โดย ผู้จัดการออนไลน์ 6 กรกฎาคม 2550 18:26 น.
นพ.วัลลภ ไทยเหนือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดสัมมนาพยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข สาขาวิชาชีพต่างๆ ใน จ.เชียงใหม่และลำพูน กว่า 100 คน เกี่ยวกับการป้องกันการฆ่าตัวตายของผู้ป่วยจิตเวชหลังผ่านการบำบัดและออกจากโรงพยาบาลกลับไปอยู่ในชุมชน ซึ่งจัดโดยศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตาย โรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่ โดยกล่าวว่า ประเทศไทยพบอัตราการฆ่าตัวตายลดลงจากแสนละ 8.6 ใน พ.ศ.2542 เหลือแสนละ 5.7 ในปี 2549 โดยมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จปีละประมาณ 4,000 คน เฉลี่ยวันละ 13 คน หรือฆ่าตัวตาย 1 คนในทุก ๆ 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ ลำพูน ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน พะเยา และแพร่ มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงสุด พบแสนละ 12 คน ภาคใต้ต่ำสุดแสนละ 5 คน โดยพบว่าผู้ที่ฆ่าตัวตายสำเร็จร้อยละ 90 มีโรคทางจิตร่วมด้วย ที่พบบ่อยได้แก่ โรคซึมเศร้า และใช้สุราร่วมด้วย
นพ.วัลลภ กล่าวต่อว่า สธ.ได้บรรจุเรื่องการป้องกันการฆ่าตัวตายเป็นวาระสำคัญ โดยตั้งเป้าหมายให้ลดอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จลงไม่เกิน 5.4 ต่อแสนประชากร และมอบนโยบายเร่งรัดให้ทุกจังหวัดดำเนินงานป้องกันการฆ่าตัวตายร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูง เน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการค้นหาผู้ป่วยที่มีอาการทางจิต เพื่อบำบัดรักษา และพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรให้สามารถดูแลต่อในชุมชนได้
ด้าน นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพจิตของคนไทยขณะนี้ คาดมีคนป่วยทางจิตแล้วประมาณเกือบ 4 ล้านคน ซึ่งน่าวิตกมาก เนื่องจากผู้ที่คิดฆ่าตัวตายส่วนใหญ่จะมีปัญหาทางจิต ผลการวิเคราะห์อัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จในภาพรวม 8 จังหวัดภาคเหนือ พบว่า เพศชายฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่าหญิงสัดส่วน 3:1 ช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไปมีมากที่สุด และใช้วิธีแขวนคอมากที่สุด รองลงมาคือการกินยาฆ่าแมลง ตัวที่กระตุ้นให้เกิดการฆ่าตัวตายคือ ความน้อยใจ การดื่มเหล้า โดยเฉพาะยาดองเหล้า ซึ่งคนทั่วไปมักเข้าใจว่าเป็นยาบำรุงสุขภาพ ไม่มีผลเสียต่อร่างกาย ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะแอลกอฮอล์จะมีผลกดการทำงานของระบบประสาท ทำให้การสั่งงานสูญเสียไป ยิ่งคนที่มีอาการทางจิตและกินยาควบคุมอาการอยู่ด้วย หากกินเหล้าซ้ำเข้าไปอีก จะทำให้ฤทธิ์ยาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ทางจิตได้เต็มที่
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง