สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

ความสุขมวลรวมคนไทยเทียบต่างชาติตกฮวบ

by kai @5 พ.ย. 49 21:44 ( IP : 58...231 ) | Tags : ข่าวสุขภาพประจำวัน

ความสุขมวลรวมคนไทยเทียบต่างชาติตกฮวบ

5 พฤศจิกายน 2549 12:35 น.

เอแบคโพลล์สำรวจ21 จังหวัด พบความสุขมวลรวมคนไทยวูบเหลือ 4.86 ต่ำสุดในรอบ 10 เดือน ส่วนคนต่างชาติในไทยความสุขตกเพียงเล็กน้อย


      ดร.นพดลกรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง รายงานดัชนีความสุขมวลรวม(Gross Domestic Happiness Index, GDHI) ของประชาชนในประเทศประจำเดือนตุลาคม: กรณีศึกษาประชาชนคนไทยและชาวต่างชาติใน 21 จังหวัดของประเทศ จำนวน 4,951 คน เป็นคนไทย 4,520 คน และชาวต่างชาติ 431 คน ระหว่าง 29 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน 2549

      ผลวิจัยพบว่าความสุขมวลรวมของคนไทยลดลงอย่างมากจาก 6.30 ในเดือนกันยายน มาอยู่ที่ 4.86 ในเดือนตุลาคม ถือว่าต่ำสุดในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา สาเหตุสำคัญอยู่ที่ปัญหาความเดือดร้อนที่ได้รับจากภัยพิบัติน้ำท่วมในหลายจังหวัด สภาพแวดล้อมที่พักอาศัยที่เสียหายและทรุดโทรม ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจสินค้าราคาสูงขึ้นแต่รายได้ลดลง

      อย่างไรก็ตามในกลุ่มประชาชนที่ใช้ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง ที่บอกว่ามีความสุขมีจำนวนที่มากกว่าถึงสามเท่าของจำนวนประชาชนที่ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบพอเพียง แต่มีประชาชนเพียงร้อยละ 17.1 ของประชาชนทั้งหมดในประเทศที่ใช้ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง

      ขณะเดียวที่ความสุขมวลรวมของชาวต่างชาติที่มาพักอาศัยในไทยลดลงเช่นกันจาก 7.23 ในเดือนกันยายนมาอยู่ที่ 6.79 ในเดือนตุลาคม อย่างไรก็ตาม ความสุขมวลรวมของชาวต่างชาติยังคงสูงกว่าคนไทย ปัจจัยสำคัญยังคงเป็นเรื่องของความสุขที่มีต่อวัฒนธรรมประเพณีไทย วิถีชีวิตของคนไทย เห็นคนไทยช่วยเหลือกัน ชอบเทศกาลรื่นเริงของคนไทย เห็นคนไทยรักสามัคคีกัน เห็นอกเห็นใจกัน เป็นต้น แต่ที่เป็นปัจจัยลบทำให้ความสุขลดลงคือ ภัยน้ำท่วม

      ที่น่าเป็นห่วงคือพบว่าปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อความสุขมวลรวมของประชาชนคนไทยที่ได้คะแนนต่ำกว่า 5 จากเต็ม 10 ได้แก่ ความสุขต่อระบบการค้าเสรีในกระแสโลกาภิวัฒน์ (4.19) สภาพแวดล้อม (4.26) หลักธรรมาภิบาล การเมืองรัฐบาลและองค์กรอิสระ (4.35) และกระบวนการยุติธรรมและความเป็นธรรมในสังคมที่ได้เพียง 4.99 คะแนน

      "อย่างไรก็ตาม เมื่อจำแนกความสุขมวลรวมของคนไทย ตามพื้นที่ภูมิภาคพบว่า ประชาชนในภาคใต้ที่เคยมีความสุขมวลรวมในอันดับท้ายๆ กลับสูงขึ้นเป็นอันดับที่หนึ่ง ในการสำรวจล่าสุดคือ 6.35 รองลงมาคือประชาชนในภาคกลางได้ 6.11 ถึงแม้ว่าประสบภัยน้ำท่วมแต่มีความปลื้มปิติต่อพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ที่ทรงให้ความช่วยเหลือและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของประชาชนภายในชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ทำให้ประชาชนยังคงมีความสุขมวลรวมสูงเป็นอันดับที่สอง อันดับที่สามได้แก่ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ 5.74 ซึ่งคนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเคยมีความสุขมวลรวมสูงเป็นอันดับหนึ่งทุกครั้ง อันดับสี่คือ ประชาชนในภาคเหนือได้ 5.56 และอันดับสุดท้ายคือ ประชาชนในกรุงเทพมหานครได้ 5.35 ที่น่าสังเกตคือคนกรุงเทพมหานครเคยมีความสุขมวลรวมสูงเป็นอันดับสองในเดือนกันยายนหลังจากปัญหาการเมืองได้ข้อยุติ แต่กลับตกมาอยู่อันดับสุดท้ายเหมือนการสำรวจหลายครั้งที่ผ่านมาแต่ครั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อความสุขมวลรวมของคนไทยมากที่สุดคือปัญหาภัยน้ำท่วม สภาพแวดล้อม ปัญหาเศรษฐกิจ และบรรยากาศทางการเมืองที่กำลังเข้าสู่ความอึมครึมและอึดอัดในหมู่ประชาชนขณะนี้" ดร.นพดลกล่าว

      ดร.นพดลกล่าวต่อว่าจากผลวิจัยครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยที่น่าจะเกี่ยวข้องทำให้ความสุขของประชาชนเพิ่มขึ้นได้แก่ ประการแรก : การใช้ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง ประการทีสอง :การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และการช่วยลดรายจ่ายของประชาชนระดับรากฐานของสังคม ประการที่สาม :การสะสางปัญหาการเมืองให้คลี่คลายลดความอึดอัดในหมู่ประชาชน ประการทีสี่ : เร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเร่งด่วนและทำให้ประชาชนเห็นเป็นรูปธรรมว่ารัฐบาลที่ซื่อสัตย์สุจริตทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่ารัฐบาลที่ถูกมองว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริต

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว