วงเสวนา "มาร์ค-เอกชนหาดใหญ่" ค้านประกาศใช้พรก.ขอมาตรการความปลอดภัยด่วน
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 กันยายน 2549 19:28 น.
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - หัวหน้าพรรคประชาธิปปัตย์ นำทีม ส.ส.ใต้ พบประผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และผู้ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์ลอบวางระเบิด ภายในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นวิกฤตทำลายการท่องเที่ยวที่รุนแรงที่สุด โดยที่ประชุมเห็นด้วย กับการเร่งสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยเป็นอันดับแรก อัดมาตรการติดตั้งกล้อง CCTV 130 จุดในแหล่งท่องเที่ยวหาดใหญ่จากภาครัฐเหลว ไม่มีความคืบหน้าจนเกิดเหตุซ้ำสอง ชี้ผลกระทบท่องเที่ยวซบนานไม่น้อยกว่าครึ่งปี โดยเทศกาลกินเจ-วันฮารีรายอที่กำลังจะมาถึงมีการยกเลิกห้องพักแล้ว 50%
"มาร์ค" นำทีม ส.ส.ใต้ตั้งวงถกเอกชนช่วยเหลือหาดใหญ่
วันนี้ (19 ก.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลนครหาดใหญ่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปปัตย์ และ ทีม ส.ส.ประชาธิปัตย์ จ.สงขลา ได้เดินทางมาประชุม โดยมีนายไพร พัฒโน นายกเทศบาลนครสงขลา และทีมบริหาร ตัวแทนจากสมาคมภาคธุรกิจทั้ง สมาพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา, สมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา, หอการค้าจังหวัดสงขลา และประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดใน อ.หาดใหญ่ เป็นต้น เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น นำไปสู่การหามาตรการช่วยเหลือ แก้ไขต่อผลกระทบของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายพฤกษ์ พัฒโน รองนายกเทศมนตรี กล่าวว่า นับแต่เกิดเหตุความไม่สงบใน 3 จชต.รุนแรงตั้งแต่ 4 ม.ค.2547 เป็นต้นมา ทำให้การท่องเที่ยวของ อ.หาดใหญ่ ได้รับผลกระทบไปด้วยเนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัย จึงได้ให้ อ.หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหา จนกระทั่งเกิดเหตุวินาศกรรมห้างสรรพสินค้า และสนามบินนานาชาติเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2548 ทุกภาคส่วนของหาดใหญ่ก็ได้ระดมช่วยเหลือ สร้างขวัญและกำลังใจกลับคืนมาได้ โดยจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว อบรมความรู้เจ้าหน้าที่เพื่อเป็นหูเป็นตา ซึ่งทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวกลับคืนมาในปีนี้เกือบ 100%
ยกเว้นการวางแผนป้องกันจุดสำคัญ โดยการติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV ที่ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากเกิดเหตุวินาศกรรม 3 เม.ย.กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งตั้งกล้องวงจรปิด 3 จชต. และ อ.หาดใหญ่ 130 จุด จำนวน 200 ตัว รวมทั้ง 4 จังหวัด 900 ตัว เมื่อ ก.ค. 2548 และปีงบประมาณ 2549 อีก 100 ตัว เป็นเงิน 10 ล้านบาท แต่เมื่อมีการยุบสภา ดำเนินการไม่คืบหน้าใดๆ ขณะที่เทศบาลนครหาดใหญ่ ก็ได้เตรียมงบ 10 ล้านบาทเพื่อจะติดตั้งเอง แต่เกิดเหตการณ์ระเบิดซ้ำรอยเสียก่อน และนับว่าเป็นวิกฤตสูงสุดเท่าที่ อ.หาดใหญ่เคยเจอ
ทัวร์ต่างชาติยกเลิกห้องพักต่อเนื่อง 50% แล้ว
นายสมชาติ พิมพ์ธนะพูนพร นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ - สงขลา เปิดเผยว่า หลังเมืองหาดใหญ่ประสบเหตุนั้น ทำให้นักท่องเที่ยวได้ยกเลิกจองห้องพักในช่วงเทศกาลกินเจ และวันฮารีรายอ ระหว่างวันที่ 21-24 ตุลาคมนี้แล้วประมาณ 50% ทั้งที่ก่อนนี้กรุ๊ปทั่วร์ ได้สั่งจองห้องพักแล้ว 90% และปลายปียังเป็นช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อโรงแรมใน อ.หาดใหญ่ คล้ายกับวิกฤตปี 2548 ที่โรงแรมต่างๆ ที่รายได้ลดลงอาจจะประกาศขายกิจการอีก เนื่องจากรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว ซึ่งมีโรงแรม 4-5 แห่ง ที่ประสบปัญหาดังกล่าว จึงไม่ควรปล่อยให้หาดใหญ่มีบรรยากาศที่ซบเซา หากไม่สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยการช่วยเหลือทางเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการก็ไม่เกิดประโยชน์
หาดใหญ่ประสานเสียงค้านใช้ "พ.ร.ก." ซ้ำเติมปัญหา
สำหรับกรณีที่มีการเสนอให้ประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เช่นเดียวกับ 3 จังหวัดชายแดนใต้นั้น นายโอฬาร อุยยะกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา กล่าวว่า แม้ไม่ออก พรก.เหตุการณ์ก็ย่ำแย่แล้ว เนื่องจากข่าวที่ออกทางสื่อได้แพร่หลายไปทั่วโลก และเหมารวมถึงภาคใต้
แม้จะมีกาลดภาษี ส่งเสริมการลงทุน ก็ไม่สำคัญเท่าสร้างความปลอดภัย เพื่อขับเคลื่อนทุกภาคส่วน ให้ดำเนินต่อไปดีกว่า และไม่อยากให้คนหาดใหญ่หวังพึ่งพาราชการจนเกินเหตุ แต่ควรร่วมมือกันของผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน เพื่อเป็นหูเป็นตา โดยภาครัฐอาจจะมีส่วนในการแนะนำเทคนิค การสังเกตความผิดปกติต่างๆ คล้ายกับ "ยุทธการสำเพ็ง" ที่คนในชุมชนที่มีส่วนได้-เสีย ร่วมมือกันดูแลท้องถิ่น
ด้านนายสมชาติ พิมพ์ธนะพูนพร นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ - สงขลา เปิดเผยว่า ตนและประชาชนในหาดใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาด้วยวิธีดังกล่าว เนื่องจากหาดใหญ่มีลักษณะพิเศษเป็นเมืองท่องเที่ยว หากมีทหารเดินถือปืนดูแลความปลอดภัย เป็นภาพที่กระทบต่อการท่องเที่ยวยิ่งเสียหาย ซึ่งวิธีการดังกล่าว ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องความปลอดภัยได้ทั้งหมด แต่ยิ่งซ้ำเติมปัญหาให้ลุกลามมากขึ้น
ภาคท่องเที่ยวแนะกู้วิกฤตความปลอดภัยดึงเศรษฐกิจ
นายนิมิตร ชัยจิระธิกุล นายกสมาพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า การสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่จะช่วยเหลือเมืองหาดใหญ่ในทุกๆ ด้าน ทั้งประชาชนที่หาเช้ากินค่ำ นักท่องเที่ยว เมื่อมีความมั่นใจแล้วการลงทุนและบรรยากาศของการท่องเที่ยวก็จะกลับคืนมาเอง เหตุระเบิดในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบไม่น้อยกว่า 5-6 เดือนอย่างแน่นอน และเป็นที่น่าสังเกตว่า ปัจจุบันประชากรที่เพิ่มขึ้นเป็นกว่าล้านคน แต่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลความปลอดภัยชีวิต และทรัพย์สินประชาชนยังมีเท่าเดิมประมาณ 340 นายเท่านั้น ไม่แตกต่างจาก 15 ปีที่แล้วที่ประชากรมีเพียง 300,000 คนก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านี้ แต่การดูแลนั้นมีพื้นที่ทั้งอำเภอ
ด้านนายกวิศพงษ์ สิริธนวงศ์สกุล รองประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า หอการค้าฯ ได้ร่วมสรุปแนวทางการช่วยเหลือให้ อ.หาดใหญ่ กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ดังนี้ 1.ต้องเร่งสร้างภาพเมืองหาดใหญ่ว่าเหตุระเบิดได้ยุติแล้วตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งสื่อมวลชนไม่ควรที่จะนำเสนอภาพเหตุการณ์นั้นซ้ำๆ เป็นระยะติดต่อกันหลายวันอีก 2.เชิญชวนให้มีการจัดสัมมนาต่างๆ ใน อ.หาดใหญ่ เพื่อยืนยันในความปลอดภัย 3.ตั้งจุดตรวจทุกเส้นทางเข้าออกสู่ อ.หาดใหญ่ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสกัดไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้ามาในพื้นที่ 4.สร้างความเป็นเอกภาพของผู้บริหารที่มีส่วนดูแลปัญหาให้แก้ไขในทิศทางที่สอดคล้องกัน และเมื่อเหตุการณ์เป็นปกติแล้ว ภาครัฐก็ควรจะมีการออกมาตรการกระตุ้นให้เกิดการลงทุน
ด้านนางนฤมล อมรรัตน์วิทยา เจ้าของศูนย์การค้าโอเดี้ยน ชอปปิ้ง มอลล์ ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุระเบิด เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทุกคนเสียขวัญ แต่ก็มีกำลังใจขึ้นมามากจากการเสด็จเยี่ยมของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา แต่อยากจะให้ภาครัฐนั้นหามาตรการสร้างความมั่นใจที่ชัดเจน ซึ่ง ททท.มีความพร้อมที่จะประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ให้กับนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว
นางนฤมล ยังกล่าวด้วยว่า ในวันเกิดเหตุนั้น ได้ดูแลลูกค้าและพนักงานที่อยู่ภายในห้างอย่างปลอดภัยที่สุด พร้อมกับเปิดบริการในวันรุ่งขึ้นทันที เพื่อไม่ให้กระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว แม้ว่าจะมีลูกค้ามาใช้บริการน้อยกว่าปกติ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ สถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีช่องหนึ่งที่เกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ได้ตั้งหลักรายงานสดหน้าศูนย์การค้าว่าทุกห้างใน อ.หาดใหญ่ ปิดบริการทั้งหมด ทั้งที่ออกอากาศก่อนเวลาห้างเปิด เกิดความผิดพลาดในการรายงานข่าวทำให้ประชาชนที่รับชมเข้าใจผิด อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการใน อ.หาดใหญ่ ก็ไม่ยอมแพ้ต่อวิกฤตดังกล่าว จะขอสู้เป็นแมวเก้าชีวิตก็ยอม
นายกเล็กเสนอโครงการตาสับปะรดดูแลกันเอง
นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวว่า ในส่วนของเทศบาลนั้นได้หารือเพื่อทำโครงการตาสับปะรดในการเฝ้าระวังเหตุ ซึ่งหากประชาชนมีความเห็นชอบด้วยก็สามารถเริ่มได้เลย เนื่องจากกำลังสำคัญของโครงการนี้มาจากพลังของประชาชนที่ร่วมเสียสละช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการเป็นหูเป็นตา โดยแนวคิดนี้ได้มาจากพลตรีท่านหนึ่งที่ได้แนะนำ ซึ่งใน จ.นราธิวาสนั้น ประชาชน เอกชนได้รวมตัวขึ้นเป็นหูเป็นตาดูแลกันเอง โดยไม่พึ่งพาภาครัฐมากเกินไป และเมื่อผู้บริหารระดับสูงทราบข่าวก็ได้ให้ความช่วยเหลือด้วย
หลักสำคัญของโครงการตาสับปะรด จะมีการอบรมอาสาสมัครในโครงการ และทำงานดูแลความเรียบร้อยอย่างไม่เป็นทางการ ไม่มีเวลาที่แน่นอน เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตของฝ่ายตรงข้าม แต่ทุกร้านค้าต้องร่วมเป็นเครือข่าย ซึ่งจะทำให้การก่อเหตุของฝ่ายตรงข้ามเป็นไปได้ยาก เพราะกลุ่มคนร้ายนั้นก็ต้องเตรียมการ หาเส้นทางการหลบหนี ที่กบดาน ถ้าวิเคราะห์แล้วว่าก่อเหตุแล้วหนีได้ยากก็จะทำได้สำเร็จยากขึ้น
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง