ส่งกองทุนสวัสดิการสุขภาพชุมชน ไอเดียครูซบ-เสริมแพทย์-พยบ.ใต้
สนง.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติชี้ นักเรียน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอรับทุนเรียนต่อหมอ-พยาบาลน้อย เผยอุดช่องว่างด้วยการใช้กองทุนสวัสดิการชุมชนเสริมสุขภาพ และโครงการสัจจะวันละบาทของครูชบ ยอดแก้ว ทำสวัสดิการภาคประชาชน
นพ.ชูชัย ศรชำนิ ผู้แทนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวในการสัมมนากระบวนการนโยบายสาธารณะระดับพื้นที่กับความมั่นคงของชุมชนภาคใต้ตอนล่าง กรณีการศึกษา : กองทุนสวัสดิการชุมชน กระบวนการสร้างและฟื้นทุนทางสังคม ณ
ห้องประชุมทองจันทร์ อาคารเรียนรวมคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 3 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า ตนยอมรับว่าการดำเนินโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า(30 บาท รักษาทุกโรค) ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ยังเป็นการทำงานระหว่างภาครัฐด้วยกัน
โดยปี 2548 เป็นครั้งแรกที่ใช้ลักษณะการบริหารงานในรูปแบบของหลักประกันสุขภาพชุมชน จึงจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ระหว่างภาครัฐกับคนในชุมชน คาดว่าจะนำร่องในพื้นที่ 200 ชุมชนทั่วประเทศ โดยจะนำโครงการสัจจะวันละ 1 บาทฯ และกองทุนสวัสดิการชุมชนมาผสมผสานกัน เพื่อสร้างเสริมสุขภาพของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งหากทำได้ คิดว่าคงมีชุมชนจำนวนหนึ่งที่มีความเข้มแข็ง ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้หลังปีใหม่นี้ ส่วนกองทุนอื่นๆ ที่มาจากต่างจังหวัด คิดว่าคงต้องขอไปทำความรู้จัก และสร้างเข้าใจกันมากขึ้น
อีกอย่างคือ การพัฒนาพื้นที่ในหม่บ้าน ต้องให้เจ้าหน้าที่อนามัย หมอ พยาบาล มีจำนวนที่เพียงพอ และมีศักยภาพพอสมควร "เรากำลังขยายภารกิจ คิดว่าชุมชนใดมีศักยภาพ มีบุตรหลานที่มีความสนใจ ต้องการเป็นบุคลากรด้านสาธารณสุข เราจะเอาเงินจากกองทุนฯ มาดำเนินการในเรื่องนี้ได้อย่างไร เด็กๆ พวกนี้เมื่อจบมาทำอย่างไรให้เขาทำงานในท้องถิ่น อย่างมีหน้ามีตาและมีรายได้พอสมควร คิดว่าภายในปีงบประมาณ 48 จะคุยกันเป็นรูปธรรม และในปีงบประมาณ 49 ก็จะมีบุตรหลานของท่านจำนวนหนึ่ง ทำหน้าที่ในฐานะบุคลากรของสาธารณสุข ซึ่งที่ผ่านมานักเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาขอรับทุนเรียนต่อหมอ พยาบาลค่อนข้างน้อย เช่น เรามีทุน 200 กว่าทุน แต่เขามารับแค่ 100 กว่าๆ จุดเชื่อมตรงนี้ยังไม่ค่อยมาก จึงยังเป็นช่องว่างอยู่ ต้องร่วมกันคิดว่าคนในชุมชนอยากมีสถานพยาบาลแบบไหน หอพยาบาลแบบไหน ผมคิดว่าลูกหลานในชุมชน ย่อมรู้จักคนในชุมชนดีที่สุด"
นพ.ชูชัย กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนอยากเห็นก็คือ แผนแม่บทว่าด้วยเรื่องสุขภาพในชุมชนที่เป็นรูปธรรม ซึ่งกองทุนสวัสดิการชุมชน จะมีส่วนช่วยในเรื่องดังกล่าว หากต้องใช้เงินจำนวนหนึ่ง เพื่อให้มีครู หมอ หรือพยาบาล ที่มีความรู้ความสามารถมาประจำอยู่ในพื้นที่ หรือเพื่อสุขภาวะที่ดีขึ้นของคนในชุมชน ซึ่งการได้มาในสิ่งที่ว่า ส่วนหนึ่งก็คือการศึกษา จะทำอย่างไรให้เด็กๆ ได้เล่าเรียนในระดับที่สูงขึ้นไป ซึ่งหากมีความชอบหรือความถนัดทางด้านแพทย์ ทางสาธารณสุขก็ยินดีจะเป็นตัวเชื่อม เพื่อให้เด็กกล่มนี้ได้ทำงานทางด้านสุขภาพ
นายอัมพร แก้วหนู ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคใต้ เปิดเผยว่า ที่น่าสนใจก็คือ ผู้สูงอายุใน 6 จังหวัดภาคใต้ นำเงินไปซื้อสวนปาล์มและสวนยางพารา ส่งผลให้ขณะนี้เครือข่ายผู้สูงอายุ มีสวนปาล์มและสวนยางพาราเกือบ 100 ไร่ ซึ่งนี่คือวิธีคิดที่ชาญฉลาดที่อาจเรียกได้ว่า เป็นนวัตกรรมที่คนในชุมชนเป็นผู้คิดค้นขึ้นมา อันจะมีส่วนช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับคนในชุมชนได้อีกทางหนึ่ง
"จุดที่สำคัญคือ เราไม่ต้องรอเงินจากหน่วยงานต่างๆ แต่ให้ชุมชนเริ่มทำได้เลย เช่น กองทุนวันละบาท เพราะแม้รัฐจะให้การสนับสนุนหรือไม่ ก็สามารถอยู่ได้ นี่คือจุดแข็งที่สำคัญ เป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐให้องค์กรมวลชนใช้ที่ดินสาธารณะ ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลืออีกแบบหนึ่ง ที่มีความยั่งยืนด้วย โดยมีเป้าหมายหลักคือ ให้มีกองทุนสวัสดิการ อาจจะเริ่มจาก 200 ตำบล ก่อนก็ได้ ถ้าเราทำกันทั้งภาคใต้ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมาก ทีนี้บทบาทของรัฐก็จะอยู่ที่การช่วยสนับสนุนชุมชน
ส่วนเรื่องสวัสดิการ ผมอยากให้มองในมุมที่กว้างออกไป ในระยะยาวชุมชนต้องคิดให้กว้าง มากกว่าแค่สวัสดิการเจ็บหรือตาย ที่สำคัญ กองทุนฯ ที่ว่าทำให้ชุมชนพึ่งตนเองได้มากขึ้นหรือน้อยลง และสร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวม หรือคนส่วนน้อย เพราะฉะนั้น ต้องให้กองทุนมีความเข้มแข็งด้วยจึงจะดีที่สุด" นายอัมพร กล่าว
โดย Focus Team
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง
