สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

คนไทยถูก"โรคเงียบ"คุกคาม สธ.สั่งเร่งค้นหาผู้มีภาวะเสี่ยง

by kai @9 มิ.ย. 49 21:27 ( IP : 124...152 ) | Tags : ข่าวสุขภาพประจำวัน

คนไทยถูก"โรคเงียบ"คุกคาม สธ.สั่งเร่งค้นหาผู้มีภาวะเสี่ยง

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมการแพทย์ และ นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ผู้อำนวย การสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ร่วมแถลงข่าวเปิดเผยผลการสำรวจ "สภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนคนไทยครั้งที่ 3 " ปี 2547- 2549 สุ่มตัวอย่างคนไทย อายุ 15 ปี ขึ้นไปใน 36 จังหวัดทั่วประเทศ และ กทม.รวม 39,290 คน แยกเป็นชายอายุ 15-59 ปี 9,515 คน หญิงอายุ 15-59 ปี 10,403 คน ชายอายุ 60 ปี ขึ้นไป 9,419 คน และหญิงอายุ 60 ปี ขึ้นไป 9,953 คน เพื่อดูความชุกของโรค ภาวะความเจ็บป่วยและปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ


นายพินิจกล่าวว่า ผลการวิจัยแสดงให้เห็นแนวโน้มปัญหาสุขภาพของคนไทย ได้แก่ ด้านพฤติกรรมเสี่ยงเกิดโรค พบเพศชายมีพฤติกรรมเสี่ยงมากกว่าเพศหญิง โดยชายร้อยละ 17 และหญิงร้อยละ 2 ดื่มสุรา/วันในระดับอันตรายคือ ดื่มเบียร์มากกว่า 2 ขวด ดื่มเหล้าขาวมากกว่า 5 เป๊ก (150 ซีซี) ดื่มสุราผสมมากกว่า 1 กั๊ก (ครึ่งแบนหรือ 150 ซีซี) ส่วนการสูบบุหรี่ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคถุงลมโป่งพองและมะเร็งปอด พบชายสูบบุหรี่เป็นประจำร้อยละ 46 จำนวนเฉลี่ย 13 มวน/วัน ส่วนหญิงสูบบุหรี่ประจำร้อยละ 2 เฉลี่ย 8 มวน/วัน ขณะที่การออกกำลังกายและการบริโภคผักและผลไม้มีน้อยมาก โดยชายร้อยละ 20.7 หญิงร้อยละ 24.2 ออกกำลังกายไม่เพียงพอ และชายร้อยละ 80 หญิงร้อยละ 76 บริโภคผักและผลไม้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน

นายพินิจกล่าวถึงปัญหาด้านสุขภาพว่า ความดันโลหิตสูงพบในชายร้อยละ 23 และหญิงร้อยละ 21 ในกลุ่มนี้มีร้อยละ 71 ไม่เคยรู้ตัวมาก่อน และร้อยละ 24 ได้รับการรักษา ส่วนภาวะไขมันในเลือดสูงพบในหญิงร้อยละ 17 ชายร้อยละ 14 ในจำนวนนี้มีถึงร้อยละ 87 ไม่เคยรู้ตัวมาก่อน และร้อยละ 9 เท่านั้นที่ได้รับการรักษา สำหรับโรคเบาหวานพบในชายร้อยละ 6 และหญิงร้อยละ 7 ในจำนวนนี้ ร้อยละ 57 ไม่เคยตรวจพบมาก่อน นอกจากนี้ ความครอบคลุมในการรักษาสูงกว่าโรคอื่นๆ ร้อยละ 41 แต่มีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ ซึ่งโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ไม่ดี มีโอกาสทำให้เกิดไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจในระยาว และเพิ่มค่าใช้จ่ายทางสุขภาพมาก ส่วนภาวะโลหิตจางพบในหญิงร้อยละ 22 มากกว่าชาย 2 เท่า และได้รับการรักษาเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น

"ทุกโรคที่กล่าวมายิ่งอายุมากขึ้นยิ่งมีแนวโน้มพบมากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่า ชายร้อยละ 22.5 และหญิงร้อยละ 34.6 มีภาวะอ้วน โดยชายร้อยละ 15 และหญิงร้อยละ 36 อยู่ในขั้นอ้วนลงพุง ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุที่มีฟันน้อยกว่า 20 ซี่ มีร้อยละ 45 ในจำนวนนี้ได้รับการใส่ฟันเทียมร้อยละ 28 เท่านั้น ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า คนไทยยังใช้ชีวิตแบบรับความเสี่ยงต่อโรคโดยไม่รู้ตัว และมีผู่ป่วยเพิ่มอย่างรวดเร็วจนรัฐจัดบริการไม่ทัน" นายพินิจกล่าว

นายอนุทินกล่าวว่า ปีนี้ สธ.จะเร่งดำเนินการคือ ลดเค็ม คุมความดัน ป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาต และโครงการรณรงค์วันหัวใจโลก ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงและว่า ได้วางระบบให้อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) และแกนนำชมรมสร้างสุขภาพ เป็นกำลังหลักในการทำงานสาธารณสุขเชิงรุก ดำเนินการค้นหาและคัดกรองผู้ป่วยในชุมชน โดยประสานงานกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ รวมทั้งเป็นแบบอย่างและชักนำให้ประชาชนลด ละ เลิก พฤติกรรม เสี่ยงต่างๆ

นพ.ชาตรีกล่าวว่า กรมการแพทย์ ได้จัดทำแผนการป้องกันเพื่อลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง โดยได้ศึกษาในกลุ่มผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปพบว่า ขณะนี้ทั่วประเทศมีผู้ป่วยโรคเบาหวาน 3.2 ล้านคน ในจำนวนนี้ทราบว่าป่วย 1.4 ล้านคน มีผู้ที่ได้รับการรักษาได้ผลดี 0.4 ล้านคน ขณะที่มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 10.1 ล้านคน ทราบว่าป่วยเพียง 2.9 ล้านคน ได้รับการรักษาที่ได้ผล 0.9 ล้านคน โรคเรื้อรังเหล่านี้หากมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีจะช่วยลดอัตราการเกิดโรคได้ ทั้งนี้ จากการวิจัยเพื่อคัดกรองผู้ป่วยในพื้นที่ จ.ปทุมธานี พบว่าได้ผลเป็นอย่างดีในการป้องกันโรคแทรกซ้อนในกลุ่มผู้ป่วย และเตรียมขยายไปสู่โรงพยาบาลทั่วประเทศ (กรอบบ่าย)

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว