พบสารเคมีในผัก-ผลไม้นำเข้าเพียบ
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 ธันวาคม 2549 18:30 น.
ตะลึง! กรมวิทย์ฯ ตรวจพบสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตกค้างในผักและผลไม้สดนำเข้า 52 ตัวอย่าง และพบสารตกค้างชนิด Methamidophos สารพิษร้ายแรงที่ห้ามใช้ตามประกาศสธ. ในผักสดจำนวน 17 ตัวอย่าง แนะล้างด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้งนาน 2 นาที แล้วลอกเปลือกออกช่วยลดสารพิษถึง 70%
นพ.ไพจิตร์ วราชิต อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยประสบภาวะวิกฤติน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศในระยะยาว ทำให้มีผลกระทบต่อพื้นที่ทางการเกษตร สินค้าเกษตรเสียหาย ปริมาณสินค้าเกษตรลดลง ขาดแคลนพืช ผัก ผลไม้ และในช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ ประชาชนจึงมีความต้องการในการใช้พืช ผัก และผลไม้เพื่อการบริโภคและจัดของขวัญเป็นจำนวนมาก โดยพืช ผัก และผลไม้ที่วางจำหน่ายภายในประเทศนั้น มีทั้งพืช ผัก ผลไม้ที่เพาะปลูกได้เองในประเทศ และบางส่วนมีการนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น จีน
สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เวียดนาม อัฟริกาใต้ เป็นต้น ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ประเทศไทยมีการเปิดตลาดการค้าเสรี (Free Trade Area)
นพ.ไพจิตร์ กล่าวต่อว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการเครือข่ายอาหารนำเข้าทั้งในส่วนกลาง ได้แก่ สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร และในส่วนภูมิภาค ได้แก่ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 14 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับระบบการควบคุมและมาตรฐานการตรวจสอบอาหารนำเข้า สำหรับการตรวจสอบผักและผลไม้สด ได้ตรวจวิเคราะห์สารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้าง จำนวน 4 กลุ่ม คือ กลุ่มออร์กาโนคลอรีน เช่น DDT, Endosulfan, Heptachor เป็นต้น กลุ่มออร์โนฟอสฟอรัส เช่น Parathion, Malathion, Profenofos กลุ่มคาร์บาเมต เช่น Carbofurun, Methomyl และกลุ่มสารสังเคราะห์ไพรีทรอยด์ เช่น Cypermethrin, Permethrin เป็นต้น
โดยเก็บตัวอย่างที่ส่งจากด่านที่มีการนำเข้าอาหารจำนวนมาก เช่น เชียงแสน และท่าเรือกรุงเทพ เป็นต้น ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2547 ถึงกันยายน 2549 จำนวน 673 ตัวอย่าง ตรวจพบสารตกค้างจำนวน 52 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 7.7 จำแนกเป็นประเภท ผักสด ได้แก่ แครอท เห็ดสด กะหล่ำปลี เซอร์รารี่ โป๊ยเล้ง ผักกาดขาว ถั่วลันเตา คะน้า ถั่วหวาน กระเทียม หอมใหญ่ เป็นต้น จำนวน 481 ตัวอย่าง ตรวจพบสารตกค้างจำนวน 43 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 8.9 และประเภทผลไม้สด ได้แก่ องุ่น แอปเปิ้ล ลูกแพร์ ส้ม ลูกพลับสด สาลี่ เป็นต้น จำนวน 192 ตัวอย่าง ตรวจพบสารตกค้างจำนวน 9 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 4.7
ทั้งนี้ พบสารพิษตกค้างชนิด Methamidophos เป็นสารเคมีที่มีพิษร้ายแรง ซึ่งไม่อนุญาตให้ใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 288 พ.ศ.2548 ในผักสดจำนวน 17 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 3.5 สำหรับสารพิษตกค้างชนิดอื่นๆ พบว่ามีปริมาณต่ำกว่าค่าที่กำหนด เช่น Chlorpyrifos, Cypermethrin เป็นต้น และบางชนิดตรวจพบว่า ไม่มีการกำหนดค่ามาตรฐานไว้ในประกาศฉบับนี้ เช่น Carbofuran,Fenvalelate, Acephate,
Triazophos, Dimethoate เป็นต้น จึงได้รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ไปยังสำนักคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อหามาตรการ ควบคุมต่อไป
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่อไปว่า เพื่อความปลอดภัยในการบริโภคผักและผลไม้สด ประชาชนควรปฏิบัติตนด้วยวิธีการง่ายๆ ดังนี้ ก่อนการบริโภคควรล้างผักและผลไม้สดด้วยน้ำสะอาดหรือล้างด้วยน้ำไหลจากก๊อกหลายๆ ครั้งนาน 2 นาที หรือแช่น้ำสะอาดนาน 5 - 10 นาที แล้วเทน้ำทิ้ง จากนั้นควรลอกส่วนนอกของผักสดออก หรือผลไม้ควรปอกเปลือก จะสามารถลดสารพิษได้สูงสุดถึงร้อยละ 70 หากนำไปปรุงอาหารโดยการใช้ความร้อนจะสามารถลดสารพิษได้อีกร้อยละ 50
Relate topics
- อีกหนึ่งอุดมการณ์ สานความตั้งใจฟื้นฟูวิถีชาวนาไทยแห่งลุ่มน้ำคลองภูมี
- เปิดตัวสำนักงานส่งเสริมการปฏิรูประบบเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร ชุมชน และสังคม 4 ก.พ.นี้
- ออกปากดำนาภูมิปัญญา - ห้องเรียนท้องนา
- สัญจรสภาความร่วมมืออาหารปลอดภัยโซนคาบสมุทรสทิงพระ อ.กระแสสินธุ์
- รายงานการประชุมคณะทำงานประเด็นเกษตรและอาหารที่เอื้อต่อสุขภาพ ประจำเดือนมิถุนายน
- "สะตอ" ผักพื้นบ้านภาคใต้มากประโยชน์
- เร่งดันผลิต 'เกษตรอินทรีย์' รองรับตลาดโลก 1.3 ล้านล้านบาท
- พบ16กลยุทธ์เคมีเกษตรทำชาวนา-ผู้บริโภคตายผ่อนส่ง
- กรมวิชาการเกษตรชี้ปลูกพืชGMOเพื่อศึกษาวิจัย-ยันมีมาตรการคุมเข้ม
- กรมวิชาการฯแนะ5กรรมวิธี คุมวัชพืชสวนยางไม่พึ่งสารเคมี
ด่า (Not Member)