สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

สนช.ผ่านกม.'ห้ามใช้มือถือ' ขณะขับรถแล้ว ฝ่าฝืนปรับตั้งแต่ 400-1,000 บ.

by kai @14 พ.ย. 50 20:36 ( IP : 222...235 ) | Tags : ข่าวสุขภาพประจำวัน

วันพุธที่ 14 เดือนพฤศจิกายน พศ. 2550 ค้นหาข่าว  มติชนออนไลน์

สนช.ผ่านกม.'ห้ามใช้มือถือ' ขณะขับรถแล้ว ฝ่าฝืนปรับตั้งแต่ 400-1,000 บ.
วันที่ 14 พฤจิกายน 2550 - เวลา 16:28:22 น.

สนช.ผ่านกฎหมายห้ามผู้ขับขี่ใช้มือถือขณะขับรถ ยกเว้นมีอุปกรณ์เสริม แนบข้อสังเกตในอนาคตห้ามใช้โดยเด็ดขาด เสนอรัฐบาลแก้กฎหมายทั้งฉบับเพิ่มบทลงโทษให้หนักขึ้น

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.จราจรทางบก ในวาระที่ 2-3 ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.จรจาจรทางบก พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมีเนื้อหาสำคัญกำหนดห้ามผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์ หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นใดในขณะที่รถเคลื่อนที่เว้นแต่การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนา โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น ทั้งนี้ มีบทกำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษ ปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท โดยให้บังคับใช้ตามพ.ร.บ.ฉบับนี้เมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว คณะกรรมาธิการฯได้ตั้งข้อสังเกตแนบท้ายร่างพ.ร.บ.ไว้ด้วยว่า เมื่อกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะเกิดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีการจราจรคับคั่ง ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเกิดความเข้าใจร่วมกัน และเพื่อความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุบนผิวจราจร ขอให้รัฐบาลมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนทั่วไป และสนับสนุนด้านงบประมาณจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือในการตรวจจับภาพผู้กระทำผิดแทนการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ตรวจจับบนผิวจราจรให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิผล และในระยะยาวควรห้ามใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถโดยเด็ดขาด พร้อมทั้งพิจารณาเสนอกฎหมายให้ครอบคลุมถึงการใช้เครื่องมือสื่อสารอื่นในขณะขับรถด้วย

นอกจากนี้ สมควรที่รัฐบาลจะปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกทั้งฉบับ เพราะบทบัญญัติบางประการล้าสมัย ไม่เหมาะสมกับสภาวะการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะในส่วนของบทกำหนดโทษ จึงไม่สามารถป้องปรามการกระทำผิดได้ และสมควรให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติปรับปรุงแนวทางขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ให้บังคับใช้กฎหมายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าววาระ 2 และ 3 ด้วยคะแนนเอกฉันท์ 57 ต่อ 0 เสียง

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว