(ร่าง)
แผนสุขภาพจังหวัดสงขลา
ประเด็น 11.
วัฒนธรรมกับการสร้างเสริมสุขภาพ
หลักคิดและปรัชญา มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ในสังคมมีวัฒนธรรมเป็นของตนเอง วัฒนธรรมเริ่มจากง่าย ๆในกลุ่มเล็ก ๆ จนขยายใหญ่ขึ้น จึงต้องจัดระเบียบในการอยู่ร่วมกัน สร้างบรรทัดฐานต่าง ๆ ขึ้น เพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมธรรมชาติ สภาพแวดล้อมสังคม เพื่อให้เกิดผลดีในการดำรงชีวิต วัฒนธรรมเริ่มแรกที่มนุษย์สร้างขึ้นหากไม่สามารถแก้ปัญหาและสนองตอบความต้องการได้ก็ย่อมปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ นี่คือวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นเป็นพื้นฐานในการพัฒนาวัฒนธรรมในสมัยต่อ ๆ มา
วัฒนธรรม หมายความว่า ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความกลมกลืนก้าวหน้าของชาติ และศีลธรรมอันดีงามของประชาชน
วัฒนธรรม คือ วิถีชีวิตของคนในสังคม เป็นแบบแผนประพฤติปฏิบัติและแสดงออกซึ่งความรู้สึกนึกคิดในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่สมาชิกในสังคมเดียวกันสามารถเข้าใจลึกซึ้ง ยอมรับและใช้ปฏิบัติร่วมกัน อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมนั้น
วัฒนธรรมพื้นบ้าน คือ วิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนที่ประพฤติปฏิบัติในท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งสมาชิกในชุมชนยึดถือเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต
วัฒนธรรมพื้นบ้าน คือ สิ่งที่เป็นสมบัติแห่งภูมิปัญญาที่ได้รับการพิทักษ์โดยกลุ่มและเพื่อกลุ่มที่สิ่งนั้นเกี่ยวข้องและแสดงเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว อาชีพในท้องถิ่น วัฒนธรรมย่อย ๆ ศาสนา ฯลฯ รูปแบบวัฒนธรรมพื้นบ้านที่ปรากฏได้แก่ ภาษา วรรณกรรม ดนตรี การละเล่น พิธีกรรม ความเชื่อ ประเพณี สถาปัตยกรรม และศิลปะด้านอื่น
จังหวัดสงขลาเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ มีวิถีวัฒนธรรมเก่าแก่สืบทอดกันมายาวนานนับเวลาหลายร้อยปี ไม่แพ้จังหวัดใหญ่ๆ จังหวัดอื่นของประเทศไทย ความหลากหลายของวัฒนธรรมดังกล่าวจะเห็นได้จากวิถีชีวิต ตำนาน นิทาน มุขปาฐะ การละเล่น กีฬาพื้นบ้าน การแสดงต่างๆ ทั้งหนังตะลุง มโนห์รา เพลงเรือ เพลงบอก ที่มีเอกลักษณ์สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เป็นวัฒนธรรมที่ผ่านการเรียนรู้สั่งสมทักษะประสบการณ์จากคนรุ่นหนึ่งมาสู่รุ่นหนึ่ง หลายๆอย่างกลายเป็นรากฐานสำคัญของชุมชน กล่าวคือ เป็นเบ้าหลอมที่นำเอาความรู้ ภูมิปัญญา ประสบการณ์อันล้ำค่าของคนจากรุ่นสู่รุ่น เป็นความรู้ที่สั่งสมผ่านกาลเวลาพิสูจน์คุณค่า และมีการลองผิดลองถูกมายาวนาน สร้างความภาคภูมิใจของคนในชุมชน กลายเป็นต้นทุนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งของจังหวัดในปัจจุบัน
หากเรานำเอาความรู้สมัยใหม่ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเข้าไปจับวิถีและวัฒนธรรมของเรา จะพบว่าคนโบราณ บรรพบุรุษของเราก็มีการสั่งสมความรู้เป็นภูมิปัญญาของตนเอง เป็นการมองสุขภาพในองค์รวมซึ่งเป็นความรู้ที่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่เข้าไม่ถึง และไม่สามารถเข้าใจได้เนื่องจากว่าบริบทของพื้นที่แตกต่างกัน หากทว่า ภูมิปัญญาตะวันออก ที่แฝงเร้นอยู่ในวัฒนธรรมดีๆหลายอย่างเริ่มที่จะหายสาบสูญไปด้วยการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่มีผู้สืบทอด และมัวไปชื่นชมกับวัฒนธรรมตะวันตก กระทั่งละเลย และมองข้ามสิ่งดีๆ ที่มีในท้องถิ่น การนำวัฒนธรรมมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสมัย นอกจากเป็นการฟื้นฟูวัฒนธรรมสิ่งดีๆให้กับชุมชนแล้ว ยังเป็นการเลือกใช้วิธีการหรือเครื่องมือในการสร้างเสริมสุขภาพที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตแบบตะวันออกของเราอีกด้วย
วิสัยทัศน์
ร่วมกันสร้างสุขภาวะด้วยวิถีวัฒนธรรมที่เป็นของเราเอง
จุดหมาย
1.เพื่อนำวัฒนธรรมมาเป็นเครื่องมือในการสร้างเสริมสุขภาพ
2.เพื่อสืบทอด ฟื้นฟู วัฒนธรรมตามวิถีชีวิตของชุมชน มีปฎิบัติการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม
ยุทธศาสตร์
1.สร้างลานวัฒนธรรมในชุมชน เป็นแหล่งเรียนรู้และสืบทอดวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ
2.สร้างองค์กรเครือข่ายและพัฒนาบุคลากรทางด้านวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ
3.เชื่อมโยงกับนโยบายในระดับพื้นที่ อบต. อบจ. วัด โรงเรียน ปฎิบัติการฟื้นฟูและเผยแพร่ความรู้ด้านวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ
4.นำวัฒนธรรมมาประยุกต์ใช้สนับสนุนกิจกรรมภาคีสุขภาพ
โครงสร้างคณะทำงาน
ที่ปรึกษา ประกอบด้วย
1.พระครูปลัดสมพร ฐานธมฺโม เจ้าอาวาสวัดคลองแห
2.นายพิชัย ศรีใส
3.นายแพทย์รุ่งโรจน์ กั่วพานิชย์
4.นายไสว สุวรรณธนะ กำนันตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่
คณะทำงาน ประกอบด้วย
1. นายนครินทร์ ชาทอง ประธานเลขาธิการสมาพันธ์หนังตะลุงจังหวัดสงขลา
2. นายสุรชัย เหล่าสิงห์ ประธานชมรมโนราโรงครูจังหวัดสงขลา
3. นายประเสริฐ รักษ์วงศ์ เลขาธิการสมาพันธ์หนังตะลุงจังหวัดสงขลา
4. นายสันฐาน ดินลานสกูล รองประธานศูนย์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นวัดคลองแห
5. ส.ท.อุดม เพ็ชรธนู ประธานคณะทำงานกลุ่มอนุรักษ์คลองแห
6. นายสุธรรม ศิริบูรณ์ ประธานศูนย์ฝึกโนรา อ.หาดใหญ่
7. นางสาวอารมย์ สุขชาญ โรงเรียนบ้านบางกล่ำ
8. นางสาวนวลศรี ถนอมศรีมงคล โรงเรียนบางกล่ำวิทยา รัชมังคลาภิเษก
9. นางละมัย ศรีรักษา ศิลปินพื้นบ้าน
3.แผนงานและโครงการ
3.1 สร้างลานวัฒนธรรมในชุมชน เป็นแหล่งเรียนรู้และสืบทอดวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ
3.1.1 โครงการสร้างลานวัฒนธรรมพื้นฟูวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ ใน 16 อำเภอ
วัตถุประสงค์
1.เพื่อฟื้นวิถีวัฒนธรรมเดิมที่มีวัดเป็นสถานที่สาธารณะทางวัฒนธรรมให้ชุมชนประชาชน เยาวชนได้ใช้ประโยชน์ (ในกรณีไม่มีพื้นที่ในวัดที่เหมาะสม สามารถประยุกต์หาพื้นที่สาธารณะมาปรับใช้เป็นลานวัฒนธรรม)
2.เพื่อให้ชุมชน ประชาชน เยาวชน มีความตระหนักและร่วมรักษามรดกทางวัฒนธรรม
ผู้รับผิดชอบโครงการ 1. สมาพันธ์หนังตะลุงจังหวัดสงขลา
2. ชมรมโนราโรงครูจังหวัดสงขลา
3.ศูนย์ฝึกศิลปินพื้นบ้านประจำอำเภอ
แหล่งทุน แผนสุขภาพจังหวัดสงขลา
3.2 สร้างองค์กรเครือข่ายและพัฒนาบุคลากรทางด้านวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ
3.2.1 โครงการพัฒนาศักยภาพองค์กรทางด้านวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ
วัตถุประสงค์
1.เพื่อพัฒนาเครือข่ายบุคลากรทางด้านวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ
2.เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายขององค์กรทางด้านวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ
3.สนับสนุนศูนย์การเรียนรู้ทางด้านวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ 16 อำเภอ
4.เพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ
ผู้รับผิดชอบโครงการ 1.สมาพันธ์หนังตะลุงจังหวัดสงขลา
2.ชมรมโนราโรงครูจังหวัดสงขลา
3.ศูนย์ฝึกศิลปินพื้นบ้านประจำอำเภอ
แหล่งทุน แผนสุขภาพจังหวัดสงขลา
3.3 เชื่อมโยงกับนโยบายในระดับพื้นที่ อบต. อบจ.วัด โรงเรียน ปฎิบัติการฟื้นฟูและเผยแพร่ความรู้ด้านวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ
3.3.1 โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการเรียนรู้เรื่องการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม
วัตถุประสงค์
1.เพื่อสนับสนุนการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมด้วยการสร้างหลักสูตรท้องถิ่น
2.เพื่อสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ให้ประชาชน เครือข่าย องค์กรต่างๆ
3.สร้างเวทีเชิงปฎิบัติการนำเสนอในเชิงนโยบายการสืบทอดวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ
ผู้รับผิดชอบโครงการ 1. สมาพันธ์หนังตะลุงจังหวัดสงขลา
2. ชมรมโนราโรงครูจังหวัดสงขลา
3.ศูนย์ฝึกศิลปินพื้นบ้านประจำอำเภอ
แหล่งทุน แผนสุขภาพจังหวัดสงขลา
3.4 นำวัฒนธรรมมาประยุกต์ใช้สนับสนุนกิจกรรมภาคีสุขภาพ
3.4.1 โครงการวัฒนธรรมสนับสนุนภาคีสุขภาพ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อนำวัฒนธรรมมาเป็นเครื่องมือสนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพของภาคีแผนสุขภาพ
ผู้รับผิดชอบโครงการ 1. สมาพันธ์หนังตะลุงจังหวัดสงขลา
2. ชมรมโนราโรงครูจังหวัดสงขลา
3.ศูนย์ฝึกศิลปินพื้นบ้านประจำอำเภอ
แหล่งทุน แผนสุขภาพจังหวัดสงขลา
4.การประเมินผล
พิจารณาจากตัวชี้วัดดังนี้
1. จำนวนลานวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในชุมชนทั้ง 16 อำเภอ
2. จำนวนโรงเรียนที่มาร่วมสร้างหลักสูตรท้องถิ่น
3. จำนวนกิจกรรมที่หนุนเสริมภาคีสุขภาพ
4. จำนวนศูนย์การเรียนรู้และกลุ่มองค์กร/ชมรมทางวัฒนธรรมทั้ง 16 อำเภอ
ภาคผนวก ขอบเขตของวัฒนธรรม
1.การละเล่น
(1) หนังตะลุง
(2) โนรา
(3) เพลงบอก
(4) ลิมล
(5) เพลงเรือ
(6) เรือพระหยวก
(7) ลิเกราฮู
(8) กาหลอ
(9) แทงหยวก
(10) แข่งเรือยาว
(11) สีละ
(12) เพลงกล่อมเด็ก
2.ภูมิปัญญาท้องถิ่น
(13) หมอชาวบ้าน
(14) หมอนวดแผนไทยโบราณ
3.การเล่น
(15) เข้
(16) เตย
(17) หมากเก็บ
(18) ตี่
(19) รีรีข้าวสาร
(20) มอญซ่อนผ้า
(21) ม้าหางแดง
(22) ทีงฟักไข่
(23) แชงแวง(ไม้ต่อขา)
(24) ทอยสะบ้า
(25) หมากรุก
(26) เป่ากบ
(27) ยิงราว ทอยตรอก
(28) กระโดดยาง
(29) กระโดดเชือก
4.กีฬาพื้นบ้าน
(30) มวยตับจาก
(31) มวยทะเล
(32) ชนวัว
(33) ชนไก่
(34) กัดปลา
(35) วางว่าว
Relate topics
- จังหวัดสงขลาได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดสัมมนาครูภูมิปัญญาไทย 4 ภาค ครั้งที่ 4
- สธ.หนุน 'จิตอาสาหมอพื้นบ้าน-สมุนไพร' ร่วมดูแลสุขภาพชาวบ้าน
- โพลพบคนไทยกตัญญูสูงแต่จิตอาสา-มีน้ำใจต่ำ
- ไทยเฮ ! รักษา"ฤาษีดัดตน" ไว้ได้ หลังศาลสั่งให้เป็นภูมิปัญญาไทย
- ขอเชิญร่วมงาน สัปดาห์ศิลปะวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
- ผลวิจัยเครื่องดื่มสมุนไพรไทย 30ชนิด ชะลอความแก่ได้
- ประกวดภาพถ่ายโบราณและประกวดก่อเจดีย์ทราย เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา
- รายงานพัฒนากิจกรรมประเด็นวัฒนธรรมในแผนสุขภาพจังหวัดสงขลา
- รายงานพัฒนาโครงการประเด็นวัฒนธรรม
- รายงานการประชุมพัฒนากิจกรรมประเด็นวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ
ราน (Not Member)
แนน (Not Member)
นิว (Not Member)
มาร์ค (Not Member)
นิว (Not Member)
นิว (Not Member)
เด็ด (Not Member)
โอ๋ (Not Member)
ลิว (Not Member)
ก้อ (Not Member)
เด็กสงขลา (Not Member)
เด็กสงขลา (Not Member)