สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

แฉไร้คุณภาพ งานวิจัยที่ชี้ว่า “โฆษณาเหล้าไม่มีผลต่อการดื่ม”

by kai @20 ก.ย. 49 01:28 ( IP : 222...142 ) | Tags : สาระน่ารู้

แฉไร้คุณภาพ งานวิจัยที่ชี้ว่า "โฆษณาเหล้าไม่มีผลต่อการดื่ม"

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 กันยายน 2549 15:07 น.


              กรมพินิจฯ เผย ยอดเด็กและเยาวชนปี 49 ทำผิดพุ่งสูง วิจัยลึกเด็กและเยาวชน 73% เคยดื่มสุรา 33.3% ทำผิดตอนก๊ง ก่อคดีรุนแรง เด็กย้ำโฆษณามีผลต่อการดื่ม ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ชี้งานวิจัยสหรัฐฯยัน เงินโฆษณาเพิ่ม คนยิ่งดื่มมาก หนุน สธ.ห้ามโฆษณาเหล้า ทุกสื่อ ทุกรูปแบบ ซัดงานวิจัยโฆษณาเหล้าไม่มีผลต่อการดื่ม แค่ผิวเผิน ควรแจ้งที่มาแหล่งทุน
      นายไพโรจน์ ถัดทะพงษ์ รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า สถิติเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดกฎหมาย ถูกนำมาควบคุมและฝึกอบรมในสถานพินิจฯ เพิ่มขึ้นทุกปีจาก 33,308 ราย ในปี 2547 เป็น 36,080 ราย ในปี 2548 โดยในช่วง 7 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ค) ของปี 2549 มีจำนวนสูงถึง 25,320 ราย ขณะที่การกระทำความผิด ก็รุนแรงมากขึ้น ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่กระตุ้นให้กระทำผิด คือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยกรมพินิจฯ ได้ศึกษาพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจฯ จำนวน 6,126 ราย พบว่ามีประสบการณ์ดื่มเครื่องดื่มถึง 4,455 คน หรือประมาณร้อยละ 73 ในจำนวนนี้ร้อยละ 33.3 ยอมรับว่า กระทำผิดขณะกำลังดื่มสุรา
      น.ส.วณี กอสุวรรณศิริ หัวหน้าฝ่ายแผนงานและงบประมาณ กล่าวว่า ในการศึกษาเชิงลึก พบว่า ร้อยละ 42.6 กระทำผิดหลังจากดื่มสุราไม่ถึง 5 ชม อีกร้อยละ 57.4 กระทำผิดหลังจากดื่มสุราแล้วมากกว่า 5 ชม.การกระทำความผิดเหล่านี้ เมื่อจำแนกตามฐานความผิด พบว่า ราวร้อยละ 40-50 ก่อความผิดที่รุนแรงเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย ทรัพย์ และเพศ โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 76 กระทำผิดโดยไม่ได้คิดไตร่ตรองไว้ก่อน แต่ที่น่าตกใจ ก็คือ มีถึงร้อยละ 50.2 ยอมรับว่า กระทำผิดเพราะต้องการหาเงินไปใช้หนี้ แสดงให้เห็นว่า การใช้จ่ายของเด็กยุคนี้ เป็นไปตามกระแสบริโภคนิยม ใช้จ่ายเกินตัว และมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นตัวกระตุ้นให้พวกเขา ขาดสติตกเป็นเหยื่อของสังคมและเป็นอันตรายต่อผู้อื่น โดยร้อยละ 84.4 เริ่มดื่มเพราะอยากลอง และสื่อที่มีอิทธิพลต่อการดื่มมากที่สุด คือ การโฆษณาผ่านโทรทัศน์
      "เครื่องดื่มที่เด็กดื่มมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ 1.เบียร์ 2.วิสกี้/บรั่นดี 3.เหล้าขาว/ยาดอง การดื่มแต่ละครั้งส่วนใหญ่จะเกิน 5 แก้ว หรือมากกว่า ซึ่งปริมาณขนาดนี้ จะกระทบแบบเฉียบพลันต่อระบบประสาท ผู้ดื่มจะมีปัญหาในการควบคุมตนเอง ขาดสติยั้งคิด เพิ่มโอกาสในการตัดสินใจไม่ถูกต้อง และมีเยาวชนร้อยละ 33.8 ใช้เวลาในการดื่มแต่ละครั้งมากกว่า 5 ชม.สถานที่ที่ซื้อพบว่าร้อยละ 61 ซื้อจากร้านโชวห่วย ร้านค้าในตลาด ตามมาด้วยร้านสะดวกซื้อ ห้าง ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมกันร้อยละ 39 จึงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นการกระทำผิดกฎหมาย หากจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี" น.ส.วณี กล่าว
      นพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผอ.ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา กล่าวว่า คนไทยบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถึง 16.2 ล้านคน หรือ คิดเป็นร้อยละ 32.7 ของประชากรไทยวัย 15 ปีขึ้นไป ปริมาณการดื่มเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว ในเวลา 14 ปี หากคิดเฉพาะการดื่มเบียร์เพิ่มขึ้น 8 เท่าตัว การสำรวจล่าสุดในปี 2547 พบว่า วัยรุ่นดื่มเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจถึงร้อยละ 21 ของวัยรุ่นชาย หรือ 1 ล้านคนที่ดื่ม และวัยรุ่นหญิงดื่มเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า ในเวลา 7 ปี จากร้อยละ 1 เป็น ร้อยละ 5.6 มีงานวิจัยยืนยันว่าเด็กที่เริ่มดื่มตั้งแต่อายุยิ่งน้อย ยิ่งมีปัญหาจากการดื่มยิ่งมาก เมื่อเทียบกับคนที่เริ่มดื่มเมื่ออายุมากกว่า
      "ปัจจัยสำคัญที่มีผลทำให้วัยรุ่นกลายเป็นนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มขึ้น คือ การโฆษณาโดยงานวิจัยในประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า เยาวชนอายุ 15 - 26 ปี ที่เห็นการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 โฆษณาต่อเดือน จะทำให้พวกเขาดื่มเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 1 และเยาวชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากๆ จะดื่มมากกว่าคนที่ไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น โดยยิ่งเห็นโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเท่าไร จะดื่มแบบเมาหัวราน้ำร้อยละ 33 มากเป็น 2 เท่าของกลุ่มที่เห็นโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์น้อย ซึ่งงบโฆษณาที่เพิ่มขึ้นทุก 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะเพิ่มปริมาณการดื่มได้ถึงร้อยละ 3 การโฆษณาจึงมีผลต่อการดื่มอย่างชัดเจน" นพ.บัณฑิต กล่าว
      จากผลสำรวจล่าสุดของสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ยังยืนยันได้ว่า การโฆษณามีผลต่อการสร้างทัศนคติของวัยรุ่น ตัวอย่างเช่น การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา ที่บริษัทเบียร์เป็นเจ้าภาพ ทำให้เด็กและเยาวชนรู้สึกขอบคุณ และยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนเบียร์ตอบแทนถึง 71.4% สำหรับงานวิจัยที่สอบถามแค่ผิวเผิน ว่า การโฆษณามีผลต่อการดื่มหรือไม่ หรือถ้าไม่มีโฆษณาแล้วจะหยุดดื่มหรือเปล่า เป็นงานวิจัยที่ตื้นเขิน เพราะอิทธิพลการโฆษณาไม่ได้เกิดผลโดยเฉียบพลัน การโฆษณามีผลโดยทางอ้อมต่อการดื่ม ผู้บริโภคจะเลือกสินค้าเฉพาะที่ตนเคยเห็นเคยรับรู้ และพลังเพื่อนที่ชักชวนให้ทดลองใช้สินค้าใหม่จากการรับรู้ทางโฆษณาผลสูงต่อเยาวชน การทำให้เยาวชนรับรู้สินค้า/ยี่ห้อ เกิดความอยากลอง และส่งผลต่อการเพิ่มทั้งมาร์เก็ตแชร์ และมาร์เก็ตไซต์ของธุรกิจในที่สุด และการเผยแพร่งานวิจัยควรบอกที่มาของแหล่งทุนด้วยเนื่องจากว่าธุรกิจสุรามักกล่าวอ้างข้อมูลเพื่อคัดค้านมาตรการต่างๆ ในการควบคุมการบริโภคด้วยงานวิจัยที่ขาดจริยธรรม
      ผอ.ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา กล่าวอีกว่า ประเทศที่ควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิ นอร์เวย์ ไอร์แลนด์ อียิปต์ จะมีผู้ดื่มน้อยกว่าประเทศที่ไม่ควบคุมถึงร้อยละ 16 และเกิดอุบัติเหตุจราจรน้อยกว่าร้อยละ 23 ที่สำคัญเยาวชนดื่มน้อยลงจากร้อยละ 25 เหลือร้อยละ 21 และการดื่มแบบเมาหัวราน้ำลดลงจากร้อยละ 12 เหลือร้อยละ 7 การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือการทำร้ายเยาวชน ที่มุ่งเป้าดึงดูดให้เด็กซึมซับยอมรับ ว่าการดื่มคือเรื่องเท่ ความสนุกสาน หรูหรามีระดับ สร้างทัศนคติให้เห็นว่าคือสิ่งดี จากนั้นจึงอยากดื่ม อยากรู้ อยากลอง และนำมาซึ่งการขาดสติ ดังตัวอย่างของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจฯ จึงขอสนับสนุนให้กระทรวงสาธารณสุขบังคับใช้กฎหมายการห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ในทุกสื่อ เพื่อปกป้องลูกหลานไทยทุกคน

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว