อจ.มอ.พบสปีชีส์ใหม่'เกาะยอ' สะท้อนความสมบูรณ์ทะเลสาบ
อาจารย์มอ. พบสัตว์หน้าดินชนิดใหม่ของโลก ตั้งชื่อว่า "เกาะยอ" ตามบริเวณที่พบ ชี้จากการศึกษาจะอาศัยอยู่ในที่ที่มีความสมบูรณ์และสะอาด เผยที่ผ่านมางบประมาณสนับสนุนทำวิจัยทางด้านนี้ยังน้อย หากทางมหาวิทยาลัยให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง เชื่อว่าจะมีการค้นพบตามมาอีกมาก
รศ.ดร.เสาวภา อังสุภานิช อาจารย์ประจำภาควิชาวาริชศาสตร์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เปิดเผยถึงการค้นพบสัตว์หน้าดินชนิดใหม่ของโลก ซึ่งตั้งชื่อว่า Longiflagrum koyonense Angsupanich,2004 หรือ เกาะยอ ตามแหล่งที่พบว่า การค้นพบสัตว์ดังกล่าวเป็นการเจอโดยบังเอิญ เนื่องจากเมื่อราวเดือนกรกฎาคม ปี 2546 ตนได้ขอเงินทุนสนับสนุนการทำวิจัย จากโครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย โดยนำนักศึกษาภาควิชาวาริชศาสตร์กลุ่มหนึ่ง ประมาณ 50 คน ไปศึกษาระบบนิเวศน์ที่บริเวณชายฝั่งเกาะยอ โดยได้ใช้เครื่องมือตักดินร่อนทรายที่อยู่หน้าดินขึ้นมา เพื่อสำรวจดูว่ามีสิ่งมีชีวิตชนิดใดอาศัยอยู่บ้าง
ซึ่งเมื่อมีการค้นพบสัตว์หน้าดินชนิดใหม่ ที่เป็นอาหารของสัตว์น้ำ เช่น กุ้ง ปู ปลา จึงเก็บตัวอย่างมาวิเคราะห์รายละเอียด และกว่ากระบวนการวิจัยต่างๆ จะเสร็จสิ้นก็ใช้เวลาประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นจึงส่งไปให้พิพิธภัณฑ์ในต่างประเทศ ที่ดูแลทางด้านนี้ตรวจสอบอีกหลายขั้นตอน เพื่อยืนยันว่า ที่ผ่านมาเคยมีการค้นพบสัตว์ชนิดนี้ในโลกบ้างหรือไม่ ซึ่งเมื่อผ่านการทดสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้รับการตีพิมพ์ใน Angsupanich, S. 2004. A new species of Longiflagrum (Tanaidacea,Parapseudidae),from Songkhla
Lagoon,Thailand. Crustaceana. 77(7) : 849-860. แต่ทั้งนี้ ตนก็ไม่แน่ในเช่นกันว่า สัตว์หน้าดินที่ตั้งชื่อว่าเกาะยอ เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีมาก่อนหน้านี้นานแล้ว แต่เพิ่งมีการค้นพบ หรือเพิ่งเกิดขึ้นในภายหลัง ซึ่งอาจมีที่มาจากน้ำที่ขังอยู่ในท้องเรือแล้วถ่ายลงสู่ทะเล ก็มีความเป็นไปได้เช่นเดียวกัน
"หลังการค้นพบชาวบ้านฮือฮามาก เพราะเขาไม่เคยรู้จักสัตว์ชนิดนี้มาก่อนเลย แต่การที่จะบอกว่าสิ่งมีชีวิตชนิดใดเป็นนิวสปีชีส์ เราต้องส่งไปตรวจหลายขั้นตอนว่ามีใครพบบ้างหรือยัง และก่อนหน้านั้นต้องรู้ให้หมดก่อนว่าส่วนไหนเรียกว่าอะไร หรือมีไว้ทำอะไร ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่เชื่อ ที่น่าสนใจก็คือ สัตว์พวกนี้จะอยู่ในที่ที่ไม่สกปรก เป็นดินโคลนปนทราย แต่ถ้าดินบริเวณไหนมีสีดำสกปรก เขาก็ไม่อยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาคนที่สนใจทำงานทางด้านนี้มีน้อย ประกอบกับงบประมาณสนับสนุนการทำวิจัยมีไม่มากนัก ทำให้เราทำได้ไม่เต็มที่ หากทางมหาวิทยาลัยมีการสนับสนุนทางด้านเครื่องไม้เครื่องมือที่มีความทันสมัย คงจะ ช่วยให้ค้นพบงานวิจัยดีๆ อีกมาก" รศ.ดร.เสาวภา กล่าวและว่า
ที่ผ่านมา ประเทศไทยยังขาดข้อมูลศักยภาพทรัพยากรพื้นฐาน เนื่องจากขาดการศึกษาอย่างจริงจัง ส่วนที่ทำการศึกษาวิจัยกันอยู่ก็ทำได้ไม่ลึกนัก ซึ่งหากเรามีความรู้เรื่องสิ่งมีชีวิตอย่างถ่องแท้ และรู้จักใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ โดยให้ส่งผลกระทบน้อยที่สุด ก็จะมีทรัพยากรไว้ใช้ในระยะยาว "แม้มนุษย์ไม่ได้กินสัตว์พวกนี้โดยตรง แต่มันก็เป็นอาหารหลักของสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลาที่เรากินเข้าไป ซึ่งคนมักมองข้ามสิ่งที่ไม่ได้รับผลกระ ทบโดยตรง ลองคิดดูซิว่าถ้าไม่มีสัตว์หน้าดิน ก็จะไม่มีอาหารของกุ้ง หอย ปู ปลา ที่เป็นอาหารของคน อยากให้มีจิตสำนึกว่าหน้าบ้านเรามีอะไรอีกมากมาย อย่าไปทำให้สภาพแวดล้อมเสีย ถ้าเรารักษาดีๆ ก็จะมีอาหารมีสิ่งเหล่านี้ไว้ได้นาน แต่ถ้เราไม่รักษา สักวันหนึ่งจะต้องน้ำตาตกใน"
รศ.ดร.เสาวภา กล่าวว่า ปัจจุบันมีนักศึกษาให้ความสนใจเรียนทางด้านวาริชศาสตร์มากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเผยแพร่ผลงานของคณะผ่านทางสื่อมวลชนต่างๆ เช่น การออกรายการโทรทัศน์ ลงข่าวในหนังสือพิมพ์ เป็นต้น
โดย Focus Team เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2547 15:44:39
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง