สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

"บุหรี่" กับนโยบายสาธารณะ การบ้านข้อเดิม ฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่

by kai @2 เม.ย. 48 22:15 ( IP : 61...150 ) | Tags : สาระน่ารู้

โดย อรุณี เอี่ยมสิริโชค 14 กุมภาพันธ์ 2548 17:59 น.


ปี่กลองเลือกตั้งของพรรคการเมืองต่างๆ ที่โหมกระหน่ำ และขับเคี่ยวกันมาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนมีอายุบริหารครบเทอม 4 ปี ปิดลาโรงและรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการไปเรียบร้อยแล้วว่าพรรคไหนจะเข้ามาบริหารแทน

และนับจากนี้ไปคร่าวๆ ระหว่างที่รอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบความถูกต้องของผลการเลือกตั้ง คาดว่าผลอย่างเป็นทางการจะประกาศกันในราวๆ เดือนมีนาคม หลังจากนั้นคนไทยก็จะได้เห็นโฉมหน้ารัฐบาลชุดใหม่กันอย่างเต็มตา

แน่นอนว่าทุกครั้งที่สังคมไทยได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ปัญหาร้อยแปดที่ยังซุกอยู่ใต้พรมภายใต้การบริหารงานในกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ย่อมได้รับการคาดหวังจากประชาชนว่ารัฐบาลจะหันมาให้ความสำคัญเลือกเอาปัญหาที่เกี่ยวข้องกับตนขึ้นมาอยู่ในอันดับต้นๆ ของการแก้ไข

น่าจะถือเป็นนิมิตหมายอันดียิ่ง สำหรับคำประกาศของหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคใหญ่ที่ ได้รับชัยชนะสูงสุด เพราะหลังทราบผลอย่างไม่เป็นทางการก็ประกาศทันทีว่าสิ่งที่รัฐบาลชุดใหม่จะดำเนินการและทำเป็นอันดับแรกก็คือ การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่หลังจากประเทศไทยสามารถผ่านพ้นวิกฤตทางเศรษฐกิจมาได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการยกร่างนโยบายเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงครั้งนี้ รัฐบาลจะเปิดเวทีให้ภาคประชาชนและนักวิชาการจากทั่วประเทศ นำเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่รัฐบาลควรจะดำเนินการในอีก 4 ปีข้างหน้าอีกด้วย

ไม่ว่ารัฐบาลชุดใหม่จะออกมาสร้างสีสันตั้งแต่ยังไม่ทันได้ยลโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี และ สร้างพันธสัญญาเปิดโอกาสรับฟังเสียงสะท้อนจาก "ประชาชน" ในฐานะเจ้าของประเทศอย่างแท้จริงมากขึ้น ภารกิจที่อาจละเลยก็คือ "การบ้าน" ที่ยังทำไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ซึ่งภาคสังคมเคยสะท้อนผ่านโดยทางตรงถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบเมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยเฉพาะนโยบายแก้ไขปัญหาพิษภัยจากบุหรี่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีข้อเท็จจริงรองรับ พร้อมข้อเสนอแนะและทางออกที่รัฐบาลสามารถทำได้ทันที

แต่ละปีรัฐบาลเก็บรายได้จากภาษีบุหรี่ทั้งที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ นับหมื่นๆ ล้านบาท และนับวันตัวเลขก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เฉพาะตัวเลขปี พ.ศ.2547 สามารถจัดเก็บได้ถึง 36,326 ล้านบาท ในเวลาเดียวกันเงินภาษีที่ได้รับมากลับต้องนำไปจ่ายให้กับค่ารักษาโรคต่างๆ ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ตกปีละหลายหมื่นล้านบาทเช่นเดียวกัน ประกอบกับงานวิจัยของธนาคารโลกระบุว่า รายได้จากภาษีและกำไรจะน้อยกว่ารายจ่ายที่จะต้องใช้ไปในการรักษาโรค

ข้อมูลดังกล่าวธนาคารโลกแนะนำให้รัฐบาลต่างๆ ทั่วโลก ขึ้นภาษีบุหรี่เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของอุตสาหกรรมบุหรี่ต้องติดบุหรี่ และมีแนวโน้มที่สำคัญซึ่งเปิดเผยจากงานวิจัยของ ดร.จูดิธ แมคคาย ที่ปรึกษาการควบคุมการบริโภคยาสูบแห่งเอเชียระบุว่า คนกลุ่มใหญ่ที่สูบบุหรี่คือ คนที่อยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนา ขณะที่ประเทศร่ำรวยจะมีคนที่สูบบุหรี่ลดลง ในอนาคตการสูบบุหรี่จะระบาดสู่ประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างเช่นประเทศไทยเรามากขึ้น

ถึงแม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายออกมาบังคับใช้เมื่อปี พ.ศ.2535 ในการห้ามโฆษณาบุหรี่ แต่โดยข้อเท็จจริงกลับพบว่า ปัจจุบันบริษัทบุหรี่ใช้เล่ห์กลหันไปเน้นโฆษณาที่จุดขายมากขึ้น นั่นก็คือบรรดาตู้กระจกขายบุหรี่ที่ตั้งวางจำหน่ายอยู่ตามร้านค้าต่างๆ ทั่วประเทศ ณ ขณะนี้ประมาณการว่ามีอยู่ถึง 5 แสนร้านค้า แต่มาตรการนี้ซึ่งนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุดที่เพิ่งหมดเทอมไปกลับถูกดึงออกก่อนที่จะนำเข้าพิจารณา คงเหลือไว้เพียงมาตรการขึ้นภาษี และการห้ามขายบุหรี่ให้กับเด็ก

เพียงคำเตือนบนซองบุหรี่ที่ใช้อยู่ และในเร็วๆ นี้กำลังจะพัฒนาใช้รูปภาพเป็นคำเตือนซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2548 คงไม่เข้มแข็งและรัดกุมพอที่จะต้านทานภัยร้ายจากบุหรี่ได้ เพราะกว่าที่ภาพที่มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่เสนอไปประมาณ 10 ภาพยังถูกคัดให้เหลือ 4 ภาพ จนสุดท้ายก็เลือกออกให้เหลือเพียง 2 ภาพ ทั้งที่การใช้รูปภาพเป็นคำเตือนถือเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพยิ่ง เพราะภาพเพียง 1 ภาพให้ความหมายแทนคำพูดมากกว่าคำพูด 1 พันคำ

เช่นเดียวกับผลวิจัยของประเทศแคนาดาระบุว่า ภาพคำเตือนมีประสิทธิภาพมากกว่าคำเตือนแบบข้อความถึง 60 เท่า

มีข้อเสนอเชิงนโยบายจากนักรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในเวทีประชุมวิชาการ "บุหรี่กับสุขภาพ" ระดับชาติ ครั้งที่ 4 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ ก่อนวันลงคะแนนเลือกตั้งเพียง 4 วัน เสนอให้ทั้ง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย เครือข่ายรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ภาครัฐ และนักการเมือง ต้องรู้ให้ทันกลยุทธ์ของบรรดาบริษัทบุหรี่ซึ่งเดี๋ยวนี้พัฒนาเจาะไปถึงการขอเป็นผู้สนับสนุนโครงการต่างๆ ที่ทำงานทางด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งโครงการต่างๆ ในสถานศึกษา และกิจกรรมเช่นการประกวดวาดภาพ ศิลปะ

นักรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ยังชี้แนะไว้ด้วยว่า สังคมต้องร่วมมือกันเปิดโปง และพัฒนากฎหมายให้มีความเข้มแข็งเพื่ออุดช่องโหว่ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ รวมทั้งสร้างสังคมข้อมูลและความรู้ให้มากขึ้น สอดคล้องกับคำกล่าวปัจฉิมกถาปิดการประชุมของศ.นพ.ประเวศ วะสี เสนอแนะให้ตั้ง สถาบันวิจัยและพัฒนาการควบคุมการบริโภคยาสูบ ขึ้นในประเทศไทย เพื่อทำหน้าที่ผลักดันการวิจัยที่นำไปสู่การพัฒนานโยบายและมาตรการควบคุมการบริโภคยาสูบอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นแหล่งสร้างผู้นำด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์งานด้านดังกล่าวให้มากขึ้นอย่างเพียงพอ

งานวิจัยนับร้อยๆ ชิ้นของนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ ที่ฝ่ายรณรงค์เพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบพยายามเผยแพร่สู่สังคมและนำเสนอต่อรัฐบาลเป็นระยะเวลานานกว่ายี่สิบปีแล้ว ได้ชี้ให้เห็นถึงข้อเท็จจริงและอันตรายจากโทษภัยของบุหรี่ รอเพียงเวลาที่รัฐบาลจะเลิกหรี่ตาแล้วหันมาคลี่พรมเพื่อหยิบยกปัญหานี้ออกมาชูให้เป็นวาระแห่งชาติ สนองพระราชกระแสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างจริงจัง

นี่คืออีกหนทางหนึ่งในการสร้างชาติอย่างแท้จริง.-


แผนงานพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว