สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

กว่า 600 ร.ร.ทั่วประเทศร่วมโครงการรณรงค์เด็กไทยไม่กินหวาน

by kai @19 ก.พ. 50 20:40 ( IP : 222...210 ) | Tags : ข่าวสุขภาพประจำวัน

กว่า 600 ร.ร.ทั่วประเทศร่วมโครงการรณรงค์เด็กไทยไม่กินหวาน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 กุมภาพันธ์ 2550 19:56 น.


      สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน จาก 34 จังหวัดทั่วประเทศกว่า 600 โรงเรียน จัดสัมมนา "ลดการบริโภคน้ำตาลในเด็กอนุบาลและเด็กวัยเรียน" โดย นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เด็กไทยมีภาวะโภชนาการเกินเฉลี่ยอยู่ที่ ร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับในภูมิภาคเอเซียเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 7.4 ส่วนประเทศแถบยุโรปร้อยละ 11 สหรัฐร้อยละ 15 ออสเตรเลีย 17 หากมีการรณรงค์และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเชื่อว่าจะสามารถลดภาวะเสี่ยงลงได้ การรณรงค์ โครงการเด็กไทยไม่กินหวาน เชื่อว่าจะสามารถลดปัญหาภาวะโภชนาการเกินในเด็กไทยได้ เพราะสิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่ใช่แค่เรื่องเด็กอ้วนหรือฝันผุ แต่เป็นโรคเรื้อรังในอนาคตที่สร้างปัญหาค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของสังคม ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดอุดตันในสมอง ไตวายเรื้อรัง สิ่งเหล่านี้เกิดจากการดื่มน้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยว การสำรวจขนม 700 ตัวอย่าง พบว่ามีเพียงไม่ถึงร้อยละ 10 ที่มีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ในเกณฑ์เหมาะสม โดยภายใน 3 ปี เชื่อว่าจะสามารถขยายโครงการเด็กไทยไม่กินหวานได้ครอบคลุมทั่วประเทศ และภายใน 5 ปี จะครอบคลุมทั่วทุกอำเภอ         ท.พญ.จันทนา อึ้งชูศักดิ์ ผู้จัดการโครงการรณรงค์เพื่อเด็กไทยไม่กินหวาน สสส. กล่าวว่า ปัญหาเด็กอ้วนและฝันผุในประเทศไทยมีแต่เพิ่มสูงขึ้น การสำรวจในเด็กอนุบาลถึงประถมศึกษาช่วงปี พ.ศ.2544 - 2546 เพิ่มขึ้นจาก 12.3 ,12.8 และ 13.4 ฟันผุ เพิ่มขึ้นแม้จะแปรงฟันในโรงเรียนมาอย่างต่อเนื่อง ผลการศึกษาพบ เด็กที่มีนิสัยกินจุบจิบ จะเสี่ยงเป็นโรคอ้วนถึง 1.3 เท่า และการบริโภคเกินกว่าวันละ 2 ครั้ง ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อฟันผุ พลังงานส่วนเกินในเด็กส่วนใหญ่มาจาก "เครื่องดื่มและขนม" ซึ่งมีน้ำตาลและไขมันสูง โดยเด็กอายุ 3-15 ปี ได้รับพลังงานจากขนมและเครื่องดื่มมากถึงร้อยละ 27 ของพลังงานที่ควรได้รับจากอาหารทั้งหมดใน 1 วัน ทั้งๆ ที่เด็กวัยนี้ไม่ควรได้รับพลังงานจากอาหารว่างเกินกว่าร้อยละ 20 เพราะจะสะสมเป็นไขมัน ทำให้น้ำหนักเกิน

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว