สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

สธ.เผยคนไทย12ล้าน-ป่วยเป็นโรค"พุงพลุ้ย"

by kai @4 ก.ย. 49 16:17 ( IP : 58...63 ) | Tags : ข่าวสุขภาพประจำวัน

สธ.เผยคนไทย12ล้าน-ป่วยเป็นโรค"พุงพลุ้ย"

ชี้น่าห่วงชาย-หญิงอายุมากเกิน35ปี

สาธารณสุขเตือนภัยโรค"พุงพลุ้ย" โรคใหม่มาแรง สำรวจพบคนไทยอายุ 35 ปีขึ้นไปทั้งชาย-หญิง จำนวน 1 ใน 3 หรือ 12 ล้านคนมีปัญหาลงพุง หรือหุ่นอาเสี่ย รอบเอวใหญ่เกินมาตรฐาน เสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่นตามมาทั้งความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน และหลอดเลือดตีบตัน เผยวิธีป้องกันต้องแก้ไขเรื่องการกิน และหมั่นออกกำลังกาย ระบุมาตรฐานชายไทยเอวไม่ควรเกิน 36 นิ้ว ส่วนผู้หญิงไม่ควรเกิน 32 นิ้ว สธ.เตรียมจับมือหลายหน่วยงาน ออกรณรงค์ในคน 4 กลุ่ม เริ่มเดือนธ.ค.นี้

กระทรวงสาธารณสุขเตือนภัยโรคหุ่นอาเสี่ย ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ก.ย. นายสง่า ดามาพงษ์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้คนไทยและคนทั่วโลกนอกจากกำลังเผชิญกับการระบาดของโรคไข้หวัดนกแล้ว ยังต้องเผชิญกับโรคภัยที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิต เมื่อเป็นแล้วจะรักษายากและมักรักษาไม่หายขาด คือโรคเมตาบอลิค ซินโดรม (Metabolic syndrome) เป็นโรคใหม่ที่กำลังมาแรงในศตวรรษที่ 21 นี้ ลักษณะเด่นคือ อ้วนลงพุง พุงพลุ้ย หรือหุ่นอาเสี่ยที่คนสมัยก่อนชอบพูดกัน แต่สมัยนี้ความอ้วนไม่ใช่สิ่งบ่งบอกถึงฐานะอีกต่อไปแล้ว แต่ความอ้วนจะเป็นตัวทำนายอายุและสุขภาพในอนาคตได้ด้วย

โฆษกกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าคนไทยอายุ 35 ปีขึ้นไป ในรอบ 5-6 ปีมานี้ อ้วนลงพุงเกือบร้อยละ 30 หรือประมาณ 12 ล้านคน โดยเป็นผู้หญิงถึงร้อยละ 50 ส่วนชายพบร้อยละ 21 กล่าวได้ว่าในกลุ่มคนไทยวัยนี้ทุก 3 คนจะมีคนอ้วนลงพุง 1 คน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นวัยที่ลูกหลานมักให้พักผ่อนอยู่บ้าน ไม่ให้ทำงาน การอ้วนลงพุงเป็นต้นเหตุให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดตีบตัน

"สาเหตุสำคัญที่สุดเกิดจากพฤติกรรมการกินการอยู่ โดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่มีเนื้อล้วนๆ อาหารรสจัด เช่น มันจัด หวานจัด เค็มจัด กินผักผลไม้น้อย เดินน้อยลง และขาดการออกกำลังกาย ดังนั้น วิธีป้องกันจึงต้องหันกลับมาใช้ชีวิตที่ตรงกันข้าม คือ กินอาหารผักผลไม้ให้มากขึ้น ลดอาหารรสจัด ออกกำลังกายทุกวัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที ทั้งนี้โรคอ้วนลงพุงเป็นภาวะที่ร่างกายมีไขมันสะสมในบริเวณช่องท้องมากกว่าปกติ สามารถทราบได้โดยใช้เส้นรอบเอวเป็นตัวชี้วัด ในผู้ชายเอเชียรวมทั้งคนไทยมาตรฐานไม่ควรเกิน 90 เซนติเมตร หรือ 36 นิ้ว และในผู้หญิงไม่ควรเกิน 80 เซนติเมตร หรือ 32 นิ้ว" นายสง่ากล่าว

นายสง่ากล่าวต่ออีกว่า กระทรวงสาธารณสุขจะร่วมกับหลายหน่วยงานรณรงค์ให้คนไทยทั้งคนที่ยังไม่เป็นและคนที่เป็นโรคแล้วตระหนักถึงภัยร้ายของกลุ่มโรคดังกล่าว โดยกำหนดแนวทางการรณรงค์ในคน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มคนที่ยังไม่อ้วน คือมีรอบเอวไม่เกิน 80-90 เซนติเมตร 2.กลุ่มคนที่มีรอบเอวเกิน 80-90 เซนติเมตร หรือกลุ่มที่อ้วนลงพุงแต่ยังไม่เกิดโรคเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ซึ่งคนในกลุ่มนี้จัดว่าเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ง่าย 3.กลุ่มคนที่มีรอบเอวเกิน 80-90 เซนติเมตร และเป็นโรคเรื้อรังดังกล่าว และ 4.กลุ่มคนที่อ้วนลงพุงมานานและมีโรคแทรกซ้อน ซึ่งการรณรงค์จะเริ่มในเดือนธ.ค. 49 มุ่งเน้นที่การปรับพฤติกรรมการกินอาหารให้สมดุลกันทั้งอาหารประเภทเนื้อ ผักผลไม้ แป้ง ไขมัน เกลือแร่ และการกระตุ้นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว