มอ.เล็งผุดศูนย์อุบัติเหตุ 2.6 พันล.รับไฟใต้-รพ.3 จชต.โวยคนเจ็บล้น-รัฐบาลไม่ใส่ใจ
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 12 กรกฎาคม 2549 20:14 น.
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - รพ.สงขลานครินทร์ มอ.หาดใหญ่ เตรียมตั้ง "ศูนย์อุบัติเหตุ" ที่ทันสมัยรองรับเหยื่อความไม่สงบ 3 จชต.ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อและรุนแรงมากขึ้น เพื่อแบ่งเบาภาระการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ "ผอ.รพ.สงขลาศรีนครินทร์" เผย ต้องใช้งบ 2.6 พันล้าน หากไม่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่ขอไป คงต้องใช้วิธีรณรงค์หาทุนมาก่อสร้างเอง ด้าน "ผอ.รพ.นราธิวาสฯ" ครวญในพื้นที่กำลังขาดแคลนแพทย์-พยาบาลหนัก ขณะที่คนป่วยล้นมือเกินกำลัง จนท.ขณะที่ "นายกเมืองปัตตานี" ชี้ รัฐบาลไม่จริงใจช่วยเหลือ เผย รพ.ปัตตานี ของบสร้างตึกรองรับผู้ป่วยที่ล้นออกมานอกระเบียง แค่ 60 ล้าน กลับถูกปฏิเสธไม่มีเงิน
รศ.นพ.สุเมธ พีรวุฒิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องรายวัน ว่า ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อาจเกิดขึ้นเป็นปัญหาเรื้อรัง และมีแนวโน้มส่อว่าจะรุนแรงมากขึ้น
"ขณะนี้ทางโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ฯ ได้มีโครงการที่จะจัดตั้ง "ศูนย์อุบัติเหตุ" ขึ้นมา เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากกรณีความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างเต็มความสามารถแบบ one stop service ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะมีเครื่องมือที่ทันสมัยรวมอยู่ในจุดเดียวกัน สามารถนำเฮลิคอปเตอร์มาจอดส่งผู้ป่วยบนตึกได้ รวมทั้งมีห้องผ่าตัด เอกซเรย์ หอพักผู้ป่วย เป็นต้น" รศ.นพ.สุเมธ กล่าว
เร่งสร้างเครือข่ายรับมือป่วน 3 จชต.
รศ.นพ.สุเมธ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการดังกล่าวจะต้องใช้งบประมาณ 2,600 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ทางโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ได้เสนองบประมาณไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นระหว่างการพิจารณา แต่ถ้าหากไม่ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณ ทางโรงพยาบาลก็อาจจะต้องรณรงค์จากผู้มีจิตศรัทธา และเห็นความสำคัญชีวิตของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพื่อหาเงินมาก่อสร้างศูนย์ดังกล่าวขึ้นต่อไป ซึ่งขณะนี้ทางโรงพยาบาลได้มอบหมายให้สถาปนิกออกแบบ และรณรงค์หาทุนสร้างให้แล้ว คาดว่า คงจะเสร็จภายใน 2-3 ปีข้างหน้านี้
พร้อมเปิดเผยว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมการประจำคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งมีโรงพยาบาลสงขลานครินทร์อยู่ในสังกัด ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้การช่วยเหลือโรงพยาบาลและผู้ป่วยต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้ดูแลผู้ป่วยเหล่านั้นอย่างเต็มที่ตามมาตรฐานวิชาชีพสูงสุดโดยไม่จำกัดจำนวน ไม่คำนึงถึงค่าใช้จ่ายพร้อมกับมอบหมายให้อาจารย์ผู้ใหญ่ และผู้เชี่ยวชาญ ร่วมดูแลอย่างดีที่สุด
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ได้ดูแลผู้ป่วยที่ถูกส่งต่อ ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยหนักเกินขีดความสามารถของโรงพยาบาลในพื้นที่ และโรงพยาบาลศูนย์ที่จะรักษาได้ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จึงได้จัดทีมแพทย์ให้การรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพระดับสูง
"ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยที่มีอาการหนักมากประมาณ 70 ราย ได้รับการรักษาที่นี่และเกือบทั้งหมดนั้นหาย และได้กลับใช้ชีวิตได้เกือบปกติ มีส่วนน้อยที่เสียชีวิต ผู้ป่วยบางรายโรงพยาบาลได้จัดทีมจิตแพทย์เข้าไปช่วยเหลือในบางกรณีที่จำเป็น เพื่อฟื้นฟูสุขภาพจิตใจ เช่น กรณีของคุณครูจูหลิง ปงกันมูล เราจะมีแพทย์อาจารย์ภาคจิตเวช เข้าไปดูแลรักษาฟื้นฟูสุขภาพจิตใจ" รศ.นพ.สุเมธ กล่าวและว่า
นอกจากนี้ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ยังได้สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลต่างๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทั้ง จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพื่อบริหารจัดการส่งต่อผู้ป่วยที่เร่งด่วนด้วย รวมทั้งได้จัดทำแผนความร่วมมือกับสภากาชาดไทย, โรงพยาบาลในกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์ ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ใหญ่มาก เพื่อเตรียมความพร้อมรับเหตุการณ์ขนาดใหญ่และรุนแรงหากเกินขีดความสามารถของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และโรงพยาบาลอื่นๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชนใน จ.สงขลา ก็จะมีการส่งต่อไปโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์ และสภากาชาดไทย
รพ.นราฯขาดแคลนบุคลากรหนัก
นพ.เฉลิม ศักดิ์ศรชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันทางโรงพยาบาลกำลังขาดแคลนบุคลากรทั้งแพทย์ และพยาบาลอย่างหนัก โดยทั่วไปแล้วโรงพยาบาลประจำจังหวัด จะต้องมีแพทย์ประจำประมาณ 40-50 คน แต่โรงพยาบาลนราธิวาสฯ มีเพียง 20 คนเท่านั้น เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ป่วยแล้ว ถือว่ายังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะแพทย์ชำนาญเฉพาะด้าน ขณะนี้ขาดทั้งแพทย์ศัลยกรรมและตา จึงทำให้ทางโรงพยาบาลจะต้องส่งผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่มีความพร้อมมากกว่า อีกทั้งไม่สามารถให้ความช่วยเหลือกับผู้ป่วยเกี่ยวกับตาในเบื้องต้นได้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่
ส่วนจำนวนคนไข้ที่เข้ามารักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เฉลี่ยวันละ 600 คนต่อวัน ทั้งแพทย์และพยาบาลต้องทำงานอย่างหนัก ต้องสับเปลี่ยนเวรกันทั้งวัน เพื่อให้ดูแลคนไข้ในของโรงพยาบาลด้วย ซึ่งคนไข้ในของโรงพยาบาลมีประมาณ 250-280 คน ทั้งรักษาอาการทั่วไป ห้องคลอด ห้องผ่าตัด และห้องไอซียู โดยทางโรงพยาบาลจะต้องเฉลี่ยพยาบาล 1 คน ดูแลคนไข้ถึง 4 เตียง จึงทำให้พยาบาลดูแลได้ดีไม่เท่าที่ควร
โดยเฉพาะห้องไอซียูมีอยู่ 10 เตียง ทำให้พยาบาลดูแลไม่ได้ตามกำหนด 1 เตียงต่อ 1 คน ซึ่งทางห้องไอซียูของโรงพยาบาลนราธิวาสฯต้องดูแลคนไข้ 2 เตียงต่อพยาบาล 1 คน ถือเป็นภาระหน้าที่ของพยาบาลอย่างหนัก เนื่องจากคนไข้ห้องไอซียู จะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและตลอดเวลา การต้องแบ่งเวลาให้คนไข้มากกว่า 1 เตียง ทำให้พยาบาลดูแลไม่รอบคอบและทั่วถึง
นอกจากนี้ ทางโรงพยาบาลจะต้องมีการหมุนเวียนแพทย์ออกไปรักษาผู้ป่วยตามหมู่บ้านด้วย จึงทำให้ต้องส่งแพทย์ที่มีอยู่น้อยออกไปนอกพื้นที่อีก ทำให้ในโรงพยาบาลบางวันมีแพทย์ไม่เพียงพอ ส่วนแพทย์ที่มีการเข้ามาให้ความช่วยเหลือกับโรงพยาบาลทั้งแพทย์ทหาร และแพทย์ฝึกงานนั้นก็มาเป็นครั้งคราวไม่ได้อยู่ถาวรก็ส่งผลให้ทางโรงพยาบาลมีแพทย์ไม่เพียงเหมือนเดิม
"ส่วนอุปกรณ์ด้านการแพทย์ของโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์นั้น ส่วนใหญ่มีเครื่องมือที่ทันสมัย แต่ขาดแพทย์ที่มีความชำนาญ ทำให้การใช้อุปกรณ์ด้านการแพทย์ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการส่งแพทย์ของโรงพยาบาลไปรับการอบรมด้านเครื่องมือเพื่อกลับมาใช้ช่วยเหลือกับผู้ป่วยในพื้นที่ได้ ส่วนรถพยาบาลแกแนที่ทางกระทรวงสาธารณสุขจัดส่งมาให้นั้น ถือเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะสามารถช่วยผู้ป่วยในเบื้องต้นได้อย่างมาก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ไดรับบาดเจ็บจากเหตุร้ายรายวัน ซึ่งสามารถเดินทางไปรับและให้การช่วยเหลือเบื้องต้นบนรถได้อย่างทันที" นพ.เฉลิม กล่าว และว่า
ขณะนี้ได้มีแพทย์ของโรงพยาบาลขอย้ายอีก 1 คน จากที่ทางโรงพยาบาลมีแพทย์เพียง 20 คน ก็จะต้องเหลือน้อยลง ส่วนสาเหตุการย้ายนั้นส่วนใหญ่เป็นเพราะความไม่มั่นใจในชีวิตที่จะต้องอยู่ในพื้นที่เสี่ยง จึงได้ขอย้ายออกไปปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลในเมืองใหญ่ๆ หรือโรงพยาบาลเอกชนที่มีรายได้ดีกว่า และไม่ต้องเสี่ยงภัย
แฉ รบ.ไม่มีงบสร้างตึกผู้ป่วยเพิ่ม
ด้าน นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี เปิดเผยว่า ในส่วนของ จ.ปัตตานี นั้น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปัตตานี เคยนำเสนอโครงการสร้างตึกผู้ป่วยประมาณ 6-7 ชั้น งบประมาณ 120 ล้านบาท ต่อรัฐบาล ช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางมาตรวจราชการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรองรับเหตุการณ์ความไม่สงบที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยล้นออกมาที่ระเบียง เนื่องจากสถานที่ไม่เพียงพอ
"แต่ทางรัฐบาลก็ได้มีการต่อรองจนเหลืองบประมาณเพียง 60 ล้านบาท หลังจากนั้นไม่นานก็ได้มีหนังสือแจ้งกลับมาว่า ครม.ได้รับทราบถึงโครงการดังกล่าวแล้ว แต่ไม่สามารถอนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินการก่อสร้างได้ เนื่องจากรัฐบาลไม่มีงบประมาณเพียงพอ" นายพิทักษ์ กล่าว
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง