สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

สธ.เผยยอดอุบัติเหตุจราจรพุ่ง ไทยพบตายวันละ 37 คน

by kai @19 พ.ย. 49 20:20 ( IP : 222...143 ) | Tags : ข่าวสุขภาพประจำวัน

สธ.เผยยอดอุบัติเหตุจราจรพุ่ง ไทยพบตายวันละ 37 คน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤศจิกายน 2549 11:22 น.


      สธ.ชี้ภัยอุบัติเหตุจราจรรุนแรงขึ้น ชาวโลกสังเวยชีวิตบนถนนนาทีละ 3 คน ในขณะที่ประเทศไทยพบตายวันละ37 คน สธ.เร่งพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน นำร่อง จ.อุบลราชธานี ร่วมมือกับองค์กรส่วนท้องถิ่นนำรถกระบะพัฒนาเป็นรถกู้ชีพฉุกเฉินขั้นพื้นฐานบริการชาวบ้านทั้งจังหวัด ตั้งเป้าลดอัตราการตายได้ถึงร้อยละ 30

      นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือการจัดระบบบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินจังหวัดอุบลราชธานี และเปิดซ้อมความพร้อมของเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพเฉลิมราชย์ 60 ปี ที่ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเตรียมรับมือเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่จะถึงในอีก 40 วัน พร้อมระบุว่าวันนี้เป็นวันสำคัญในการแก้ปัญหาการบาดเจ็บการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรทั่วโลก โดยองค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันอาทิตย์ของสัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันที่ระลึกเหยื่อผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุจราจรทั่วโลก (World Day of Remembrance for Road Crash Victims) ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 19 พฤศจิกายน 2549
      นพ.มงคล กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกรายงานว่าในแต่ละวันจะมีประชาชนทั่วโลกเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรวันละ 3,000 คน หรือนาทีละ 3 คน หรือปีละ 1,095,000 คน ในจำนวนนี้ร้อยละ 50 อายุ 15-44 ปี และกว่าร้อยละ 90 อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา หากไม่มีการแก้ไข คาดว่าอีก 20 ปี การบาดเจ็บจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 65 สำหรับประเทศไทยมีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรในปี 2548 จำนวน 976,357 คน เฉลี่ยบาดเจ็บชั่วโมงละ 107 คน เป็นเหตุให้ต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บ ผู้พิการและความสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่าปีละแสนล้านบาท ทำให้มีผู้พิการสะสม 65,000 คน จากสาเหตุเมาแล้วขับ นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวน 13,711 คน เฉลี่ยวันละ 37 คน
      ทั้งนี้ แต่ละปีมีผู้ที่ต้องการรับบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินทั่วประเทศประมาณ 4 ล้านครั้ง แต่มีผู้ได้รับบริการเพียง 250,000 ครั้ง คิดเป็นเพียงร้อยละ 5 ของผู้ที่ต้องการรับบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ส่วนใหญ่อยู่ในเขตเทศบาลและเขตเมืองมากกว่าชนบทมากถึงร้อยละ 80 ทำให้ประชาชนในเขตชนบทยังขาดการเข้าถึงบริการดังกล่าว ดังนั้น สธ.ได้ร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีส่วนร่วมในการจัดบริการกู้ชีพรองรับอุบัติภัยต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และมีระบบการรับส่งผู้บาดเจ็บ ผู้ป่วย เชื่อมโยงกันอย่างรวดเร็ว โดยตั้งเป้าภายในปี 2553 ให้ผู้ป่วยฉุกเฉินระดับวิกฤติและเร่งด่วนอย่างน้อยร้อยละ 50 ได้รับการช่วยเหลือ หรือนำส่งด้วยระบบการบริการการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และจะลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉินลงจากปี 2549 อย่างน้อยร้อยละ 15 รวมทั้งจะดำเนินการให้มีหน่วยปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินครอบคลุมทุกหมู่บ้าน
      ด้าน นพ.วุฒิไกร มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า จังหวัดอุบลราชธานี เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ มี 20 อำเภอ 5 กิ่งอำเภอ มีอุบัติเหตุจราจรปีละประมาณ 10,000 ราย และผู้ป่วยฉุกเฉินที่บ้านที่ไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนอีกนับไม่ถ้วน จึงได้เน้นการขยายระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อให้ผู้เจ็บป่วยได้รับการช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว ภายใน 15 นาทีหลังรับแจ้งเหตุ โดยได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี (อบจ.) จัดซื้อรถกระบะมาดัดแปลงเป็นรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 42 คัน พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือเบื้องต้น เครื่องมือสื่อสาร มีพนักงานประจำหน่วยที่ผ่านการฝึกปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างดี ถือว่าเป็นจังหวัดแรกของประเทศที่มีระบบบริการแพทย์ฉุกเฉินถึงระดับตำบลและหมู่บ้านโดยรถ 1 คันจะดูแลประชาชน 40,000 คน จะทำให้ประชาชนได้รับบริการอย่างทั่วถึง รวดเร็ว ซึ่งจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้มากถึงร้อยละ 10-30

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว