อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
คำขวัญจังหวัด นกน้ำเพลินตา สมิหลาเพลินใจ เมืองใหญ่สองทะเล เสน่ห์สะพานติณ ถิ่นธุรกิจแดนใต้
คำขวัญอำเภอ เมืองใหญ่ตระการตา งามสง่าสะพานติณ ทักษิณคดีสถาน ตำนานรัฐบุรุษ สูงสุดเขาตังกวน เสน่ห์ล้วนผ้าเกาะยอ
ที่อยู่ที่ว่าการอำเภอ ถนนราชดำเนิน ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา 90000
หมายเลขโทรศัพท์ 0-7431-1009 หมายเลขโทรสาร 0-7431-1009
ข้อมูลทั่วไป
1. ประวัติความเป็นมา
สงขลา เป็นเมืองท่าที่สำคัญเมืองหนึ่ง ตั้งอยู่ทางฝั่งทะเลตะวันตกของอ่าวไทย ตั้งแต่สมัยโบราณและเมืองเก่าแก่หลายเมือง มีศิลปะโบราณวัตถุ โบราณสถาน ขนบธรรมเนียมประเพณี ภาษาการละเล่นพื้นเมือง ศิลปะพื้นเมืองเป้นมรดกทางวัฒนธรรม
จังหวัดสงขลาปัจจุบันปรากฏว่ามีร่องรอยหลักฐานทางด้านโบราณคดีที่มีอายุเก่าแก่กว่าสมัยอยุธยา เช่น บริเวณอำเภอสทิงพระ อำเภอระโนด และอำเภอเมืองสงขลา ที่ติดต่อกับอำเภอสทิงพระได้พบอาคารสถาปัตยกรรม ประติมากรรม เช่น พระโพธิสัตว์ เทวรูป ที่เกี่ยวเรื่องในศาสนาพุทธลัทธิมหายาน และศาสนาพราหมณ์ มีอายุในพุทธศตวรรษที่ 13 เช่นกัน แสดงให้เห็นว่าในเขตอำเภอดังกล่าวเป็นเมืองโบราณปรากฏชื่อในจดหมายเหตุของหลวงจีนอี้ชิง "เชโลถิง" ซึ่งอาจตรงกับคำว่า "สทิงพระ" ก็เป็นได้ ซึ่งอยู่ในสมัยที่นักโบราณคดี "ศรีวิชัย"
ต่อมา สงขลาได้ปรากฏชื่อในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 แห่งกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.1893 เป็นเมืองประเทศราชในจำนวน 16 เมือง ที่ตั้งตัวเมืองในสมัยอยู่ในท้องที่ หมู่ที่ 7 ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร (บริเวณเขาแดง) ยังมีโบราณสถานป้องคูเมือง และที่ฝังศพเจ้าเมือง (สุลต่านสุไลมาน) ให้ศึกษาอยู่
เมื่อ พ.ศ.2185 ในสมัยพระเจ้าปราสาททอง แห่งกรุงศรีอยุธยา เจ้าเมืองสงขลา ตั้งตัวขึ้นเป็นอิสระไม่ยอมขึ้นแก่กรุงศรีอยุธยา ทางกรุงศรีอยุธยาส่งกองทัพมาปราบ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จจนถึง พ.ศ.2223 สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ส่งกองทัพมาปราบสงขลาได้ สงขลาจึงขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยาตลอดมา
เมื่อ พ.ศ.2310 ประเทศสยามเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่า ได้เกิดก๊กต่าง ๆ ขึ้น เจ้าพระยามหานครซึ่งตั้งตัวเป็นใหญ่ ได้ตั้งให้นายวิเถียรญาติมาเป็นเจ้าเมือง ได้รับพระราชทางนามเป็น "หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ" (ต้นตระกูล ณ สงขลา) มีตัวเมืองตั้งอยู่ในท้องที่ หมู่ที่ 1 (แหลมสน) ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร คนละฟากฝั่งกับสงขลาปัจจุบัน (บ่อยาง) ขณะนี้ยังมีหลักฐานซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "ที่วัง" ซึ่งเป็นที่ตั้งวังเจ้าเมืองและตัวเมืองสมัยรัตนโกสินทร์ และยกสงขลาขึ้นเป็นเมืองเอกขึ้นต่อกรุงเทพมหานคร ปกครองเมืองปัตตานี กลันตันตรังกานู
จนกระทั่งปี พ.ศ.2370 สมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 แห่งรัตนโกสินทร์ (พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ.2367 - 2394) โปรดเกล้าฯ ให้พระยาวิเชียร (เถี้ยนเส้ง) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาก่อสร้างป้อมกำแพงเมืองระหว่างที่สร้างนี้ ตวนกูอาหมัดสะอัด ชักชวนหัวเมืองไทรบุรีปัตตานี และหัวเมืองทั้ง 7 ยกมาตีสงขลา เมื่อปราบกบฎราบคาบแล้ว จึงได้สร้างป้อมและกำแพงเมืองสงขลา จนเสร็จสิ้น โปรดเกล้าฯ ให้ฝังหลักเมืองโดยพระราชทานเทียนชัยพฤกษ์กับเครื่องไทยทานอารธนาสมเด็จอุดมปิฏก พระสงฆ์อินเดีย 8 รูป เป็นประธาน พระอัษฏาจารย์พราหมณ์มีชื่อ 8 นาย ออกมาให้พระยาสงขลาฝังหลักเมือง พระยาสงขลาได้จัดแจงทำโรงพิธีกลางและโรงพิศ 4 มุมเมือง กับโรงพิธีพราหมณ์เสร็จแล้ว ณ วันศุกร์ ขึ้น 10 ปีขาล จุลศักราช 1204 เวลา เช้าโมงหนึ่งกับสิบนาที (ตรงกับวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม 2385 เวลา 07.10 น. ) ได้ฝังหลักชัยพฤกษ์ลงไว้กลางเมืองสงขลา (ปัจจุบันเป็นศาลเจ้าหลักเมือง) ตัวเมืองที่ย้ายมานี้ คือตัวเมืองทางฝั่งตะวันออกของแหลมสน หรือที่เรียกว่า "บ่อยาง" คือ ในเขตเทศบาลเมืองสงขลาปัจจุบันนี้เอง
ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ปฏิรูปการปกครองเป็นมณฑลเทศาภิบาล เมืองสงขลาจึงเป็นที่ตั้งของมณฑลเทศาภิบาล เมืองสงขลา จึงเป็นที่ตั้งของมณฑลนครศรีธรรมราช ต่อมาเพื่อประกาศใช้พระราชบัญยัติบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 จึงเป็นที่ตั้งภาค 9 แม้ภายหลังจึงยุบเลิกภาคและใช้ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 218 ลงวันที่ 29 กันยายน 2509 แทนพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 แล้วก็ตาม การบริหารราชการแผ่นดินในจังหวัดสงขลา ก็ยังเป็นที่ตั้งของเขตและภาคอยู่
ในบันทึกของพ่อค้าชาวฮอลันดา ที่เข้าติดต่อค้าขายในสมัยกรุงศรีอยุธยาเรียกเมืองสงขลา ว่า "แซงกลา" แต่ในหนังสือประวัติศาสตร์ธรรมชาติและการเมืองแห่งราชอาณาจักรสยามของ นายนิโคลาส แซร์แวส เรียกชื่อเมืองสงขลา ว่า "เมืองสิงขร" จึงทำให้มีการสันนิษฐานว่า ที่มาของชื่อเมืองสงขลานั้นมีสองแนวด้วยกัน คือ แนวแรก คือ ชื่อสงขลาเพี้ยนมาจากชื่อ "สิงหลา" หรือ "สิงขร" ซึ่งแปลว่า "ภูเขา" คือ เกาะหนู เกาะแมว เมื่อมองจากทะเลด้านนอก จะเห็นเป็นสิงห์สองตัวหมอบอยู่จริง จึงเรียกเมืองสงขลาว่า "เมืองสิงห์" แนวที่สองก็อ้างว่า เมืองสงขลามีภูเขามากมาย เพราะตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาแดง และสมัยหลังมีการพระราชทานนามเจ้าเมืองสงขลาว่า "วิเชียร" เมืองสงขลาจึงน่าจะมาจากชื่อ "สิงขร" หรือ "สิขร"
2.เนื้อที่/พื้นที่ 189.269 ตร.กม.
3.สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไป
ข้อมูลการปกครอง
- ตำบล 6 แห่ง
- หมู่บ้าน 47 แห่ง
- เทศบาล 1 แห่ง
- อบต 5 แห่ง
ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ
- อาชีพหลัก ได้แก่
- การเกษตร
- การประมง
- อาชีพเสริม
3.จำนวนธนาคาร มี 18 แห่ง ได้แก่
- ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาสงขลา โทร. 0-7432-5002-3
- ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาห้าแยกสะพานติณสูลานนท์ โทร. 0-7432-0788-80
- ธนาคารกรุงไทย สาขาสงขลา โทร. 0-7431-1585, 0-7431-1061
- ธนาคารกรุงไทยฯ สาขาถนนนครนอก โทร. 0-7431-5981-7, 0-7431-5236-7
- ธนาคารกรุงไทยฯ สาขากาญจนวนิช โทร. 0-7431-5981-7
- ธนาคารออมสิน สาขาสงขลา โทร. 0-7431-1018,0-7432-4547
- ธนาคาร ธกส. สาขาสงขลา โทร. 0-7444-7131, 0-7431-2181
- ธนาคารกรุงศรีอยุธยาฯ สาขาสงขลา โทร. 0-7431-3485, 0-7431-1755, 0-7431-1955
- ธนาคารกสิกรไทยฯ สาขาสงขลา โทร. 0-7432-1070
- ธนาคารกสิกรไทยฯ สาขาถนนไทรบุรี โทร. 0-7431-3222
- ธนาคารทหารไทยฯ สาขาสงขลา โทร. 0-7431-1333, 0-7431-2001, 0-7431-2720
- ธนาคารไทยพาณิชย์ฯ สาขาสามแยกสำโรง โทร. 0-7432-4009, 0-7432-4804
- ธนาคารนครหลวงไทยฯ สาขาสงขลา โทร. 0-7431-1801 0-7431-638
- ธนาคารไทยธนาคารฯ สาขาสงขลา โทร. 0-7431-1906
- ธนาคารศรีนครฯ สาขาสงขลา โทร. 0-7444-0752, 0-7444-0757, 0-7444-0759
4.จำนวนห้างสรรพสินค้า มี 6 แห่ง
ด้านสังคม
- โรงเรียนมัธยม ได้แก่
- โรงเรียนนวมินทราชูทิศ ทักษิณ โทร. 0-74333-4234, 0-7433-4233
- โรงเรียนมหาวชิราวุธ โทร. 0-7444-0147, 0-7443-1006
- โรงเรียนวรนารีเฉลิม โทรง 0-7431-1258
- มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยทักษิณ โทร. 0-7444-3992, 0-7444,3991
ด้านทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของอำเภอ
- เหมืองหิน หมู่ 3 ต.ทุ่งหวัง
- หาดทรายแก้ว ต.เขารูปช้าง และ ต.เกาะแต้ว
ด้านประชากร
- จำนวนประชากรทั้งสิ้น รวม 87,058 คน
- จำนวนประชากรชาย รวม 41,735 คน
- จำนวนประชากรหญิง รวม 45,323 คน
- ความหนาแน่นของประชากร - คน/ตร.กม.
ด้านการคมนาคม
- ทางบก
- รถยนต์ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 47, 414, 408
- สถานีขนส่ง หมายเลขโทรศัพท์ -
- สถานีรถไฟ หมายเลขโทรศัพท์ -
2.ทางน้ำ
- ท่าเรือขนส่งโดยสาร หมายเลขโทรศัพท์ -
- ท่าแพขนานยนต์ หมายเลขโทรศัพท์ -
3.ทางอากาศ
- ท่าอากาศยาน หมายเลขโทรศัพท์ -
ด้านการเกษตร และอุตสาหกรรม
- ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่
- ยางพารา
- ข้าว
- ผลไม้ 2.ชื่อแหล่งน้ำที่สำคัญได้แก่ (แม่น้ำ/บึง/คลอง)
- คลองขวาง
- คลองสำโรง
- คลองบางดาน
- คลองลึก
- คลองวง
- โรงงานอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่
- บ.สงขลาแคนนิ่ง มหาชน จำกัด ที่ตั้ง 333 ถ.กาญจนวนิช ม.2 ต.พะวง
- บ.คิงฟิชเชอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ที่ตั้ง 24-26 ถนนราษฎร์อุทิศ 1 ต.บ่อยาง
- บ. แมนเอโฟรสเซนฟูดส์ จำกัด ที่ตั้ง 7/2 ถ.เก้าเส้ง - จะนะ ม.7 ต.เขารูปช้าง
- บ.แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด ที่ตั้ง 27/4 ถ.เก้าเส้ง - จะนะ ม.7 ต.เขารูปช้าง
- บ.สยามโภชนาการ จำกัด ที่ตั้ง 80/1 ถ.บ้านทุ่งใหญ่ ม.3 ต.เขารูปช้าง
- บ.ซีฮอร์ส จำกัด ที่ตั้ง 199 ถ.สงขลา - จะนะ ม.3 ต.ทุ่งหวัง
วันที่ปรับปรุงข้อมูล : 11/09/2006
Relate topics
- พินิจนคร สงขลา
- บ้านเธอ บ้านฉัน เล่าเรื่องเมืองเก่า
- ผ้าป่าสามัคคีบำรุงสถานีวิทยุพระพุทธศาสนาเพื่อชุมชน
- เรื่องเล่าจากชุมชนตอน “กวนข้าวยาคู”
- ออกกำลังกายไล่โรค
- ๓ ปี สถานีวิทยุพระพุทธศาสนาเพื่อชุมชน ใครได้อะไร? - เรื่องควรรู้ที่ควนรู
- เรื่องควรรู้ที่ควนรู
- อำเภอสะเดา :: ประวัติความเป็นมาของอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดสงขลา
- อำเภอนาทวี :: ประวัติความเป็นมาของอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดสงขลา
- อำเภอสะบ้าย้อย :: ประวัติความเป็นมาของอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดสงขลา
น (Not Member)
แวะเวียน (Not Member)
ทาทา (Not Member)
สง (Not Member)
22 (Not Member)
ประชากร (Not Member)
คนอาศัย (Not Member)
ศิษย์เก่า ม.ว. (Not Member)
ศิษย์เก่า ม.ว. (Not Member)