"หมอมงคล" สู้ต่อเดินหน้าผลักดันกฎหมายห้ามโฆษณาน้ำเมาเข้า ครม.
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 พฤศจิกายน 2549 13:23 น.
"หมอมงคล" พ้องานนี้เจ็บตัวมาก มีคนโจมตีเยอะ ยอมแพ้เรื่องประกาศแต่จะเดินหน้าสู้ต่อ มั่นใจ พ.ร.บ.ควบคุมเหล้านำเข้า ครม.ไม่ถูกตีกลับ เข้าสู่กฤษฎีกา สภานิติบัญญัติตามกระบวนการ อย.ยันมีอำนาจห้ามโฆษณาเต็มที่ รอหนังสือคำวินิจฉัยกฤษฎีกาเป็นทางการ เพื่อขอให้มีการทบทวนอีกครั้งอย่างเร็วที่สุด ขณะที่โพลสะท้อนโจ๋หนุนห้ามโฆษณาเหล้าเกินครึ่ง เชื่อรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ ฮั้วนายทุนเหล้า 57% ซัดหวยบนดินขัดเศรษฐกิจพอเพียง
วันนี้ (27 พ.ย.) นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดการประชุมผู้บริหารระดับสูงทั้งในส่วนกลางและในส่วนภูมิภาค นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศ จำนวน 450 คน เพื่อมอบนโยบายให้ผู้บริหารทุกระดับนำไปกำหนดกรอบทิศทางในการดำเนินงานและยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบสุขภาพ สนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายด้านสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2550 รวมถึงทำความเข้าใจและเตรียมปฏิบัติการตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรื่องการห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยนพ.มงคล กล่าวระหว่างการประชุมตอนหนึ่งด้วยว่า เชื่อว่าใน 1-2 วันนี้ ปัญหาเรื่องการต่อต้านการห้ามโฆษณาจะยิ่งเข้มข้นขึ้น และจะยังคงเดินหน้ามีการเสนอออกเป็นกฎหมาย แม้ว่าไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาเพียงใด แต่คิดว่ามีสังคมและองค์กรประชาชนอีกมากที่เห็นด้วยและคอยสนับสนุน มากกว่าคนคัดค้าน แม้จะแพ้เรื่องประกาศฯ แต่ สธ.ก็ไม่ได้ยอมแพ้ทั้งหมด
"มีคนโจมตีเยอะ แต่ต้องยอมรับว่าการเข้ามาทำงานเรื่องนี้ทำให้เจ็บตัวพอสมควร เพราะมีหลายคนต้องเดือดร้อน อย่างที่รู้ว่าธุรกิจนี่ทำรายได้เป็นมหาศาลมากกว่า 500,000 ล้านบาทต่อปี ถือว่าไม่น้อย แม้ว่าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะไม่เห็นชอบก็ไม่เป็นไร ก็จะเดินหน้าเสนอร่าง พ.ร.บ.ฯ ต่อไป ซึ่งจะเข้มข้นขึ้นทั้งเรื่องการห้ามการโฆษณา" นพ.มงคล กล่าว
นพ.มงคล กล่าวภายหลังการการประชุมถึงกรณีกฤษฎีกาตีความ อย.ไม่มีอำนาจในการออกคำสั่งห้ามโฆษณาว่า กระทรวงสาธารณสุขยังคงดำเนินการใดๆ ไม่ได้ เนื่องจากต้องรอหนังสือจากกฤษฎีกาตอบมายังกระทรวงสาธาณสุขอย่างเป็นทางการ เมื่อได้รับหนังสือแล้วจึงจะขอให้มีการทบทวนคำวินิจฉัยกฤษฎีกา ซึ่งหากไม่ทันกำหนดที่ประกาศอย.ห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชม.ในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ ก็จะต้องเลื่อนการบังคับใช้ออกไปก่อน พร้อมกับผลักดัน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พ.ศ
เข้าสู่การพิจารณาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารนี้
"ขอยืนยันว่าการออกคำสั่งห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือแม้แต่พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ทำสุกเอาเผากินเลย สธ.ไม่ได้มีความต้องการใช้อำนาจใดๆ ทั้งสิ้น แต่เกิดจากการตกผลึก ทุกขั้นตอนมีนักกฎหมายเข้าร่วมด้วยทุกครั้ง ทั้งนักกฎหมายกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในส่วนของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีการดำเนินการนานกว่า 4 ปี มีการเดินสายประชาพิจารณ์ 4 ภาค และปรับปรุงแก้ไขหลายครั้ง ซึ่งประชาชนเห็นดีเห็นชอบด้วย การดำเนินของ สธ.จึงเป็นไปตามมติของประชาชน ทำเพื่อประชาชน จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่เมื่อมีปัญหาก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เป็นเรื่องปกติที่สามารถมีความเห็นที่ต่างกันได้ หากมีคำวินิจฉัยมาเราก็ต้องปฏิบัติตามแต่จะพยายามให้เกิดความชัดเจนว่าคำสั่งห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ชอบด้วยกฎหมายใช่หรือไม่ อย่างไร" นพ.มงคล กล่าว
นพ.มงคล กล่าวต่อว่า เราต้องคุ้มครองเยาวชนไม่ให้ตกอยู่ในน้ำเมา ดื่มสุราอย่างมีสติไม่ก่อให้เกิดปัญหาสังคม ซึ่งสถิติการเกิดอุบัติเหตุ 90% มาจากการดื่มสุรา รวมทั้งก่อให้เกิดปัญหาครอบครัว สังคม การติดเอดส์ ทะเลาะวิวาท ฆ่าขมขืน ล้วนมาจากเหล้า เราต้องขจัดความเสียสติแต่ไม่ใช่ว่าไม่ให้มีเหล้าในประเทศไทยเลย แต่ต้องดื่มอย่างมีสติ ไม่ได้มีความต้องการให้เกิดความสูญเสียต่อธุรกิจใดๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการกดดันจากบริษัทหรือไม่จึงทำให้ผลสุดท้ายของการตีความกฎหมายของกฤษฎีกาออกมาเช่นนี้ นพ.มงคล กล่าว่า ตนไม่ทราบ
ผู้สื่อถามอีกว่า แม้แต่คำสั่งห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย.ยังเกิดปัญหาขึ้น มีความมั่นใจการนำ พ.ร.บ.ควบคุมแอลกอฮอล์เข้าครม.ว่าจะไม่ถูกตีกลับอีก นพ.มงคลกล่าวว่า พ.ร.บ.ก็จะเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน จึงมั่นใจว่าจะสามารถผ่านครม.จากนั้นจึงเข้าสู่กฤษฎีกา และสภานิติบัญญัติตามลำดับ
ด้าน นพ.ศิริวัฒน์ ทิพยธราดล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณบริษัทเหล้าที่ให้ความร่วมมือปลดป้ายโฆษณาลงแม้คำสั่งห้ามโฆษณาของอย.จะยังไม่มีผลบังคับใช้ ส่วนกฤษฎีการตีความคำสั่งคงต้องรอหนังสืออย่างเป็นทางการของคณะกรรมการกฤษฎีกา ชุดที่ 10 โดยชี้แจงให้ผู้ปฏิบัติทั้งส่วนกลางและส่วนจังหวัดมีความเข้าใจตรงกัน
"มั่นใจว่า อย.มีอำนาจในการอกกคำสั่งห้ามโฆษณา และยังคงมีความคาดหวังว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาจะรับข้ออุทธรณ์โดยเร็วที่สุด เมื่อ สธ.ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการก็จะส่งขอให้มีการทบทวนทันที เราต้องทำงานแบบชั่วโมงต่อชั่วโมง เพื่อให้ทันวันที่ 3 ธ.ค.นี้ อย่างไรก็ดีหากกฤษฎีกาตีความว่าคำสั่ง อย.ไม่ชอบด้วยกฎหมายเหมือนเดิม เราก็เครารพความเห็นของกฤษฎีกาเพราะถือเป็นเสาหลักของกฎหมาย"
นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จริงๆ ทางออกมีหลายทาง ขณะนี้เรากำลังพยายาม และคงต้องให้ภาคประชาชนมีส่วนช่วยกันผลักดันด้วย ในส่วนของการตีความของนักกฎหมายเป็นเรื่องที่อาจส่งผลกระทบอื่นๆ ตามมา ซึ่งเจตนารมย์ของ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคของ สคบ.มีความชัดเจนว่าต้องคุ้มครองผู้บริโภค
นพ.ณรงค์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีความมั่นใจว่าครั้งนี้จะไม่มีการตีกลับเนื่องจากการนำ พ.ร.บ.เข้าครม.ในครั้งที่ผ่านมา มีการปรับปรุงแก้ไขความซับซ้อนที่เกิดจากการปฏิบัติในประเด็นด้านอายุ โดยปรับจากห้ามผู้ซื้อแอลกอฮอล์อายุต่ำ 25 ปี เป็น 20 ปี และการยกเลิกพื้นที่ที่มีข้อยกเว้นเป็นพื้นที่ปลอดจากแอลกอฮอล์ทั้งในโรงเรียนและศาสนาสถานด้วย
***โจ๋เชื่อรัฐฮั้วนายทุนเอื้อประโยชน์ขายเหล้า
ดร.นพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของเยาวชนอายุ 15-24 ปีในเขต กทม. จำนวน 1,302 ตัวอย่าง เรื่อง"เสียงสะท้อนของเยาวชนว่าด้วยเหล้า และหวย" วันที่ 24-26 พ.ย. 2549 พบว่า ความรู้สึกของเยาวชนเมื่อเห็นโฆษณาเหล้า เบียร์ ในรอบ 7 วันที่ผ่านมา เยาวชนส่วนใหญ่ 93.7% เห็นโฆษณา เหล้า เบียร์ เมื่อถามถึงปัญหาที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮล์ 78.0% บอกว่าการทะเลาะวิวาท 72% การเกิดอุบัติเหตุ 61.5% การใช้ความรุนแรง 52.2% การคุกคามทางเพศ 47.6% การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของเด็กและวัยรุ่น 34.2% ปัญหายาเสพติด ส่วนความรู้สึกเมื่อเห็นโฆษณาเหล้า 63.8% รู้สึกว่ามอมเมาผู้บริโภค 55.8% รู้สึกเป็นการส่งเสริมอบายมุข 40.2%
"ด้วยเหตุผลทั้งหมดเยาวชนส่วนใหญ่ 62.1% จึงเห็นด้วยกับการห้ามโฆษณาเหล้า เบียร์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสื่อตลอด 24 ชั่วโมง มีเพียง 23.7% ไม่เห็นด้วย อีก 14.2% ไม่มีความเห็น ซึ่งเยาวชนเกินครึ่ง 51.2% เชื่อว่ามีการฮั้วกันหรือสมยอมผลประโยชน์ระหว่างรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ และกลุ่มนายทุนเพื่อเอื้อผลประโยชน์ในการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 11.8% ไม่เชื่อว่ามี และ 37.0% ไม่มีความเห็น" ดร.นพดล กล่าว
ผอ.สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ กล่าวอีกว่า เมื่อถามถึงเรื่องที่รัฐบาลจะแก้ไขหวยบนดินให้ถูกกฎหมาย 57% ระบุว่าไม่ควร โดย 58.1% คิดว่าหวยบนดินขัดกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ขณะ 27.7% เห็นว่าไม่ขัด และ 14.2% ไม่มีความเห็น ยิ่งกว่านั้น 53.3% คิดว่าหวยบนดินขัดกับนโยบายของรัฐบาลที่จะลดอบายมุขและส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของประชาชน 84.0% เห็นว่ารัฐบาลควรเลือกปกป้องเยาวชนมากกว่าผลประโยชน์ของกลุ่มนายทุน เมื่อถามว่าตำรวจปราบปรามหวยใต้ดินจริงจังหรือไม่ 67.8% เห็นว่าจริงจังค่อนข้างน้อยถึงไม่จริงจังเลย
"รัฐบาลต้องตระหนักถึงจุดยืนไม่เปลี่ยนแปลง ไม่รวนเร เพราะเด็กเยาวชนกำลังเฝ้ามองดูอยู่ว่าผู้ใหญ่ในสังคมพอมีอำนาจแล้วจะเหมือนๆ กันไปทั้งหมดหรือไม่ จึงควรใช้โอกาสนี้ให้ความเชื่อมั่นศรัทธาในหมู่เยาวชนว่าผู้ใหญ่ในสังคมพร้อมปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนอย่างแท้ รัฐบาลต้องลดปัจจัยเสี่ยงด้วยการห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอด 24 ชั่วโมงและปฏิเสธแนวทางการทำให้หวยบนดินกลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลควรไปเน้นให้ตำรวจเข้มงวดจับกุมขบวนการหวยใต้ดินและอบายมุขทุกชนิดมากกว่า ในขณะที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติควรออกกฎหมายยึดทรัพย์เจ้ามือหวยใต้ดินและเจ้าหน้าที่รัฐที่รู้เห็นเป็นใจปล่อยปละละเลยให้มีอบายมุขเต็มบ้านเต็มเมืองอยู่ในขณะนี้" ดร.นพดล กล่าว
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง