สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

แนะออกกำลังกายเป็นประจำ ลดความเสี่ยงตาบอดตอนแก่

by kai @3 พ.ย. 49 15:40 ( IP : 58...231 ) | Tags : ข่าวสุขภาพประจำวัน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 3 พฤศจิกายน 2549 11:06 น.

เดลิเมล์ - ผลวิจัยระบุการออกกำลังกายแบบที่ทำให้เสียเหงื่อเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ช่วยลดความเสี่ยงของอาการสายตาเสื่อมในผู้สูงอายุได้ถึง 70%

ทั้งนี้ นักวิจัยเชื่อว่า การออกกำลังกายช่วยรักษาสายตาได้ จากการช่วยปกป้องเส้นเลือดสำคัญที่หล่อเลี้ยงดวงตา

โรคจอประสาทตาเสื่อม (macular degeneration) ที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของกล้ามเนื้อบริเวณเล็กๆ ของเรตินาที่รับสีและรายละเอียดของภาพ ส่งผลต่อความสามารถในการมองเห็นของคนกว่าครึ่งที่อายุ 75 ปีขึ้นไป

ผู้ที่ประสบปัญหานี้จะพบว่า จุดศูนย์กลางการรับภาพค่อยๆ เสื่อมลง ทำให้ทำกิจกรรมบางอย่างลำบากขึ้น เช่น อ่านหนังสือ ขับรถ และดูทีวี

แม้ผู้มีอาการสายตาเสื่อมยังสามารถมองเห็นขอบด้านข้างของภาพได้ ทว่า ความเสียหายที่เกิดกับศูนย์กลางการรับภาพ อาจทำให้บางคนถูกวินิจฉัยว่าตาบอด หรือมองเห็นเพียงบางส่วน

การศึกษานี้พิจารณาจากผลของการออกกำลังกายที่มีต่อภาวะที่เรียกว่าโรคจอประสาทตาเสื่อมแบบเปียก (wet age-related macular degeneration) ซึ่งเกิดจากการมีเส้นเลือดผิดปกติงอกอยู่บริเวณใต้จอประสาทตา เส้นเลือดเหล่านี้แตกง่าย ทำให้เลือดและของเหลวที่อยู่ภายในไหลซึมออกมา จุดศูนย์กลางรับภาพจึงบวม ผู้มีอาการจะเริ่มมองเห็นภาพตรงกลางบิดเบี้ยว ต่อมาอาจเกิดการทำลายของจอประสาทตาอย่างรวดเร็ว เมื่อเซลล์ประสาทตาตาย ผู้ป่วยจะสูญเสียการมองเห็น

ในการศึกษานี้ ชาย-หญิงอายุระหว่าง 43-86 ปีจำนวนกว่า 4,000 คน ถูกตั้งคำถามว่า ออกกำลังกายแบบเสียเหงื่อ อาทิ การขี่จักรยาน เต้นรำ และวิ่ง บ่อยแค่ไหน หรือขึ้น-ลงบันไดหรือเดินมากแค่ไหนในแต่ละวัน อย่างไรก็ดี การขึ้น-ลงบันไดไม่มีผลต่อโรคจอประสาทตาเสื่อม

จากการวิเคราะห์ข้อมูลของนักวิจัยมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน สหรัฐฯ พบว่าคนที่ออกกำลังกายแบบเสียเหงื่ออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมแบบเปียกลดลง 70%

ส่วนคนที่ออกกำลังกายแบบเบาๆ เช่น เดินวันละเกิน 12 ช่วงตึก มีแนวโน้มที่จะมีอาการดังกล่าวน้อยลง 30%

ผลลัพธ์นี้ถูกต้องแม้เมื่อพิจารณาปัจจัยด้านน้ำหนักตัว อายุ และปัจจัยอื่นๆ ที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมประกอบด้วยก็ตาม

ในวารสารบริติช เจอร์นัล ออฟ ออปทัลโมโลจี นักวิจัยระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่โภชนาการอาจมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพดวงตา โดยก่อนหน้านี้มีผลวิจัยอีกหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่า คนที่กินน้ำมันปลาเป็นประจำมีแนวโน้มเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมลดลง โดยเชื่อกันว่า กรดไขมันจากปลา ซึ่งรวมถึงโอเมกา-3 มีความสำคัญต่อสุขภาพดวงตาเช่นเดียวกัน

Relate topics

Comment #1คนไทยเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม 2 คน ใน 10,000 คน
วีระชัย (Not Member)
Posted @14 ม.ค. 52 18:39 ip : 58...241

โรคจอประสาทตาเสื่อม อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
                                      คนไทยเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม 2 คน ใน 10,000 คน

                  โรคจอประสาทตาเสื่อมส่วนใหญ่มักจะพบบ่อยในคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป แต่คนที่อายุ 30 กว่าปีก็อาจจะเป็นได้เหมือนกัน นอกจากนั้น อาจจะพบได้ในผู้ป่วยที่ สายตาสั้น ผู้ป่วยที่ เป็นโรคเบาหวาน และการ สูบบุหรี่ ก็เป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรค หรือคนที่ กินยาลดความดัน มีระดับไขมันในเส้นเลือดสูง  กลุ่มนี้ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมได้เช่นกัน

                  “โรคจอประสาทตาเสื่อม” เกิดจากการเสื่อมสภาพของร่างกาย เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ผนังใต้ตาจะบางลง ทำให้เส้นเลือดที่อยู่บริเวณใต้ตางอกขึ้นมาบริเวณใต้ศูนย์กลางจอประสาทตา และจากการที่มีการสร้างสารที่เรียกว่า Vascular Endothelial Growth Factor (VEGF) จะเป็นตัวกระตุ้นให้มีการสร้างเส้นเลือดใหม่ ทำให้ตรงศูนย์กลางจอประสาทตาบวม ส่งผลให้การมองเห็นลดลง

            ปัจจุบัน ได้คิดค้นจนได้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถป้องกันการเกิดและแก้ปัญหา โรคจอประสาทตาเสื่อม อย่างได้ผล โดยไม่ต้อง หยดตาหรือผ่าตัด ด้วยผลิตภัณฑ์ ไฮ-มาริโกลด์ พลัส

          ไฮ-มาริโกลด์ ได้ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เพื่อที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับสายตา ช่วยเพิ่มความแม่นยำให้กับการมองเห็นและช่วย ป้องกันโรคจุดรับภาพที่จอประสาทตา เสื่อมในผู้สูงอายุ (เอเอ็มดี) จอประสาทหลุดลอก , ต้อหิน  , ต้อกระจก สายตาพร่ามัว สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง ตาบอดสี

      ผู้ที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของเราจึงสามารถสัมผัสถึงผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็วภายใน 2 วัน

                    ไฮ-มาริโกลด์ พลัส ได้รับเลขที่ อย. ที่ 10-3-12050-1-003

    ดูข้อมูลได้ที่ http://veerachai.wellness21.com หรือ www.wellness21.com     อีเมล์ veerachai-wellness21@hotmail.com

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว