ลุ้นระทึกพลิกโฉม 30 บ. ช่วย "คนจน" ไม่สน "คนรวย"
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 30 ตุลาคม 2549 13:04 น.
กระทรวงสาธารณสุขนัดสำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติถกอนาคต "30 บาท" บ่าย 2 วันนี้ "หมอมงคล" แย้มหากรัฐบาลไม่สามารถเพิ่มภาษี หรือไม่สามารถเพิ่มงบประมาณรายหัวได้ก็ต้องปรับนโยบายใหม่ เปลี่ยนมาเป็นการช่วยเฉพาะคนจน หรือคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เท่านั้น ขณะที่ "หมอหงวน" แผยรัฐบาลทักษิณยังค้างเบิกจ่ายงบประมาณโครงการ 30 บาท ให้กับ สปสช. อีก 9,700 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น.วันนี้ (30 ต.ค.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) จัดนัดประชุมร่วมกันเกี่ยวกับโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือโครงการ 30 บาท เพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตและการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น จากนั้นจะเปิดแถลงข่าวถึงผลสรุปในเวลา 15.00 น.
ทั้งนี้ นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า วาระสำคัญ คือ การพิจารณานโยบายการยกเลิกเก็บ 30 บาท โดยการปรับเปลี่ยนระบบในครั้งนี้เป็นการนำข้อมูลผลการศึกษาที่หลายฝ่ายทำไว้แล้วมาหารือใหม่และนำมาตีแผ่ให้ชัดเจนขึ้น ซึ่งตั้งใจว่าจะทำให้เร็วที่สุด เพราะการปรับเปลี่ยนบริหารระบบเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเร่งทำ เพราะที่ผ่านมาติดปัญหาไม่สามารถสรุปได้ โดยประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาคือต้องยอมรับว่ารัฐบาลมีงบประมาณไม่เพียงพอ
ทั้งนี้ เรื่องที่สำคัญที่สุด คือ การอธิบายการทำงานของระบบ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่จะทำให้ระบบก้าวไปสู่แนวทางที่ถูกต้อง ที่ผ่านมายอมรับว่าระบบมีปัญหาทำให้ต้องมาคิดว่ายังขาดอะไรบ้าง ซึ่งการจัดสรรงบประมาณรายหัวจะต้องพิจารณาองค์ประอบหลายปัจจัย โดเฉพาะปัจจัยฐานภาษี การจัดสรรงบประมาณ หากพิจารณาแล้วว่ารัฐบาลไม่สามารถเพิ่มภาษี หรือไม่สามารถเพิ่มงบประมาณรายหัวได้ก็ต้องปรับนโยบาย 30 บาทใหม่ เปลี่ยนมาเป็นการช่วยเฉพาะคนจน หรือคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เท่านั้น
"หากรัฐบาลไม่มีเงินก็ไม่จำเป็นต้องช่วยทุกคนถ้วนหน้าทั้งจนทั้งรวย ถ้าไม่รวยจะอยู่อย่างคนรวยคงไม่ได้ รัฐบาลมีเงินเท่าไร ก็ต้องใช้ตามกรอบเท่านั้น การทำงานขณะนี้เราไม่ใช่นักการเมืองแต่ทำงานอย่างนักปฏิบัติ จึงต้องพูดความจริงให้ทุกคนได้รู้ว่าเมื่อเป็นไปไม่ได้ที่จะบริหารโครงการอย่างที่หวังก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยน มิฉะนั้น จะเป็นปัญหาทั้งระบบ โดยเฉพาะโรงเรียนแพทย์ก็ไม่สามารถผลิตแพทย์ที่มีคุณภาพได้ เพราะงบประมาณจำกัด ส่วนการบริการประชาชนก็ทำไม่ได้ดีเพราะเงินไม่พอ สุดท้ายประชาชนก็จะเป็นผู้เสียประโยชน์"
นพ.มงคล กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นการแยกเงินเดือนบุคลากรออกจากงบประมาณรายหัวเป็นเรื่องที่ต้องนำมาหารือเพราะขณะนี้ควรยอมรับความจริงว่าไม่สามารถแยกสถานพยาบาลเป็นองค์กรอิสระได้เพราะไม่มีฐานรองรับ ทำให้ข้าราชการในระบบทั้งแพทย์ พยาบาล รู้สึกด้อยศักดิ์ศรี เพราะมีความรู้ความสามารถเท่ากับข้าราชการกระทรวงอื่นๆ แต่กลับรู้สึกว่าต้องเบียดบังเงินประชาชนโดยต้องเอาเงินเดือนมาจากงบประมาณรายหัวและยังทำให้ประชาชนคิดว่า รัฐบาลให้งบประมาณรายหัวเกือบ 2,000 บาท ก็ควรจะได้รับการบริการที่ดี แต่ความจริงร้อยละ 60 ของงบประมาณรายหัวจะถูกตัดเป็นเงินเดือนบุคลากร ทำให้มีงบประมาณดูแลเรื่องการบริการเพียง 400-500 บาท/หัวเท่านั้น
ด้านนพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพจะหารือเรื่องดังกล่าวให้ได้ข้อสรุปอย่างชัดเจนว่าจะดำเนินงานในทิศทางใด ซึ่งประเด็นสำคัญไม่ใช่เรื่องการยกเลิกเก็บเงิน แต่อยู่ที่การจัดสรรงบประมาณรายหัวว่ารัฐบาลจะจัดสรรให้เพียงพอหรือไม่ เพราะโครงการหลักประกันสุขภาพจำเป็นจะต้องใช้งบประมาณมากพอที่จะทำให้ไม่ให้เกิดภาระต่อสถานพยาบาล ซึ่งปัจจุบันมีรายจ่ายต่อหัวอยู่ที่ 1,659 บาท และในปี 2550 สปสช.ได้เสนอขอเพิ่มงบประมาณรายหัวเป็น 2,089 บาท แต่ยังเป็นตัวเลขที่ศึกษาไว้ก่อนที่จะมีนโยบายยกเลิกเก็บ 30 บาท
"ในการประชุมคณะกรรมการจะมีการพิจารณาหลายวาระ นอกจากเรื่องงบประมาณ จะมีการประเมินผลกระทบจากการยกเลิกเก็บเงิน 30 บาทในหลายด้าน ไม่ว่าผลกระทบต่อสถานพยาบาลว่าผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ส่งผลทางจิตวิทยาต่อบุคลากรทางการแพทย์หรือไม่ แม้ว่าการยกเลิกเก็บเงิน 30 บาทจะไม่กระทบต่อระบบมากนัก เพราะคิดเป็นสัดส่วนแล้วไม่เกินร้อยละ 2 ของกองทุนเท่านั้น คือประมาณไม่เกิน 2,000 ล้านบาท แต่ต้องสร้างความมั่นใจต่อสถานพยาบาลว่าหากต้องรับภาระหนักกว่าเดิมแล้วจะมีงบประมาณให้อย่างเพียงพอ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลชุดที่แล้วยังค้างเบิกจ่ายงบประมาณโครงการ 30 บาท ให้กับ สปสช. อีก 9,700 ล้านบาท" นพ.สงวนกล่าว
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง
