ม็อบสะบ้าย้อยสลายแล้ว หลังผู้ว่าฯเข้าเจราจา ชี้ชาวบ้านเข้าใจ จนท.ผิด
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 มีนาคม 2550 17:35 น.
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ม็อบสะบ้าย้อย ยอมสลายแล้ว หลังคณะ กก.อิสลามประจำจังหวัด - ผวจ.สงขลา เข้าเจรจา ระบุ เป็นความเข้าใจผิดระหว่างชาวบ้าน-เจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตร่วม 30 ราย ยังปักหลัก รอให้เจ้าหน้าที่กองวิทยาการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพรุ่งนี้ เหตุยังทำใจไม่ได้ ขณะที่ทั้งวันที่ผ่านมา คนร้ายสร้างสถานการณ์สมทบยิงชาวบ้านเสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บอีก 3 - ใบปลิวว่อนทั้งสะบ้าย้อย โจมตี "อาร์บีเอ็น" เป็นบุคคลนอกศาสนา หลอกประชาชน ชี้ อย่าหลงเชื่อ ใช้วิจารณญาณพิจารณา
วันนี้ (18 มี.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีชาวบ้านรวมตัวประท้วงในพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ว่า นายสนธิ เตชานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายปรีชา ดำเกิงเกียรติ นายอำเภอสะบ้าย้อย พล.ต.ต.ไพฑูรย์ พัฒนโสภณ ผบก.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ นาควิจิตร รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.สุวิช สว่างวงศ์ ผบ.ตชด.ที่ 43 พ.ต.อ.ธัมมศักดิ์ วาสะสิริ ผกก.สภ.อ.สะบ้าย้อย นายสุนทร ประทุมทอง ปลัดจังหวัดสงขลา นายอาศิส พิทักษุคุมพล ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.สงขลา นายสการียา มามะ ผู้ช่วยประธานกรรมการอิสลามประจำ อ.สะบ้าย้อย และนายหามะ ดอเลาะ สจ.อ.สะบ้าย้อย ได้ประชุมร่วมกันที่ว่าการอำเภอสะบ้าย้อย เพื่อประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และวางแผนรับมือ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจึงเปิดแถลงชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น โดย นายปรีชา ดำเกิงเกียรติ นายอำเภอสะบ้าย้อย พ.ต.อ.สุวิช สว่างวงศ์ ผกก.ตชด.ที่ 43 และ พ.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วาสะศิริ ผกก.สภ.อ.สะบ้าย้อย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ชุดแรกที่เข้าไปดูพื้นที่เกิดเหตุ ระบุว่า ภายหลังจากที่ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุระเบิด และยิงชาวบ้านที่โรงเรียนปอเนาะบำรุงศาสตร์ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุได้ และจำเป็นเฝ้ารอดูสถานการณ์จนถึงเช้า
เพราะตลอดเส้นทางเข้าพื้นที่เกิดเหตุนั้น มีการใช้ท่อนไม้ขวางถนน วางตะปูเรือใบ และเผายางรถยนต์ จนกระทั่งช่วงเช้า ทราบว่า ได้มีการรวมตัวของชาวบ้าน แต่ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเด็ดขาดจึงจำเป็นต้องตรึงกำลังอยู่รอบนอก เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา ทั้งนี้ เหตุที่ชาวบ้านรวมตัวประท้วงนั้น ไม่ทราบแน่ชัดเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้เลย
ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น.ชาวบ้านได้ยอมให้ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.สงขลา นายสุนทร ประทุมทอง ปลัดจังหวัดสงขลา ได้เข้าไปเจรจากับแกนนำของชาวบ้านนานก จนกระทั่งถึงเวลา 16.00 น.ที่ผ่านมา คณะผู้เจรจาทั้งหมดได้ออกจากพื้นที่ จากนั้นนายสนธิ เตชานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้เปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชนอีกครั้ง
โดยระบุว่า หลังจากที่ตัวแทนได้เข้าไปเจรจากลับกลายเป็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิดระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ โดยทราบจาก นายดอเลาะ หะยีเจ๊ะเลาะ เจ้าของโรงเรียนปอเนาะบำรุงศาสตร์ ว่า ก่อนเกิดเหตุได้พาเด็กนักเรียน จำนวน 10 คน ไปทำพิธีละหมาดศพชาวบ้านรายหนึ่ง และเดินกลับมาที่ปอเนาะ
โดย นายดอเลาะ ได้แยกจากเด็ก ทั้ง 10 คน เพื่อกลับบ้านส่วนเด็กที่เหลือกลับเข้าที่พักในปอเนาะ เพียงครู่เดียวจึงได้ยินเสียงระเบิด และเสียงปืนดังขึ้น จึงวิ่งมาดูพบนักเรียนนอนเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ จึงได้เรียกชาวบ้านมาช่วยนำส่งโรงพยาบาลโคกโพธิ์ ต่อมาในคืนเดียวได้มีชาวบ้าน และญาติของผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตจาก อ.ใกล้เคียง และ จ.ปัตตานี เดินทางมาดูเหตุการณ์ ทำให้มีจำนวนคนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางคืน จนกระทั่งถึงกลางวัน
โดยส่วนหนึ่งมองว่า เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่หลังจากที่ได้รับทราบข้อเท็จจริงจากคณะผู้เจรจา จึงได้พากันแยกย้ายกลับไปอย่างสงบ ทั้งนี้ หลังจากชาวบ้านสลายตัว เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เข้าไปเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุ โดยต้องรอเข้าไปตรวจสอบในเช้าวันพรุ่งนี้ (19 มี.ค.) เบื้องต้นคาดว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของบุคคลที่ฉวยโอกาส
ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา เกิดเหตุรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (18 มี.ค.) ร.ต.ท.พรชัย บัวร่วม ร้อยเวร สภ.อ.สะบ้าย้อย ได้รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงที่บริเวณบ้านล่องควน หมู่ 1 ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธัมมศักดิ์ วาสะศิริ ผกก.สภ.อ.สะบ้าย้อย ร.ต.ต.สายัณห์ ทองสุวรรณ พนง.สส.และชุดสายตรวจ
ที่เกิดเหตุบนถนนสายสะบ้าย้อย-เขาแดง มีรถจักรยานยนต์ล้มอยู่ 1 คัน ส่วนคนถูกยิง 2 คน พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลสะบ้าย้อยแล้ว คือ นายมาโนชย์ วังใหม่ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/10 หมู่ที่ 13 ต.ทุ่งทอง อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนนายสุนทร ทองยามี อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/3 หมู่ที่ 7 ต.ทุ่งพอ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา นั่งซ้อนท้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล
จากการสอบสวน ทราบว่า นายมาโนชย์ วังใหม่ ขับรถจักรยานยนต์ โดยมี นายสุนทร ทองยามี เพื่อนนั่งซ้อนท้ายกันมาตามถนนสายสะบ้าย้อย-เขาแดง เพื่อไปทำงาน เมื่อถึงที่เกิดเหตุ มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ตามประกบ แล้วใช้อาวุธปืนพกสั้นประกบยิงทั้ง 2 คน จนล้มคว่ำลงไป
หลังจากนั้น ได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จึงรีบนำทั้ง 2 คน ส่งโรงพยาบาลสะบ้าย้อย นายสุนทร ทองยามี ซึ่งนั่งซ้อนท้ายอยู่ด้านหลังถูกกระสุนเข้าอย่างจัง ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล ส่วน นายมาโนชย์ วังใหม่ ที่เป็นคนขับถูกกระสุนหลายนัดเช่นกันอาการสาหัส
ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น.เจ้าหน้าที่ชุดเดิมได้รับแจ้งอีกว่า มีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต และบาดเจ็บที่บ้านปลักไม้ไผ่ หมู่ที่ 1 ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา บริเวณขนำที่เตาเผาถ่าน ห่างจากจุดเกิดเหตุแรกประมาณ 500 เมตร จึงได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุจุดที่ 2
ที่เกิดเหตุเป็นขนำเตาเผาถ่าน พบศพ น.ส.อรศิริ บุตรใส อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ที่ 1 ต.น้ำใส อ.จตุภัทร จ.ร้อยเอ็ด และนางสมัย บุตรใส อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่เดียวกันและเป็นแม่ลูก จานข้าว และกับข้าวแตกกระจาย ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 คน คือ นายบัวลา บุตรใส อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ที่ 1 ต.น้ำใส อ.จตุภัทร จ.ร้อยเอ็ด และนายสี ควนคน อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/70 ม.3 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกล็ด จ.นนทบุรี พลเมืองดีได้นำส่งโรงพยาบาลสะบ้าย้อย
จากการสอบสวนทราบว่า ครอบครัวของ นายบัวลา บุตรใส ซึ่งประกอบด้วย นางสมัย บุตรใส ภรรยา น.ส.อรศิริ บุตรใส บุตรสาว และนายสี ควนคน นั่งรับประทานอาหารกันอยู่ในขนำที่เตาเผาถ่าน ได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขับรถจักรยานยนต์มาจอด และใช้อาวุธสงครามปืนอาก้า และปืนพกสั้น กระหน่ำยิงใส่เข้าไปที่ทั้ง 4 คน นั่งกินข้าวกันอยู่หลายชุด
เป็นเหตุให้ นางสมัย บุตรใส และ น.ส.อรศิริ บุตรใส เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ส่วนนายบัวลา บุตรใส และ นายสี ควนคน ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากนั้น คนร้ายได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ ปลอกกระสุนปืนอาก้ากว่า 20 นัด
สำหรับประเด็นที่มีการยิงชาวบ้านทั้ง 6 ราย เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 3 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อว่า เป็นฝีมือของโจรใต้เข้ามาสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ เนื่องจากถูกกดดันจากเจ้าหน้าที่ หลังก่อเหตุยิงนักเรียนปอเนาะที่บ้านควนหลัน หมู่ที่ 2 ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย ตาย 3 บาดเจ็บ 7 คน แล้วโยนความผิดมาให้ทหารพรานเป็นคนยิง และมีการก่อม๊อบกดดันทหารพราน เพื่อให้ออกจากพื้นที่ ต.เปียน
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ทางตำรวจตระเวนชายแดนได้เตรียมเสนอ เพื่อขอให้ใช้กฎอัยการศึก ประกาศเคอร์ฟิวพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อยทั้งอำเภอ เพื่อที่จะได้เข้าไปควบคุมสถานการณ์แยกคนดีออกจากคนร้ายได้
นอกจากนั้น ยังมีใบปลิวต่อต้านกลุ่ม "บีอาร์เอ็น" ฆ่าเด็กบริสุทธิ์ปลิวว่อนในพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย จ.สงขลา ประณามการกระทำของกลุ่ม "บีอาร์เอ็น" สร้างสถานการณ์ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ ในวันนี้ (18 มี.ค.) หลังจากที่สถานการณ์ฆ่านักเรียนปอเนาะตาย 2 คน และชาวบ้านตายเพิ่มอีก 1 คน จนทำให้มีการรวมตัวประท้วงของชาวบ้านที่บ้านควนหลัน หมู่ที่ 2 ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา
โดยตลอดทั้งวัน ก็มีใบปลิวต่อต้านการกระทำของกลุ่มขบวนการ "บีอาร์เอ็น" ในพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย มีใจความว่า "กลุ่มขบวนการ BRN - KOORINADE ฆ่าเด็กบริสุทธิ์ จากเหตุการณ์กลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบใช้อาวุธปืน และระเบิดขว้างเข้าใส่นักเรียนปอเนาะบำรุงศาสน์วิทยา บ้านควนหลัน หมู่ 2 ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ทำให้เด็กนักเรียนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 8 คน เมื่อวันที่ 17 มีนาคม เวลา 21.30 น.และชักจูงให้ผู้หญิง และเด็กมาเป็นเครื่องมือในการชุมนุม ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าได้หลงเชื่อขบวนการ BRN - KOORINADE ที่มีแต่ความโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ฆ่าได้แม้กระทั่งเด็กผู้บริสุทธิ์ เป็นกลุ่มนอกศาสนาโดยแท้จริง ขอให้ท่านใช้หลักความจริงมาวินิจฉัยเถอะ แล้วท่านจะพบกับความจริง ว่า ขบวนการนี้สร้างสถานการณ์ก่อความเดือดร้อน ทั้งชีวิต และทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง"
โดยใบปลิวดังกล่าวพิมพ์ลงในกระดาษ เอ4 แจกจ่ายไปทั่วเมืองสะบ้าย้อย ตั้งแต่ช่วงเวลา 12.30 น.รวมทั้งยังกระจายไปยังอำเภอใกล้เคียงอีกด้วย สำหรับสถานการณ์ในขณะนี้กลุ่มที่รวมตัวกันได้สลายไปเกือบหมดแล้ว ยังคงมีแต่ญาติของผู้ที่เสียชีวิตประมาณ 30 - 40 คน ยังคงอยู่ในโรงเรียนปอเนาะ
ส่วนการเข้าไปเจรจา ผลปรากฏว่า ทางญาติของเด็กนักเรียนที่เสียชีวิต ขอให้ทางตำรวจกองวิทยาการภูธรจังหวัดสงขลา เข้าไปพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบที่เกิดเหตุได้ในวันพรุ่งนี้ (19 มี.ค.) เนื่องจากทางญาติผู้ตายยังทำใจไม่ได้ และจะเดินทางกลับในวันพรุ่งนี้ (19 มี.ค.) เช่นกัน
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง