เวทีประชุมจัดทำแผนสุขภาพ ประเด็นผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2549 ณ โรงแรมวีวา อ.เมือง จ.สงขลา
ผู้เข้าร่วมประชุม
1. นายบรรเจต นะแส เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา
2. สุรภี ชูสังข์ สสอ. ท่าข้าม
3. นางชนิตา จันทนวรรณ สสอ. ทุ่งใหญ่
4. นายชาคริต โภชะเรือง เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา
5. นายอำนาจ ทองขาว
6. นางอาตีเก๊าะ บิลโตและ
7. นางจีรพร พูนสุวรรณ สสอ. น้ำน้อย
8. นางสมพร แก้วประดับเพ็ชร
9. นายถาวร แก้วพิบูลย์
10. พลเอก ทวีป เสนขวัญแก้ว
11. นายธีรยุทธ อินทรพัฒน์
12. นายสมพร ปาตังตะโร
13. นายทัศนัย ภักดี
14. นางหทัยรัตน์ ศรีชัยชนะ
15. นางสิริมา ติระนารถวณิช
16. น.ส. สงวนศรี แต่งบุญงาม นักสังคมสงเคราะห์
17. น.ส. ภัสสุรีย์ พูนศิลป์ ชมรมศรีตรังสายสัมพันธ์ ภาควิชาจิตเวช มอ. หาดใหญ่
18. นายเอกรินทร์ อนันตสรันต์ ชมรมศรีตรังสายสัมพันธ์ ภาควิชาจิตเวช มอ. หาดใหญ่
19. นางปรีดาพร ศรีหาวงค์ สมาคมคนตาบอด
20. นายยอม ศรีหาวงค์ สมาคมคนตาบอด
21. นายสมศักดิ์ พลงวงค์
22. นางประนัน อานะวิบุตร
23. นางเสริมทรัพย์ เลิศวีรานนทรัตน์
24. ผศ.นพ. สุรพงษ์ วงค์วัชรานนท์ กลุ่มสานฝันปันรักเพื่อเด็กพิเศษ
25. น.ส. เสาวนีย์ แก้วชูเชิด อบต. ท่าข้าม
26. นางนิรมล ธานะขัน อบต. ท่าข้าม
27. นายชูชาติ กสิกรรมไพบูลย์ สมาคมคนหูหนวก
28. นางเบญจมาภรณ์ ถาพรสวัสดิ์ สมาคมคนหูหนวก
29 นางวรัญญา ตระกูลกำจาย
30. นายล่าซิก สาหนุ สมาคมคนตาบอด
31. น.ส. นาตยา แท่นนิล สำนักงานวิจับระบบสุขภาพภาคใต้
32. นางเบญจพรรณ เชื่อมอิ่ม
33. นางเนตรนภา คู่พันธวี ผู้รับผิดชอบประเด็น
34. น.ส.วรรณา สุวรรณชาตรี เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา
บันทึกการประชุม
ผศ.เนตรนภา คู่พันธวี ในฐานะผู้ประสานงานต้อนรับผู้เข้าร่วมที่มาจากหลากหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มองค์กรผู้พิการ องค์กรท้องถิ่น และผู้ปฎิบัติงานระดับท้องถิ่น
ผญ.บรรเจต นะแส ในฐานะผู้ดำเนินการให้ผู้เข้าร่วมได้รับทราบแนวทางการทำแผนสุขภาพ ที่หลายท่านในประเด็นผู้พิการที่มาร่วมในเวทียังไม่ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่แรก ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกของการทำแผนสุขภาพ โดยการเริ่มต้นของประเด็นผู้พิการที่มีความตื่นตัวอย่างสูง
ผศ.เนตรนภา นำเสนอที่มา ที่เริ่มจากการที่สงขลามีประชาคมสุขภาพ แล้วผลักดันให้เกิด พรบ.สุขภาพ มีการดำเนินการสุขภาพภาคประชาชน ที่ยังไม่ได้ทำในประเด็นสุขภาพผู้พิการ นอกจากนั้นยังมี Node สสส. มีสวรส.ภาคใต้ มีรัฐบาลที่มีการขับเคลื่อนโครงการอาหารปลอดภัย เมืองไทยแข็งแรง มีอบจ.ที่ต้องการให้ทุกคนในจังหวัดสงขลามีส่วนร่วมในการทำแผนสุขภาพเพื่อคนทั้งจังหวัด
การทำงาน คณะทำงานคาดหวังว่าจะมีการทำงานในเชิงแนวราบ ประสานมือระหว่างเครือข่ายต่างๆ ในแต่ละประเด็น เน้นการมีส่วนร่วม เป็นแผนที่ทุกฝ่ายให้การยอมรับสามารถนำไปปฎิบัติได้จริง องค์กรหลักที่จะมาร่วมทำได้แก่ องค์กรท้องถิ่น ภาคประชาชน ภาควิชาการ ภาคปฎิบัติ
อะไรที่เกิดไปแล้ว ผู้ว่าฯแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ ได้รับงบสนับสนุนจาก อบจ. สวรส.ภาคใต้ และ Node สสส. ขณะที่สสจ.ได้ทำแผนสุขภาพจังหวัดในมิติที่เป็นภาพกว้างๆ และมีกองเลขาจาก 4 ภาคส่วน ได้แก่ สสส. สวรส. สสจ. และอบจ. เราหวังว่าการทำแผนและกระบวนการทำแผน จะเกิดความรู้สึกของการเป็น หุ้นส่วน มากกว่าเป็นผู้ร่วม เพื่อผลักดันให้เกิดแผนสุขภาพที่สนองความต้องการของทุกกลุ่ม
ประเด็นสุขภาพที่จะลงมือทำ แบ่งเป็น 4 กลุ่มเนื้อหา 13 ประเด็นย่อย ได้แก่
1.การจัดบริการสุขภาพ
- การจัดระบบบริการสุขภาพของสถานบริการ
- กองทุนชุมชนที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ
- การมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
2.การสร้างเสริมสุขภาพตามกลุ่มเป้าหมาย
- การส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน
- การดูแลผู้พิการและด้อยโอกาส
- สุขภาพวัยแรงงาน
- ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
3.ปัญหาสุขภาพประเด็นเฉพาะ
- เกษตรเพื่อสุขภาพและอาหารปลอดภัย
- การป้องกันลดอุบัติเหตุจราจร
- การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ
4.กลไกการบริหารจัดการและการหนุนเสริม
- การจัดข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ
- การสื่อสารสาธารณะเพื่อสุขภาพ
- การประสานงานและวางระบบ
จังหวะก้าวในการทำงาน ต้นมีนาคม จะมีการชี้แจงแนวทางในการทำแผน มีการพูดคุยในกลุ่มวิทยากรตามประเด็น และจะมีการลงนามรับรองแผนสุขภาพจังหวัด ในวันที่ 30 มิถุนายน เราคาดว่าจะได้แผนที่ทุกภาคส่วนยอมรับ ได้เชื่อมร้อยทุกภาคส่วนในประเด็นนั้นๆ เกิดพื้นที่นำร่องเพื่อดำเนินการตามแผน และมีคณะกรรมการติดตามให้แผนได้ทำจริง บูรณาการงานด้านสุขภาพที่จะทำต่อไป
ผญ.บรรเจต นะแส เสริมถึงกระบวนการทำแผนสุขภาพเป็นเครื่องมือในการเชื่อมร้อยคน และกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวในการทำงานด้านสุขภาพ ที่ยังมีปัญหาในการทำงานเชิงบูรณาการ ซึ่งท้าทายการดำเนินการของทุกคน
คุณสมศักดิ์ ตั้งคำถามถึงคณะอนุกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานที่สปสช.แห่งชาติ แต่งตั้งขึ้นว่ามีความสัมพันธ์ซ้ำซ้อนกันอย่างไร
ผศ.เนตนภา นำเสนอสถานการณ์สุขภาพของผู้พิการของคนสงขลา เพื่อเป็นแนวทางในการค้นหาทางออกต่อไป
ด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาล " ความพิการทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลหรือการบริการสุขภาพตามสิทธิ์ที่มีอยู่ และระบบยังไม่มีการประกันการเข้าถึงข้อมูลและบริการ " ไม่มีบัตรประชาชน ไม่สามารถทำบัตรทองได้ " กรณีเร่งด่วนของคนพิการ หน่วยบริการถือว่าไม่เร่งด่วน " ไม่สามารถรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้อย่างเหมาะสม " สถานภาพสถานบริการไม่เอื้อให้การช่วยเหลือตนเองของคนพิการ
ด้านการศึกษา " คนพิการส่วนใหญ่ไม่ได้รับการศึกษา
ด้านสังคม เศรษฐกิจ " คนพิการอีกมากม
ด้านข้อมูลข่าวสารและสิ่งแวดล้อม " คนพิการส่วนใหญ่ 90% ยังขาดข้อมูลข่าวสาร
ด้านเครือข่ายคนพิการและการทำงานด้านคนพิการ " องค์กรพิการยังไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างแท้จริง " ในภาพรวมทั้งนโยบายและกฎหมายยังอยู่ในแนวทางการสงเคราะห์
การทำงาน
" ยังขาดความรู้ที่จำเป็นในการปฎิบัติ
" การทำงานที่ผ่านมาไม่ได้สร้างความรู้ให้กับสังคมอย่างลึกซึ้ง
" การฟื้นฟูสมรรถภาพความพิการ
" โครงสร้างองค์กรคนพิการ ศูนย์กลางจะอยู่ที่กรุงเทพฯ ขาดการมีส่วนร่วม ไม่ได้ทำงานในแนวคิดมากนัก
เพิ่มเติมข้อมูล
" เจ้าหน้าที่อนามัย ไม่ทราบการบริการแก่คนพิการ ที่มีบัตรทอง ท. 74 เฉพาะของคนพิการ สามารถรักษาได้ไม่จำกัดที่
" คนพิการตกสำรวจ ไม่ทราบขั้นตอน การรับรองการช่วยเหลือกรณีไม่มีเลข 13 หลัก การแจ้งเกิดของคนพิการยังติดขัดปัญหาขั้นตอนมาก การรับรองที่ต้องใช้คนถึง 10 คน ทำให้มีปัญหาการตกสำรวจในบางคน
" ตั้งหน่วยปชส.เฉพาะระดับอำเภอๆละ 1 คนสำหรับให้คำแนะนำช่วยเหลือคนพิการ
" คนพิการมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น พมจ.ที่ดำเนินการจดทะเบียนคนพิการ มีบริการ one stop service ที่ รพ.หาดใหญ่ รพ.ระโนด รพ.มอ.หาดใหญ่ ดำเนินการเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทย
" ชมรมคนพิการจังหวัดสงขลา พยายามขยายศูนย์ประสานงานคนพิการระดับอำเภอ เช่น อ.สิงหนคร
" การจดทะเบียนคนพิการ ที่ใช้หลักฐาน มีสำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน ใบรับรองความพิการจากแพทย์ สามารถช่วยในการขออุปกรณ์จากสถานพยาบาล โดยไปขอจองคิวไว้ก่อน ที่รพ.หาดใหญ่ และรพ.สงขลา
" เจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดของกระทรวงที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่ยังไม่ทราบข้อมูลและภารกิจที่จะสนับสนุนช่วยเหลือคนพิการ เป็นปัญหาเชิงระบบที่ต้องหาทางแก้
" การจดทะเบียนคนพิการระดับ 2-4 สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เราจะได้รับสิทธิ์การรักษาพยาบาลมากขึ้นแต่จะเสียสิทธิ์ทางสังคม การทำนิติกรรมทางกฏหมาย ทำให้ผู้ป่วยบางคน(ผู้ป่วยจิตเวช)ไม่อยากไปจดทะเบียน
" ปัญหาติดขัดระเบียบขั้นตอนของการรักษาพยาบาล เช่น ผู้ป่วยทางจิต ไปรักษาในโรงพยาบาลทางกาย
" ระดับความพิการ สปสช.กำลังปรับแก้ อีก 7 เดือนจะมีการแก้กฎหมาย คนพิการทุกคนจะไม่ระบุระดับ แต่จะระบุทางการแพทย์เท่านั้น คนพิการจะได้รับสิทธิทางกฎหมายทั้งหมด ไม่จำกัดระดับอีกต่อไป
" ผู้พิการทางจิตยังขาดความเท่าเทียมในการรับสิทธิ์เงินกู้ จำเป็นต้องหาแหล่งข้อมูลมาให้ผู้พิการมากที่สุด
" ธนาคารออมสินจะเป็นแหล่งเงินกู้ให้ผู้พิการ โดยให้พมจ.เป็นผู้ค้ำ
" ผู้พิการทางสายตา เจ้าหน้าที่ยังเข้าไม่ถึงการพิการในแต่ละประเภท เช่น ผู้พิการทางสายตา มีปัญหาการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้พิการในการช่วยเหลือ เช่น การบอกเส้นทาง
" การตรวจรักษาผู้พิการของแพทย์ยังขาดความใส่ใจ ตรวจรักษาเร็วมาก และไม่ใส่ใจสิทธิ์ของผู้พิการ
" ผู้พิการทางหู การรักษาพยาบาลของคนหูหนวก ต้องพาล่ามไปทุกครั้ง (ล่ามปัจจุบันมี 2 แบบ คือล่ามภาษากลาง และล่ามภาษาถิ่น)
" สมาคมคนหูหนวกได้รับงบจากสปสช.สอนภาษามือให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ปีนี้ดำเนินการที่สงขลาไปแล้ว
" พัฒนาคนพิการให้อยู่ร่วมกับคนปกติได้ มีข้อกฎหมายที่คนพิการควรรับรู้ เปิดอบรมให้กับอาสาสมัครระดับตำบล อำเภอ ถึงสิ่งที่ควรรู้สำหรับคนพิการ
" ผู้ปกครองยังไม่ไว้ใจองค์กรสมาคมผู้พิการทางสายตาในการนำมาอบรม ฝึกอาชีพ เกรงว่าจะนำไปหาประโยชน์ทางมิจฉาชีพ
" การศึกษาสำหรับเด็กกลุ่มออทิสติกและเด็กกลุ่มพิเศษ โรงเรียนมีข้อจำกัดการให้บริการและการเข้าใจในการดูแล พัฒนาเด็กให้เหมาะสม
" กลุ่มเด็กพิการทางสติปัญญา คนทั่วไปรู้จักเด็กออทิสติกมากกว่าเด็กกลุ่มอื่น กลุ่มนี้ผู้ปกครองหรือครอบครัวจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ยังขาดหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบดูแลสภาพจิตใจของผู้ปกครอง ทำให้เกิดการรวมตัวเป็นชมรมของผู้ปกครอง อยากให้มีเวทีกลางสำหรับเฉพาะกลุ่มเดือนละ 1 ครั้งสำหรับการเยียวยาจิตใจผู้ปกครอง การบริการการศึกษายังไม่เพียงพอรองรับผู้รับบริการ
" ควรผลักดันให้พ่อแม่เปิดใจรับว่าเด็กกลุ่มนี้สามารถพัฒนาศักยภาพได้และสามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้จะเป็นผลดีกับเด็ก
" การจดทะเบียนของเด็กกลุ่มพิเศษ ยังอยู่ในช่วงไม่แน่ใจว่าจะไปจดดีหรือไม่ เป็นปัญหาผลกระทบการใช้สิทธิ์ที่จะมีติดตัวเด็กจากการจดทะเบียน สำหรับเด็กที่สามารถพัฒนาศักยภาพได้
" สังคมเริ่มตื่นตัว รับรู้ และเข้าใจเด็กกลุ่มพิเศษมากขึ้น ที่ต้องมีการศึกษาพิเศษ มีครูและแผนการศึกษาเฉพาะ แต่มีปัญหาเชิงนโยบายการศึกษาที่ไม่แน่นอนและไม่มีการพัฒนา และไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้พิการ
" อนามัย เสนอทำโครงการปรับเปลี่ยนทัศนะคติของผู้ปกครองที่ดูแลเด็กผู้พิการ ยอมรับและเปิดใจในการช่วยเหลือผู้พิการ เปิดใจให้สังคมรับรู้
" ให้ความรู้กับผู้ดูแลผู้พิการ
" ผู้พิการที่เป็นผู้หญิงถูกละเลยในการดูแลอนามัยเจริญพันธ์
" มีคำถามว่า ครูที่เป็นผู้พิการจะต้องออกจากการศึกษาหรือไม่?
" องค์กรท้องถิ่น ที่พังยางได้ทำบัตรผู้พิการทั้งหมดแล้ว พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ มีคำถามถึงผู้พิการอัมพาตทั้งตัว ไปโรงพยาบาลไม่ได้ จะช่วยให้ทำบัตรผู้พิการจะทำอย่างไร
" มีผู้ป่วยโรคจิต ที่มีพฤติกรรมขโมยข้าวของ ต่อมาได้รับบัตรไปรักษาก็อาการดีขึ้น แต่มีความลำบากตอนไปรับยา อยากให้ทางรพ.ส่งยาไปสถานีอนามัยได้หรือไม่
" ผู้ป่วยจิตเวชที่ป่วยแต่พื้นฟูแล้ว สามารถทำงานได้ อายุน้อยสามารถทำอาชีพได้ อยากให้รัฐหรือท้องถิ่นช่วยเหลือ
" อบต.พังยาง มีโครงการสัญจรไปหมู่บ้านทุก 3 เดือน แต่ผู้พิการยังลำบากในการรวมกลุ่ม ทำให้ช่วยเหลือได้ลำบาก
" ลงไปสำรวจถึงครอบครัวของผู้พิการ เข้าถึงญาติ เพื่อให้ได้ข้อมูลนำมาจดทะเบียนให้ และหาทางช่วยเหลือ
" อบต.พังยาง อบต.ระวะ และอบต... ได้รับงบจาก พมจ.ทำโครงการนำร่อง ดูแลผู้พิการ
" การสร้างคุณค่าของผู้พิการว่ามีมากกว่าเป็นภาระของสังคม และการสื่อสารระดับตำบลในชุมชนน่าจะช่วยแก้ปัญหา
" ปัญหาใหญ่อยู่ที่สังคมป่วย ขาดยาเข้าใจ
" ทำอย่างไรให้ผู้พิการไปจดทะเบียนให่ได้
ข้อเสนอ
" น่าจะมีโครงการอาสาสมัครเพื่อชุมชน ให้สสจ.เปิดอบรมนักกายภาพเพื่อชุมชน อบรมร่วมกับโรงพยาบาลชุมชน รองรับผู้ป่วยที่ต้องการกายภาพบำบัด
" ให้ผู้ป่วยมีกำลังใจ มีโครงการที่ให้ผู้ป่วยที่สามารถฟื้นฟูช่วยตัวเองได้ มาเป็นวิทยากร เพื่อสร้างกำลังใจให้ผู้ป่วยคนอื่นๆ เห็นตัวอย่าง
" กลุ่มเด็กควรสนับสนุนสภาพจิตใจของพ่อแม่ หากโรงพยาบาลจัดตั้งกลุ่มผู้ป่วยเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แต่พึงระวังการมองว่าไปรักษาโรคเป็นคนบ้า ควรตั้งชื่อกลุ่มหรือชมรม คุณหมอสุรพงษ์ อาสาเป็นวิทยากร
" การใช้ความเชื่อของสังคมไทยชี้นำอาจมีผลในด้านลบที่จะตอกย้ำเรื่องแนวคิดเวรกรรม ทำให้ละเลยการผลักดันหาทางแก้ไข แต่ควรใช้แนวทางนี้กระตุ้นให้เกิดความคิดในการแบ่งปันเอื้ออาทรเข้าไปช่วยเหลือ
" ขั้นต้นมีการค้นหาผู้พิการด้วยผู้พิการ สร้างแผนที่มนุษย์ในแต่ละพื้นที่ ค้นหาจุดเด่น นำมาเป็นทุนในการหาทางออกร่วมกันในเชิงพัฒนาศักยภาพมากกว่าการประชาสงเคราะห์
" มีชมรมผู้พิการระดับอำเภอ
" มีเวทีของอบต.ทั้งจังหวัด
แนวทางทำงานต่อไป ให้แต่ละกลุ่มทำข้อมูล ปัญหา สถานการณ์ ทางออกเชิงกลยุทธ์ระยะสั้น ระยะยาว ทางแก้ไข ส่งกลับมาให้กองเลขาฯ
หลังจากนี้จะมีเวทีสมัชชาสุขภาพแต่ละกลุ่มประเภทผู้พิการ จ.สงขลา จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการแก้ปัญหา
ปิดประชุม นายชาคริต โภชะเรือง สรุป / พิมพ์
Relate topics
- ขาเทียมสำหรับผู้พิการขา
- เครือข่ายคนพิการในสงขลา
- "แม่นก" เธอมีความสุขแม้ลูกพิการ
- เร่งหาทางออกให้สถานประกอบการจ้างงานคนพิการ
- สธ.ทุ่ม 10 ล้านจัดหน่วยแพทย์ให้บริการผู้พิการและผู้สูงวัยใน ตจว.
- รายงานการประชุมวางแนวทางการจัดตั้งศูนย์จดทะเบียน และชมรมคนพิการ อ. จะนะ
- ประชุมวางแนวทางการจัดตั้งศูนย์จดทะเบียน และชมรมผู้พิการระดับอำเภอสิงหนคร
- รายงานประชุมแนวทางการจัดตั้งชมรมคนพิการระดับอำเภอระโนด ในแผนสุขภาพจังหวัดสงขลา
- แผนสุขภาพประเด็นการดูแลผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส
- รายงานการประชุมทำความเข้าใจและติดตามแผนสุขภาพจังหวัดสงขลา