉพาะตัวผู้ประกันตน ในอนาคตอาจมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ อาจเพิ่มบุคคลอีก 1 คนหรือคนในครอบครัวเข้าไปร่วมอยู่ในระบบประกันสังคมด้วย วิธีดังกล่าวถือว่าเป็นการแบ่งเบาภาระของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติด้วย" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
      นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ เรื่องระบบการช่วยเหลือผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน ที่จะมีการจัดระบบเป็นหมายเลขเดียว จัดกลไกหมุนเงินตามคนไข้ รวมถึงโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงจะต้องจัดสรรงบประมาณเก็บไว้เป็นการเฉพาะ และที่สำคัญ เรื่องปัญหาวิกฤตการฟ้องร้อง แนวทางของปชป.คือการลดความขัดแย้ง โดยยึดวิธีการไกล่เกลี่ย ตั้งกองทุนชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยไม่เกี่ยวข้องกับการรับผิดตามกฎหมาย เพื่อลดความกังวลและการนำปัญหาที่เกิดขึ้นไปฟ้องร้องในชั้นศาล
      "พ.ร.บ.ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเป็นเรื่องที่ ปชป.ทราบเป็นอย่างดี และให้ความสำคัญโดยต้องรับฟังความเห็นของทุกฝ่าย จึงเห็นว่า พ.ร.บ.นี้ไม่ควรเดินหน้าจนกว่า แพทยสภา และองค์กรวิชาชีพเข้ามาดูให้เกิดความชัดเจนในรายละเอียด ก่อนที่จะเดินหน้าต่อไป" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
      นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แนวทางในการจัดสรรยาที่ดีราคาถูกให้กับผู้ป่วยได้เข้าถึงยาอย่างเพียงพอ มีหลายวิธีไม่จำเป็นต้องยึดติด ไม่จำเป็นต้องการประกาศบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร (ซีแอล) ซึ่งเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งเท่านั้น แต่สามารถดำเนินการวิธีอื่นๆ ได้ จากที่ไปดูงานพบว่ามีการรวมตัวในภูมิภาคอาเซียน เพื่อร่วมกันซื้อยาคุณภาพดี ราคาถูก ซึ่งจะได้ในราคาที่ต่ำกว่าประเทศที่ประกาศซีแอลด้วย
      ต่อข้อถามว่า ปชป.จะไม่ปิดโอกาสในการทำซีแอลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป้าหมายหลักคือการให้ประชาชนได้เข้าถึงยาราคาถูก ให้รัฐสามารถจัดซื้อยาได้ และหากเป็นวิธีที่ไม่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศก็จะดำเนินการ และเชื่อว่า มีหลายวิธีที่ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับวิธีเดียว





      ด้าน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า โครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติผ่านมา 6 ปีเต็ม แต่ยังมีหลายเรื่องที่ต้องปรับปรุงพัฒนา เช่น วิธีการร่วมจ่ายถือเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา เพื่อลดการใช้บริการโดยไม่จำเป็น เพราะคนเห็นว่าเป็นของฟรี จึงไม่เห็นคุณค่า ซึ่งต้องมีการเก็บตัวเลขว่า ภายหลังจากการยกเลิกเก็บค่าธรรมเนียม 30 บาท ว่า มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพื่อวิเคราะห์ให้ชัด จำเป็นต้องให้ความรู้ประชาชนว่ามาตรฐานการรักษาพยาบาลอยู่ตรงไหน เพื่อความเข้าใจตรงกัน แต่ยังไม่สรุปว่าจะกลับไปเก็บเงินร่วมจ่ายอีกหรือไม่
      "ในอนาคตต้องมีการจัดการเรื่องการบริหารกองทุนสวัสดิการของคนไทยครั้งใหญ่ ทั้ง 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนสวัสดิการข้าราชการ กองทุนประกันสังคม กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันกองทุนหลักประกันฯ มีการรวมเงินเดือนบุคลากรอยู่ในงบประมาณรายหัว แต่กองทุนสวัสดิการฯและกองทุนประกันสังคมไม่ได้ช่วยแบกรับภาระนี้ จึงจำเป็นต้องแยกเงินเดือนจากงบเหมาจ่ายรายหัว และต้องรวม 3 กองทุนเพื่อดูแลรับภาระค่าใช้จ่ายร่วมกันให้การบริหารจัดการ เพื่อนำงบประมาณรายหัวไปใช้เฉพาะการรักษาพยาบาลกับประชาชน 48 ล้านคนอย่างมีประสิทธิภาพ" นพ.สุรพงษ์ กล่าว
      นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า สภาพการณ์ขณะนี้ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินในประกันสังคม แต่เมื่อเจ็บป่วยก็ไปจ่ายเงินเอง หรือซื้อประกันสุขภาพจากบริษัทประกันเอกชน เท่ากับว่า เงินที่จ่ายไปก็ไม่มีประโยชน์ ซึ่งมีแนวความคิดว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่เงินประกันสังคมที่แรงงานจ่ายทุกเดือนนั้นเป็นฐานต่อยอดในการจ่ายเบี้ยประกันของบริษัทเอกชน อาทิ จ่ายประกันสังคมปีละ 2 พันบาทและต้องไปซื้อเบี้ยประกันจากบริษัทเอกชนปีละ 5 พันบาท ก็ไม่ต้องจ่ายครบ จ่ายเพียง 3 พันบาทเท่านั้น
      นพ.วินัย วิริยะกิจจา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า พรรคสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมการกระทรวงสาธารณสุข (กสธ.)โดยแยกตัวออกจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งโครงสร้างของการบริหารงานของกระทรวงสาธารณสุขไม่เหมือนกับข้าราชการกระทรวงอื่นๆ จึงน่าจะสามารถแยกออกมาได้ ทั้งนี้ในส่วนของเงินบุคลากรทางการแพทย์ก็มีปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับภาระงานที่มีมาก หากมีการแยกเป็นกสธ.แล้วก็สามารถปรับฐานเงินเดือนบุคลากรได้
      "เรื่องค่าตอบแทนคงต้องพิจารณาว่า ขณะนี้อยู่ในจุดวิกฤตจริงหรือไม่ หากเงินเดือนได้รับน้อยกว่าในภาคเอกชนก็เกิดภาวะสมองไหล หรือเข้าสู่วิชาชีพอื่น เช่น ทนายความ อัยการ และหากเทียบกับเงินเดือนของอัยการในประเทศไทยที่มีเงินเดือน 1 แสนบาท แต่หมอเริ่มต้นที่ 9.3 พันบาท แม้ว่ารวมรายได้พิเศษอื่นก็มีเพียง 2 หมื่นบาทเท่านั้น ไม่ต้องไปเทียบเงินเดือนหมอกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ประเทศมาเลเซียว่ามีเงินเดือนเท่าใด เมื่อเป็นเช่นนี้ต้องหมอด้วยกันเท่านั้นที่จะรู้ปัญหา ดังนั้นเราต้องรักกันเข้าไว้" นพ.วินัย กล่าว
      นพ.วินัย กล่าวด้วยว่า นโยบายของพรรคยังคงเหมือนที่เคยหาเสียงครั้งที่แล้วคือ คนจนรักษาฟรี คนรวยมีร่วมจ่าย แต่จะดูแลแบ่งโครงสร้างเป็นส่วนท้องถิ่นและส่วนกลาง โดยในท้องถิ่นเน้นให้คนในพื้นที่ดูแล ป้องกันสุขภาพของตนเองให้มากที่สุด ยกระดับฐานะสถานีอนามัยให้มีคุณภาพ มาตรฐานยิ่งขึ้น ส่วนในส่วนกลางให้มีการส่งเริมปรับปรุงระการบริการสุขภาพในภาพรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่งเสริมระบบคุณธรรม เพื่อแก้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับคนไข้
      นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ในส่วนของโรงพยาบาลเอกชนในระบบประกันสังคมที่ขอเพิ่มงบประมาณรายหัวเห็นว่างบประมาณของประกันสังคมที่มีอยู่จำนวนมากสามารถที่จะเพิ่มได้อย่างน้อย 100 บาทต่อหัว ไม่เช่นนั้นหากโรงพยาบาลเอกชนประกาศที่จะไม่ให้บริหารในระบบประกันสังคมก็จะเกิดปัญหาไม่มีสถานพยาบาลมารองรับ
      "ส่วนปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับคนไข้ เน้นการไกล่เกลี่ย พูดคุยทำความเข้าใจ ไม่ใช่หมอก็ไปเรียนด้านกฎหมาย มีการเตรียมตัวเป็นพยานก่อนขึ้นศาล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ควรจะมีการปลูกฝังให้กับแพทย์ ถือว่าไม่เคยมีมาก่อน แต่จะทำอย่างไรให้ มีการฟ้องร้องกันน้อยลง โดยการปรับปรุงแก้ไขให้มีแบบแผนชัดเจน" นพ.พฤฒิชัย กล่าว

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว