สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

คนไทย 3 ล้านป่วยเป็นเบาหวาน ผลาญเงินรักษาปีละ 8 หมื่นล.

by kai @5 ก.ค. 50 19:22 ( IP : 124...91 ) | Tags : ข่าวสุขภาพประจำวัน

คนไทย 3 ล้านป่วยเป็นเบาหวาน ผลาญเงินรักษาปีละ 8 หมื่นล.

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 5 กรกฎาคม 2550 15:11 น.

      "หมอมรกต" เผยคนไทย 3 ล้านคนป่วยเบาหวาน กว่าครึ่งไม่รู้ตัว เสี่ยงภาวะโรคแทรกซ้อน ทั้งไตวาย หัวใจ ตาต้อกระจก และหลอดเลือด ผลาญเงินรักษาปีละ 8 หมื่นล้านบาท ชี้ต้องเน้นงานเชิงรุกควบคุมก่อนประเทศล้มละลายจากภัยเงียบ ด้าน สปสช.เร่งลงนามกับ สธ.ใช้แนวทางบริหารจัดการดูแลครบวงจร ค้นหา ป้องกัน จัดชุดสิทธิประโยชน์เหมาะสม นำร่องปี 51 ที่สุราษฎร์ฯ โคราช และแพร่ ก่อนขยายครอบคลุมทั่วประเทศในปี 52
      วันนี้ (5 ก.ค.) นพ.มรกต กรเกษม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุม "การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานและภาวะที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานอย่างครบวงจร" ว่า โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของโลก เพราะทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ลดต่ำลงจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่นไตวาน ตาต้อกระจก โรคหัวใจ และหลอดเลือด ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกประมาณการว่าใน พ.ศ.2543 ทั่วโลกมีผู้ป่วยเบาหวาน 171 ล้านคน และจะเพิ่มเป็น 366 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2573 สำหรับประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคเบาหวาน 3 ล้านคน และรู้ตัวว่าป่วยร้อยละ 44 จัดเป็นภาระโรคอยู่ใน 5 อันดับแรกของโรคและภาระโรคประชากรไทย ส่งผลให้รัฐต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษากว่า 8 หมื่นล้านบาท
      "จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าเบาหวานเป็นภัยเงียบที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ระบบสุขภาพ และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างมาก และส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะไม่รู้ตัวว่าป่วย หากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไม่ทำงานเชิงรุกออกค้นหาผู้ป่วยในชุมชน จะไม่สามารถทำการรักษาได้ทัน ก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อน และอาการจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ต้องเสียเงินรักษาตลอดชีวิต หาไม่เร่งแก้ไข ประเทศไทยจะล้มละลายจากโรคเบาหวานได้ เพราะโรคแทรกซ้อนเหล่านี้มีค่าใช้จ่ายในการรักษาแพงมาก ดังนั้น จึงต้องปรับเปลี่ยนการทำงานเชิงรุก ไม่วิ่งไล่ตามปัญหา เน้นการป้องกันและควบคุมอย่างครบวงจร" นพ.มรกต กล่าว
      ด้านนพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยเบาหวานในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2,249,970 คน สปสช.ได้วางแนวทางบริหารจัดการโรคเบาหวานและภาวะที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานอย่างครบวงจรร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีพิธีลงนามในวันนี้ (5 ก.ค.) โดยจัดทำโครงการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานและภาวะที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานอย่างครบวงจร โดยจะเริ่มนำร่องใน พ.ศ.2550 เป็นระยะที่ 1 3 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา และแพร่ และ พ.ศ.2551 จำนวน 26 จังหวัดที่มีความพร้อม และจะดำเนินการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 เป็นต้นไป
      เลขาธิการสปสช. กล่าวต่อว่า โครงการนี้จะใช้วิธีการบริหารจัดการโรค ครอบคลุมถึงระบบการดูแลผู้ป่วย โดยรวมการคัดกรองความเสี่ยง การตรวจวินิจฉัย การรักษา และการประเมินผล เพื่อให้เกิดสมดุล ระหว่างผลการรักษา คุณภาพชีวิต และค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม เน้นให้เกิดความร่วมมือ ระหว่างผู้ให้บริการ ผู้ป่วย และครอบครัว และผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้ จัดชุดสิทธิประโยชน์สำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าเป็นเบาหวานระยะต่างๆ ทั้งเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 การปรับพฤติกรรมในระหว่างฟื้นฟูหลังการรักษา วิธีการนี้จะช่วยให้การดูแลรักษาเบาหวาน มีความต่อเนื่อง มีฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ
      ด้านนพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ว่า ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเบาหวาน เป็นปัจจัยของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ อัมพาต มะเร็ง และถุงลมโป่งพอง ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้สามารถควบคุมได้ด้วยการจัดการการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย และการสูบบุหรี่ ถ้าสามารถลดปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ได้ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาพยาบาลโดยรวมภายในระยะ8 ปีหลังการดำเนินการ เป็นการประหยัดงบประมาณ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชากรไทย โดยกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสปสช. สมาคมเบาหวานแห่งประเทศไทย และสมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย ดำเนินการการคัดกรองปัจจัยเสี่ยง ค้นหาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มแรกในบุคคล โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น หน่วยบริการปฐมภูมิ หน่วยบริการประจำ การควบคุมการเจ็บป่วยซ้ำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมป้องกันโรค

Relate topics

Comment #1
Jans (Not Member)
Posted @18 เม.ย. 51 13:29 ip : 125...68

การรักษาโรคเบาหวานแบบหายขาดโดยสมุนไพรไทย หายขาดจริงๆครับ โดยความบังเอิญที่คุณพ่อผมได้เดินทางมาหาที่บ้านที่จังหวัดขอนแก่นแล้วมาเจอกับ คุณ ยายผมที่ป่วยเป็นเบาหวานมาหลายปี โดยการรักษาตลอด 12ปีที่ผ่านมาต้องไปรับยาทุกอาทิตย์ ตื่นตั้งแต่ตี 5เพื่อไปโรงบาล แกบอกว่าทรมานมากใครไม่เป็นไม่รู้หรอก เพื่อนๆแกได้ตัดนิ้ว-แขน-ขา บางคนตาบอด และตายไปก็หลายสิบคนแล้ว  พ่อบอกกับแม่ว่าแกมีสูตรสมุนไพรโบราณสมัยคุณปู่ผมที่อยู่ที่มาเลย์เซียก่อนเดินทางมาไทยและนำมาผสมกับสมุนไพรของคุณตาผมที่นำมาจากไร่ที่ จังหวัดเลยผสมชงทานกัน ตอนแรกแกไม่ยอมทาน กลัวสารพัดผ่านไปหลายวันเข้าพ่อผมแกก็ชงทานทุกวันให้แกดูเป็นตัวอย่าง แกเลยยอมหลังจากทานไปสัก 3-4วันแกบอกว่าจะปัสสาวะบ่อยมากและจะมีอาการร้อนวูบวาบ และอาการชาปลายนิ้วตอนเช้าได้หายไปและหลังจากทานไปได้ 7วันแกอยากทานนั่นทานนี่(ปรกติไม่ยอมทานอะไร) ผิวพรรณจากแห้งๆเริ่มมีน้ำมีนวล และขาเริ่มมีกำลังสามารถลุกขึ้นเดินได้ จนแม่ได้พาไปตรวจที่ โรงพยาบาลขอนแก่น ผลออกมาว่าน้ำตาลในเลือดจากเดิม 230 ลดลงเหลือเพียง 115เท่านั้น เอง จนหมอเองก็ประหลาดใจอยู่ไม่น้อย แกทานมาได้สักประมาณ 1เดือนแล้วกลับไปวัดน้ำตาลอีกก็ได้รับผลว่าปรกติดี จวบจนถึงปัจจุบันนี้คุณหมอ ได้ทำการแจ้งว่าไม่ต้องมาตรวจแล้วครับ หายจากการเป็นเบาหวานแล้ว ก็ทำให้ทุกคนในบ้านประหลาดใจมากครับ ผมคนนึงที่ไม่เชื่อครับ ก็เลยเอามให้น้องๆที่ทำงานที่ร้อยเอ็ดนำไปให้คนที่บ้านทาน ผลก็เป็นเช่นเดิมกับยายผมทานไปน่าจะประมาณ 83คน มีที่ไม่หาย 3คน ซึ่งจากการสอบถามแล้วได้ความว่าทานไปเพียง 1-3วันแล้วไม่กล้าทานต่อครับ ส่วนท่านอื่นๆปัจจุบันหายขาดแล้วเพราะไม่ได้นำไปทานอีกเลย ผมจึงบอกคนที่หายว่าถ้าทานแล้วหายให้ระลึกถึงคุณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วที่ได้คิดค้นสูตรโบราณนี้ไว้ให้แก่คนรุ่นนี้ครับ   อัศจรรย์จริงๆครับ รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อที่ คุณ ธิดา อึ้งนภารัตน์ 123/456 ม.เพรสซิเดนท์ ต.แดงใหญ่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000หรือโทร 083-3459197

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว