ท่อก๊าซจะนะพ่นพิษอีกสารเบนโทไนต์ไหลทะลักท่วมที่ดินชาวบ้าน
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 กรกฎาคม 2550 17:57 น.
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ท่อก๊าซจากโรงแยกก๊าซไปโรงไฟฟ้าจะนะพ่นพิษ สารเบนโทไนต์ไหลทะลักท่วมที่ดินชาวบ้าน หวั่นทำต้นยางยืนต้นตาย และปนเปื้อนในแหล่งน้ำกินน้ำใช้ ซ้ำรอยพื้นที่แนวท่อก๊าซใน อ.สะเดา จี้ นายอำเภอรีบเข้ามาดูแล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้เจาะลอดใต้ผิวที่ดินของนางเน๊าะ หัดยุมสา หมู่ที่ 3 ต.ตลิ่งชัน อ.จะนะ จ.สงขลา เพื่อวางแนวท่อส่งก๊าซจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ไทย-มาเลเซีย ไปใช้สำหรับโรงไฟฟ้าจะนะ ผ่านพื้นที่กลางชุมชนบ้านป่างามท่ามกลางการคัดค้านของชาวบ้าน ที่หวั่นวิตกผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเนื่องจากผ่านกลางชุมชน กระทบวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม และเป็นโครงการ ที่สร้างความแตกแยกให้กับชุมชนมุสลิม
นางขอ หัดยุมสา ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า หลังจากที่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เริ่มเจาะลอดใต้ผิวดินเมื่อประมาณเวลา 11.00 น.เมื่อวานนี้ ปรากฏว่า เวลาประมาณ 15.30 น.ได้มีสารเบนโทไนต์ ซึ่งเป็นสารเคมีที่ช่วยในการเจาะวางท่อก๊าซจำนวนมาก ผุดทะลักขึ้นมาจากใต้ดิน โดยขณะที่เพิ่งผุดขึ้นมาใหม่ๆ เป็นลักษณะโคลนสีดำ
เมื่อผุดขึ้นมาแล้วไหลทะลักมายังใต้ถุนขนำที่พวกตนสร้างเป็นที่พัก จากนั้นบางจุดมีลักษณะเป็นน้ำสีขาวขุ่นไหลทะลักออกมา และมีกลิ่นฉุนของสารเคมีด้วย พวกตนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงไปตามให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนอารักขาคนงานของบริษัท ปตท.ให้มาดู เมื่อตำรวจมาดูแล้วไม่ทำอะไร และรีบเดินออกไปจากบริเวณดังกล่าวทันที
นางขอ กล่าวว่า แม้แต่ตัวเขียดซึ่งตกลงไปในน้ำดังกล่าวยังตายทันที แล้วจะไม่กระทบต่อคนและสิ่งแวดล้อมบริเวณดังกล่าวได้อย่างไร ซึ่งได้บอกมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า หากมีการเจาะลอดและใช้สารเบนโทไนต์ จะเจอปัญหาสารเคมีทะลักและจะเกิดผลกระทบตามมาอย่างแน่นอน
สำหรับสารเบนโทไนต์ดังกล่าว ปรากฏว่า ขณะนี้ยังมีการไหลทะลักจากใต้ผิวดิน จนบริเวณดังกล่าวนองไปด้วยโคลนสีขาว ซึ่งบริษัท ปตท.ไม่เข้ามาดูแลและจัดการกับสารเบนโทไนต์ที่เกิดขึ้น ซึ่งพวกตนหวั่นวิตกว่า จะซ้ำรอยเดิมที่ชาวบ้านแปดร้อยไร่ หมู่ที่ 8 ต.สำนักแต้ว อ.สะเดา จ.สงขลา เคยประสบปัญหามาก่อนจนบ่อน้ำแหล่งน้ำใช้ดื่มกินไม่ได้ และต้นยางยืนต้นตายมาแล้ว เมื่อบริษัทปตท.และทีทีเอ็ม ทำการเจาะลอดในลักษณะเดียวกันนี้ ในการวางแนวท่อส่งก๊าซไปเชื่อมต่อกับประเทศมาเลเซีย
"วันนี้เราหมดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ต่อระบบราชการและเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เพราะเหตุการณ์เมื่อวานนี้ชัดเจนแล้วว่า ผู้ปกครองบ้านเมืองนี้และเจ้าหน้าที่ตำรวจเลือกที่จะเข้าข้างและปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทเอกชน มากกว่าปกป้องดูแลสิทธิของชาวบ้าน รัฐและเจ้าหน้าที่ตำรวจมองว่าเราเป็นเพียงชาวบ้านมุสลิมไม่ต้องดูแล ปล่อยให้ ปตท.รังแกข่มแหงอย่างไรก็ได้" นางขอ กล่าวและว่า
นอกจากนี้ นายอำเภอจะนะและผู้กำกับสถานีตำรวจภูธร อ.จะนะ ยังส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าตำรวจชายแดน ชุดที่ปฏิบัติการดูแลความมั่นคงและลาดตระเวนเกี่ยวกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดและ 4 อำเภอ จ.สงขลา ซึ่งประจำอยู่ที่ อ.จะนะ มีสัญลักษณ์ คือ ผูกผ้าพันคอสีแดง โดยบทบาทหน้าที่ คือ ดูแลความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับยุติธรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนที่เกิดขึ้น แต่วันนี้เจ้าหน้าที่กลับมีพฤติกรรมรังแก ละเมิดสิทธิของชาวบ้านและสร้างความไม่ยุติธรรมในสังคมเสียเอง วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมมือกับนายทุนรังแกพี่น้องมุสลิมโดยเข้ามาอารักขาบริษัทให้บุกรุกที่ดินของชาวบ้าน
การที่ นายประสิทธิ์ วิสุทธิ์จินดาภรณ์ นายอำเภอจะนะ ให้สัมภาษณ์ทางสื่อมวลชนเมื่อวานนี้ว่า โครงการได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านแล้ว แต่ชาวบ้านไม่ฟังทำให้โครงการล่าช้า จึงต้องจัดเจ้าหน้าที่คุ้มกันเพื่อให้บริษัททำงานได้เท่านั้น ซึ่งทำให้ชัดเจนว่านายประสิทธิ์ เห็นกับผลประโยชน์ของบริษัทปตท.ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน เพราะต้องการให้ ปตท.สามารถวางแนวท่อก๊าซให้เสร็จตามกำหนด
โดยแลกกับผลกระทบวิถีชีวิตของคนในชุมชน ทั้งที่โครงการดังกล่าวนายก อบต.ตลิ่งชัน ผู้บริหารระดับท้องถิ่นซึ่งใกล้ชิดกับชุมชน ได้สั่งระงับและยุติโครงการไว้แล้ว เพราะกระทบกับชุมชน วิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม และเล็งว่าหากยังดำเนินโครงการต่อไปจะสร้างความแตกแยกในชุมชนมุสลิม
นายประสิทธิ์ ไม่สนใจต่อหนทางการแก้ไขปัญหาของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าที่ไม่ต้องการให้เหตุการณ์บานปลาย และกดดันความรู้สึกของพี่น้องมุสลิม จึงขอความร่วมมือถึง ปตท.ให้ระงับโครงการชั่วคราว จนกว่าจะแก้ไขปัญหาเสร็จ หรือแม้แต่องค์กรที่เป็นกลาง อย่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ทำหนังสือเร่งด่วนที่สุดถึงนายอำเภอโดยตรง แต่อำเภอก็ไม่สนใจเห็นผลประโยชน์ของปตท.เป็นหลัก จึงสั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลงมา อยากถามว่าใครกันแน่ที่ดื้อดึงไม่ยอมฟัง ซึ่งทำให้เห็นว่าเราไม่สามารถพึ่งพิงหน่วยงานรัฐได้เลย
"ในเมื่อนายประสิทธิ์มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ ปตท.ดำเนินการเจาะลอดใต้ผิวดินของนางเน๊าะได้สำเร็จโดยการใช้สารเบนโทไนต์วันนี้ นายอำเภอจะนะต้องออกมาประกาศรับผิดชอบต่อการไหลทะลักของสารเบนโทไนต์ และผลกระทบทบที่เกิดขึ้นด้วย" นางขอ กล่าว
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง