เพิ่มงบรายหัวประกันสุขภาพทั่วหน้าหมื่นล. - สปสช.ยันไม่ลดงบเอดส์
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 9 เมษายน 2550 15:27 น.
บอร์ด สปสช.มีมติหารือสำนักงบประมาณ 3 ประเด็น อัตราการใช้บริการ อัตราการเพิ่มขึ้นของค่าบริการทางการแพทย์ อัตราเงินเฟื้อ ก่อนจัดงบเหมาจ่ายรายหัวปี 51 นำเสนอ ครม. คาดเพิ่มขึ้น 10,000 ล้านบาท เพิ่มจากเดิม 1,899 บาท/คน/ปี เป็น 2,200-2,300 บาท/คน/ปี อัดงบพื้นที่ทุรกันดาร ป้องกันโรค และงบลงทุนเพื่อการทดแทนเพิ่ม พร้อมนำผลสรุประบบร่วมจ่าย "ศ.ดร.อัมมาร" เข้าที่ประชุมบอร์ดสัปดาห์หน้า เผยเสนองบเอดส์ปี 51 กว่า 4 พันล้านบาท
วันนี้ (9 เมษายน) นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ผลการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้พิจารณาของบประมาณอัตราค่าเหมาจ่ายรายหัวในการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าปีงบประมาณ 2551 โดยคณะกรรมการการเงินการคลังที่มี ดร.โอฬาร ไชยประวัติ ได้เสนองบประมาณรายหัวในอัตราเหมาจ่าย 2 กรณี คือ อัตราแรกเป็นเงิน 2,228.60 บาท/คน/ปีและกรณีที่ 2 คือ อัตราเหมาจ่ายรายหัว 2,337.11 บาท/คน/ปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากงบประมาณปี 2550 กว่า 10,000 ล้านบาท จากจำนวนผู้มีสิทธิ์ในปี 2551 จำนวน 47.386 ล้านคน ซึ่งเพิ่มจากปี 2550 ที่ได้รับงบเหมาจ่ายรายหัว 1,899.69 บาทต่อประชากร ทั้งนี้ยังเน้นวิธีการจ่ายเงินให้พื้นที่ทุรกันดารตามข้อมูลปี 2549 คือ พื้นที่ทุรกันดาร พื้นที่เสี่ยงภัยระดับรุนแรง และรุนแรงมาก และประชากรน้อย
"จากงบประมาณปีที่ผ่านมา 1,899.69 บาทต่อคน ครั้งแรกมีการคิดอัตราเงินเฟ้อ 1.8% แต่เมื่อได้หารือกับสำนักงบประมาณปรากฏว่าไม่ใช่ จึงต้องมีการหารือรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากมีตัวเลขที่ไม่ตรงกันอยู่ โดยจะต้องหาตัวเลขที่ชัดเจนก่อน ซึ่งการคำนวณงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวนี้ เป็นการคิดจากฐานค่าใช้จ่ายจริงในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการเก็บตัวเลขอย่างละเอียดชัดเจนมากขึ้น" นพ.มงคลกล่าว
นพ.มงคล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในที่ประชุมมีข้อเสนอแนะแหล่งงบประมาณจากผู้มีจิตศรัทธาช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลด้วย เนื่องจากการพึ่งงบประมาณจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียวอาจเกิดปัญหาได้ในอนาคต จึงมีการเสนองบประมาณที่มีความยั่งยืนหลายหลายวิธีแต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ซึ่งภายหลังจากที่มีการยกเลิกเก็บ 30 บาทก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการบริการประชาชน งบประมาณที่หายไป ก็มีงบเหมาจ่ายรายหัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ และประชาชนมีความพอใจในบริการ ส่วนการพิจารณาแนวทาง การร่วมจ่าย (Co payment) ในการรักษาพยาบาลโดยมีศ. ดร.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เป็นประธานคณะกรรมการปรับปรุงโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าชุดที่ 3 มีแนวโน้มว่า หากพิจารณาแล้วเป็นโรคที่มีการใช้ค่าใช้จ่ายในการรักษาเกินกว่า กลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (Diagnosis Related Groups : DRG) ผู้ป่วยจะต้องเป็นผู้ร่วมจ่าย ซึ่งจะมีการกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายในกลุ่มผู้ป่วย โรคที่มีความใกล้เคียงกัน ไว้ในกลุ่มเดียวกันว่าจะใช้ค่ารักษาเท่าไหร่ ซึ่งโรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัยแพทย์จะได้งบประมาณที่ต่างจากโรงพยาบาลชุมชนเนื่องจากมีอัตราการรักษาโรคยากๆ มากกว่า โดยจะนำเสนอเข้าที่ประชุมบอร์ด สปสช.ในสัปดาห์หน้าด้วย
นพ.มงคล กล่าวว่า นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้มีมติให้ สปสช.หารือกับสำนักงบประมาณ 3 ประเด็นประกอบด้วย อัตราการใช้บริการ อัตราการเพิ่มขึ้นของค่าบริการทางการแพทย์ อัตราเงินเฟื้อ การเพิ่มค่าตอบแทนของบุคลากรสาธารณสุข (ซึ่งไม่รวมเงินเดือนของบุคลากรสาธารณสุข) ก่อนเห็นชอบในการเสนองบเหมาจ่ายรายหัวเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป อย่างไรก็ตาม งบที่ขอเพิ่มขึ้นนั้นเป็นการเพิ่มงบให้กับบริการผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยในพื้นที่ทุรกันดาร การส่งเสริมป้องกันโรค และงบลงทุนเพื่อการทดแทน รวมถึงเพิ่มงบช่วยเหลือผู้ให้บริการเป็น 0.55 บาทต่อประชากร จากเดิมปี 50 ที่ให้ 0.40 บาทต่อประชากร ซึ่งจะทำให้เงินกองทุนชดเชยผู้ให้บริการที่เสียหายจากการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นจำนวน 26 ล้านบาท จากเดิมที่มี 18 ล้านบาท เป็นการสร้างขวัญกำลังใจและความมั่นใจในการปฏิบัติงาน
ประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ในส่วนของกองทุนชดเชยความเสียหายทางการแพทย์ตามมาตรา 41 นั้น ในปี 2551 ไม่ได้ตั้งงบไว้ เนื่องจากมีเงินคงเหลือในกองทุน 181 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอในการดำเนินการ ขณะที่งบการจัดบริการการแพทย์ฉุกเฉิน(EMS)และงบฟื้นฟูสมรรถภาพคงเดิม คือ ที่ 10 บาทต่อประชากร และ 4 บาทต่อประชากรตามลำดับ ขณะที่มีการคิดงบสำหรับการบริหารจัดการโรคเฉพาะ ซึ่งในปีก่อนๆ ได้คำนวณรวม แต่ปี 51 นี้จะแยกคำนวณ เฉพาะโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็ก เพื่อการบริการครอบคลุมและเข้าถึงมากขึ้น
"สำหรับงบประมาณด้านเอดส์นั้น ในปี 2551 จะมีการขอเพิ่มขึ้นเป็น 4,525,966,000 ล้านบาท แม้จะมีการบังคับใช้สิทธิบัตร ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าควรของบประมาณน้อยลงแต่กลับขอเพิ่มขึ้นเนื่องจากในการบังคับใช้สิทธิเป็นการช่วยให้ผู้ติดเชื้อมีโอกาสในการเข้าถึงยาในกลุ่มดื้อมากยิ่งขึ้น ขณะที่ผู้ติดเชื้ออื่นๆ ก็สามารถที่จะให้บริการได้กว้างขึ้นหลายเท่า" นพ.มงคล กล่าว
นพ.มงคล กล่าวด้วยว่า สำหรับความเป็นไปได้ในการได้รับงบประมาณตามที่มีการเสนอขอไปนั้น งบประมาณเหมาจ่ายรายหัวที่คำนวณออกมาถือวามีความเป็นเหตุเป็นผลเมื่อคณะกรรมการฯพิจารณาแล้วมีความเหมาะสม แต่หากรัฐบาลมีข้อจำกัดอย่างอื่นก็จะหารือกันอีกครั้ง
ด้าน นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า หลักการในประมาณการงบเหมาจ่ายรายหัวนั้นคิดเฉพาะบริการในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไม่รวมยาต้านไวรัสเอดส์ การเกิดโรคระบาดและสาธารณภัยโดยงบประมาณต้องเพียงพอ และไม่ผลักภาระให้สถานพยาบาลเป็นผู้รับภาระจ่ายเอง
เลขาธิการ สปสช.กล่าวต่อว่า สำหรับงบประมาณด้านเอดส์นั้น ในปี 2551 มีการขอเพิ่มขึ้นเป็น 4,525,966,000 ล้านบาท โดยเน้นบริหารงาน 6 ประเภท คือ การจัดหายาต้านไวรัสเอดส์และการรักษาผู้ป่วยสูตรพื้นฐานและสูตรดื้อยา การตรวจชันสูตรทางห้องปฏิบัติการ การส่งเสริมและประสานความร่วมมือกับองค์กรภาคีที่เกี่ยวข้องและการให้คำปรึกษา การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและระบบการให้บริการ การติดตามประเมินผลเพื่อพัฒนาการบริการ และการพัฒนาและควบคุมกำกับคุณภาพการบริการ
ทั้งนี้ แต่เดิม สปสช.ได้รับงบสำหรับการให้บริการผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อเอดส์ในปี 50 จำนวน 3,855.6 ล้านบาท ซึ่งมติคณะกรรมการฯ ให้ขอบเขตการบริหารงบครอบคลุมการจัดหายาต้านไวรัส เวชภัณฑ์และวัสดุการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง การตรวจชันสูตรทางห้องปฏิบัติการ การสนับสนุนการให้คำปรึกษา การพัฒนาศักยภาพการบริการ และการควบคุมกำกับ พัฒนาคุณภาพบริการและการบริหารระบบให้มีประสิทธิภาพ เพื่อดูแลผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อ และการป้องกันไม่ให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง