เด็กออทิสติกในไทยเพียบ1.2ล้านคน
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 สิงหาคม 2549 18:02 น.
วช.เผยไทยมีตัวเลขเด็กออกทิสติกประมาณ 425,000-1.2 ล้านคน ชี้ครอบครัวที่มีเด็กออทิสติกสูญเสียค่าใช้จ่ายการศึกษาปรับพฤติกรรมปีละ 50,000 บ. รวมทั้งปีมีค่าใช้จ่ายด้านนี้ทั้งประเทศ 50,000 ล้านต่อปี ระบุจึงต้องจัดการศึกษาที่เหมาะสมให้เด็กออทิสติก ด้านนักวิชาการระบุ การจัดการศึกษาเด็กออทิสติกต้องเริ่มแต่เล็ก และต้องจัดการศึกษาบนหลักการของพฤติกรรม
ศ.ดร.อานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กล่าวว่า ปัจจุบันยอดตัวเลขของไทยต่อเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้และบุคคลออทิสติก 1 คนต่อเด็ก 166 คน ซึ่งประเทศไทยมีกลุ่มบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้และบุคคลออทิสติก ประมาณ 425,000-1,200,000 คน ซึ่งแต่ละปีครอบครัวที่มีบุคคลกลุ่มนี้ ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือ ฟื้นฟูสมรรถภาพ และการศึกษาเพิ่มขึ้นจากครอบครัวทั่วไป ประมาณ 25,000-50,000 บาท รวมประมาณค่าใช้จ่ายด้านนี้ทั้งประเทศ 20,000-50,000 ล้านบาทต่อปี ถือเป็นมูลค่าที่สูงมาก
"ดังนั้น หากไม่มีการพัฒนาด้านสติปัญญา การเรียนรู้ให้บุคคลเหล่านี้อย่างถูกวิธี รัฐจะสูญเสียทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์ ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ให้ทุนอุดหนุนแก่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดำเนินการวิจัยพัฒนาศักยภาพนักเรียนที่มีความบกพร่องการเรียนรู้ สมาธิสั้นและออทิสซึม เนื่องจากที่ผ่านมาการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลออทิสติก สมาธิสั้น และบุคคลที่ความสามารถพิเศษ ยังขาดการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ สังคมขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง จำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาและช่วยเหลือบุคคลกลุ่มดังกล่าวอย่างเร่งด่วนต่อไป" ศ.ดร.อานนท์กล่าว
ด้าน ผศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การจัดการศึกษาสำหรับเด็กออทิสติกนั้น ต้องให้ความช่วยเหลือการศึกษาแบบเข้มข้นในระยะแรก เริ่มตั้งแต่วัยเด็กเล็ก ซึ่งจะช่วยให้เด็กออทิสติกมีพัฒนาการอย่างเด่นชัด ถ้าเด็กไม่ได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ยังเล็กเด็กจะขาดโอกาสที่จะเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นต่อการศึกษาเมื่อเขาโตขึ้น ดังนั้นการให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เด็กยังเล็ก จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบำบัดที่มีประสิทธิภาพ มีผลการศึกษาพบว่า การจัดโปรแกรมการศึกษาบนหลักการของพฤติกรรมเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับเด็กออทิสติก ขณะเดียวกันวิธีการทางความคิดก็ช่วยให้เด็กอออทิสติกเรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆอย่างมีความหมายมากขึ้น
ผศ.ดร.ดารณี กล่าวต่อว่า การจัดการเรียนกรสอนสำหรับเด็กออทิสติกให้มีประสิทธิภาพ ต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ 1.แน่ใจว่าเด็กมีสุขภาพที่ดี รู้สึกสบาย ไม่หงุดหงิด อยู่ในสถานที่ปลอดภัย และเด็กมีความพอใจ 2.จัดสภาพแวดล้อมที่มีโครงสร้างชัดเจน บอกความคาดหวังของครูอย่างชัดเจนเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม 3.มีตารางกิจกรรมที่เป็นรูปภาพ หรือตัวหนังสือของแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กออทิสติกเข้าใจและรู้กิจกรรมที่ต้องทำแต่ละช่วงเวลา 4.จัดหลักสูตรหรือแผนการศึกษาตามลักษณะของเด็กแต่ละคน ไม่ใช่สำหรรับเด็กออทิสติกโดยทั่วไป การวินิจฉัยวว่าเด็กเป็นออทิสติกไม่ได้บ่งชี้ว่าจะสอนอะไร และสอนอย่างไร
5.เน้นการพัฒนาทักษะที่เด็กจะต้องใช้ในการเรียน ที่บ้าน และชุมชน ทั้งในปัจจุบันและอนาคต 6.วางแผนการเปลี่ยนกิจกรรม สถานที่ หรือประสบการณ์ บอกเด็กล่วงหน้า และเตรียมเด็กให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง และ 7.สนับสนุนให้พ่อแม่ และสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวมีส่วนร่วมในกระบวนการประเมิน การวางแผนการศึกษา กิจกรรมการเรียนการสอน และการกำกับความก้าวหน้า ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จะช่วยให้วางแผนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"การจัดการศึกษาให้กับเด็กออทิสติกต้องบูรณาการความรู้และทักษะทางด้านวิชาการ การสื่อสารทั้งการรับรู้และการแสดงออก ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม กลไกการเคลื่อนไหว การใช้กล้ามเนื้อ การช่วยเหลือตนเอง และพฤติกรรมที่เหมาะสม โดยจัดเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีโครงสร้างชัดเจนและเน้นการให้เด็กได้เรียนรู้ในสถานการณ์จริงด้วย ดังนั้นนอกจากกิจกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการทักษะดังกล่าว เด็กออทิสติกควรได้รับบริการฝึกพูด กิจกรรมบำบัด กิจกรรมพัฒนาทักษะกลไกการเคลื่อนไหว ดนตรีบำบัด พัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์ รวมทั้งมีแผนการปรับพฤติกรรมด้วย เพื่อให้เข้าสังคมได้" ดร.ดารณีกล่าว
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง