รายงานการประชุมเตรียมวิทยากรในการจัดทำแผนสุขภาพจังหวัดสงขลา วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2549 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา
ผู้เข้าร่วมประชุม 1. นายสุจิตร คงจันทร์ สาธาณสุขจังหวัดสงขลา 2. น.ส.ขนกพร แก้ววิบูล สาธารณสุขจังหวัดสงขลา 3. นางอัจจิมา พรรณณา สาธารณสุขจังหวัดสงขลา 4. นายฐิติพงค์ กำเหนิดดี โครงการปฏิบัติการชุมชนและเมืองน่าอยู่ภาคใต้ 5. น.ส. พันธ์ วรรณบริบูรณ์ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ 6. นพ. สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา 7. น.ส.มณฑา อินอุทัย เภสัชกรโรงพยาบาลจะนะ 8. น.ส. เยาวลักษณ์ ศรีสุกใส สำนกงานวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้ 9. ผศ. เนตรนภา คู่พันธวี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 10. นางเสาวนีย์ ประทีปทอง สมาคมเครือข่ายสุขภาพผู้สูงอายุจังหวัดสงขลา 11. นายบรรเจต นะแส เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา 12. นางสินี จุทอง โครงการปฏิบัติการชุมชนและเมืองน่าอยู่ภาคใต้ 13. น.ส. นาตยา แท่นนิล สำนักงานวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้ 14. นายนรนาถ นิลวงค์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา 15. นายชาคริต โภชะเรือง เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา 16. ผศ. พงค์เทพ สุธีรวุฒิ สำนักงานวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้ 17. นพ. วิเศษ สิรินทรโสภณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางกล่ำ 18. นายพีระ ตันติเศรณี องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา 19. น.ส.กมลทิพย์ อินทะโณ เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา 20. นางกนกอร พรรณราย องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กองส่งเสริมคุณภาพชีวิต 21. พญ. อภิญญา ชไมเซอร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลควนเนียง 22. ว่าที่เรือตรีเฉลิมพล บุญฉายา โครงการปฏิบัติการชุมชนและเมืองน่าอยู่ภาคใต้ 23. น.ส. วรรณา สุวรรณชาตรี เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา
บันทึกการประชุม
09.00 09.30 น. ลงทะเบียน
09.30- 10.00 น. บอกเล่าความเป็นไปในการจัดทำแผนสุขภาพจังหวัดสงขลา
โดย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ
ผญ.บรรเจต นะแส ผู้ดำเนินรายการให้ผู้เข้าร่วมแนะนำตัว ประกอบด้วย คณะทำงานของเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา สวรส.ภาคใต้ แรงงานนอกระบบ โครงการปฎิบัติการชุมชนและเมืองน่าอยู่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา นักวิชาการสาธารณสุขจังหวัด เลขานุการเครือข่ายผู้สูงอายุจังหวัดสงขลาอาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาและนักวิชาการ ผู้อำนวยการรพ.บางกล่ำ
นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ นำเสนอที่ไปที่มาของการทำแผนสุขภาพจังหวัดสงขลา หากดูมิติการขับเคลื่อนด้านสุขภาพในจังหวัดสงขลา ที่มีหลายฝ่ายร่วมกันทำงาน เช่น สงขลาประชาคม ประชาคมสุขภาพผลักดันให้เกิด คณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ ในปี 2543 มีการสัญจรรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนทั้ง 16 อำเภอของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า มีการจัดสมัชชาสุขภาพโดยการสนับสนุนจากสำนักงานปฎิรูประบบสุขภาพ(สปรส.) มีการผลักดันให้เกิดเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา(Node สสส.) รับการสนับสนุนจากสสส. มาสร้างกิจกรรมสุขภาพ เป็นตัวตั้งตัวตีในการทำแผนสุขภาพจังหวัด นอกจากนั้นยังมี สวรส.ภาคใต้ การที่รัฐบาลประกาศยุทธศาสตร์เมืองไทยสุขภาพดี (Healthy Thailand) เป็นการทำแผนสุขภาพที่ไกลไปจากเรื่องมดหมอหยูกยา แต่เป็นเรื่องคุณภาพชีวิต จากการระดมความเห็นจากหลายฝ่าย มีความเห็นใน 2 ลักษณะ คือ ได้เครือข่ายแนวราบที่มีการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วน คนที่สนใจเรื่องเดียวกันจะมาพูดคุยด้วยกัน และได้แผนที่ทุกฝ่ายยอมรับ มีการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และสามารถนำไปปฎิบัติจริง การออกแบบทำแผนสุขภาพจึงเป็นหัวใจสำคัญ
การทำงานที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ ได้ลงนามอนุมัติตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำแผนสุขภาพ และมีการลงงบประมาณร่วมกันระหว่าง อบจ. สวรส.ภาคใต้ และNode สสส. เพื่อช่วยแก้ปัญหาข้อติดขัดการใช้งบประมาณของแต่ละองค์กร จะทำให้การทำงานราบรื่นมากขึ้น และมีกองเลขาที่ประกอบด้วยตัวแทนของ อบจ. สวรส.ภาคใต้ สสจ. และ Node สสส. มาช่วยกัน
หัวใจสำคัญเราได้ก้าวข้ามการมีส่วนร่วม มาเป็นหุ้นส่วนการทำงานร่วมกัน จะเป็นแนวทางที่ไกลไปกว่าการมีส่วนร่วม
ประเด็นเนื้อหาที่จะจัดทำแผนสุขภาพ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มเนื้อหา 13 ประเด็นย่อย ได้แก่ กลุ่มการจัดบริการสุขภาพ ประเด็นการจัดระบบบริการสุขภาพของสถานบริการและหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประเด็นกองทุนชุมชนหรือกองทุนออมทรัพย์ที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ ประเด็นบทบาท อสม.กับการสร้างเสริมสุขภาพ
กลุ่มการสร้างเสริมสุขภาพตามกลุ่มเป้าหมาย ในเรื่องของการส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน ประเด็นการดูแลผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ประเด็นสุขภาพวัยแรงงาน ประเด็นส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ กลุ่มปัญหาสุขภาพที่เป็นประเด็นเฉพาะ ได้แก่ ประเด็นเกษตรเพื่อสุขภาพและอาหารปลอดภัย ประเด็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุการจราจร ประเด็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ และการบริหารจัดการและการหนุนเสริม เช่น การจัดการข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ สื่อสารสาธารณะเพื่อสุขภาพ การประสานงานและการวางระบบ
จังหวะก้าว แผนสุขภาพจะแล้วเสร็จในวันที่ 30 มิย. 2549 ที่จะมีงาน 4 ปีสสส. ระดับภาค จะมีผู้มาร่วมงานจำนวนมาก เหมาะที่จะมีการลงนามรับแผนสุขภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อบจ. ผู้ว่าฯและสาธารณะสุขจังหวัด
หลังจากนี้จะมีการประชุมใหญ่ โดยมีนายกอบจ. ผู้ว่าฯ จะมาแนะนำการทำแผน และทำแผนใน 13 ประเด็นย่อย โดยแต่ละแผนจะต้องไปคุยกันในเรื่องรายละเอียด แล้วนำมาบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นแผนใหญ่ และนำเสนอในที่ประชุมใหญ่ เพื่อรับฟังความเห็นเพิ่มเติม และนำไปปรับปรุงให้ได้แผนสุขภาพที่สมบูรณ์ ความคาดหวังจากแผน คือ 1.ได้แผนที่ทุกภาคส่วนยอมรับ 2.ได้เชื่อมร้อยภาคส่วนต่างๆเพื่ออนาคตจะได้ทำงานร่วมกันต่อไป 3.เกิดพื้นที่นำร่องที่อาสาดำเนินการตามยุทธศาตร์ในแผนสุขภาพจังหวัดสงขลา 4.มีคณะกรรมการฯติดตามให้แผนสุขภาพมีการทำจริง และบูรณาการด้านสุขภาพที่จะมีขึ้นในโอกาสต่อไป
10.20-10.45 น. วัตถุประสงค์และความคาดหวังขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา
โดย คุณพีระ ตันติเศรณี
รองพีระ ตันติเศรณี พูดถึงภาพรวมการเคลื่อนไหวในขอบเขตจังหวัดที่มีหลายส่วน ทั้งราชการ ท้องถิ่น และประชาชน ในส่วนราชการก็มีการปรับตัว ท้องถิ่นที่เกิดใหม่มีความคาดหวังที่จะพัฒนา แต่ยังมีปัญหาความด้อยศักยภาพอีกมาก เรื่องสุขภาพก็ยังกระจัดกระจาย หน่วยงานที่รับผิดชอบเมื่อก่อนอยู่ที่สาธารณะสุข ตีความเรื่องสุขภาพค่อนข้างแคบแต่ก็สำคัญ ต่อมามีการตีความสุขภาพออกไปไกลมาก ทำให้มีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง เกิดความสับสน ไม่เข้าใจบทบาทของตัวเอง
ถ้าหากมีแผนสุขภาพขึ้นมา กระบวนการที่กำลังทำคือการเชื่อมร้อยและบูรณาการทุกฝ่ายเข้ามา มีการแบ่งบทบาทการทำงานร่วมกันในอนาคต
ในส่วนของ อบจ.ที่คาดหวัง นอกจากได้เห็นภาพการทำแผนที่จะประกอบด้วย 13 ประเด็น ยังมีเนื้อมีกิจกรรมที่จะทำ อยากเห็นว่ามีความเห็นให้อบจ.มีบทบาทอะไร นายกอบจ.คาดหวังถึงโครงการที่มีงบประมาณ มีมาตรการที่ชัดเจน สามารถบรรจุเข้าไปสู่แผนของอบจ.ได้เลย จะกลายเป็นช่องหนึ่งในการจัดงบประมาณและทรัพยาการ
ที่สสจ.คงจะมีแผนลักษณะที่ว่า แต่แผนบางส่วนที่อาจจะเกิดขึ้นใหม่ หากมีลักษณะที่ชัดเจนก็สามารถจัดขึ้นมาได้ว่าสสจ.ทำ ประชาชนทำ ก็สามารถขอมาให้ อบจ.สนับสนุน นี่คือความคาดหวังของ อบจ. หากว่าแผนต้องใช้การจัดการเขียนออกมาเป็นโครงการมากเกินไป... ก็อาจเริ่มต้นที่หลายหน่วยงานเข้ามาประสานความร่วมมือในเชิงบูรณาการ ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการทำงานที่ได้ร่วมกันต่อไป
10.45-11.15 น. วิธีการ/กระบวนการจัดทำแผนสุขภาพจังหวัด โดย ผศ.พงศ์เทพ สุธีรวุฒิ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้ฯ
ผศ.พงศ์เทพ สุธีรวุฒิ นำเสนอวัตถุประสงค์ที่ต้องขยับจากการบอกเล่าปัญหา มาสู่แผน...กระบวนการทำแผน คงต้องเริ่มที่ 1.การวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพ 2.การกำหนดทิศทาง เป้าหมาย 3.การสร้างยุทธศาสตร์และแผนสุขภาพ 4.การปฎิบัติตามแผนสุขภาพ 5.การประเมินผล ปัญหาการทำแผนส่วนใหญ่ขาดการใช้ข้อมูล ใช้แต่ประสบการณ์ ความคาดหวัง
หากทำได้ทั้ง 5 ข้อก็น่าจะได้แผนที่สมบูรณ์พอสมควร...
เราต้องรู้ปัจจุบันสถานการณ์สุขภาพเป็นอย่างไร ดูประกอบเงื่อนไขทางสังคม เทคโนโลยี เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การเมือง นำมากำหนดอนาคตระบบสุขภาพที่พึงประสงค์ในพื้นที่ แล้ววิเคราะห์สภาวะแวดล้อมทั้งภายในภายนอก มาสร้างยุทธศาสตร์ สร้างนโยบายสาธารณะ กำหนดแผนการทำงาน
การวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพ รวบรวม สถานการณ์สุขภาพ(ข้อมูลประชากร สถิติชีพ โรคที่ต้องเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา สาเหตุของผู้ป่วยนอกและใน การวางแผนครอบครัว โรคเอดส์ สถานการณ์สุขภาพจิต โรคจากสารเคมี สถานการณ์เรื่องหลักประกันสุขภาพ เรื่องอุบัติเหตุ ฯลฯ นำข้อมูลต่างๆมา Mapping) เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยระดับประเทศ ค้นหาภูมิปัญญาและนวตกรรม วิเคราะห์ SWOT เครือข่ายสุขภาพและบทบาท(รัฐ เช่น สสจ. รพ. อนามัน กศน. สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา คณะทำงานชุดต่างๆ ภาคเอกชน ประชาคม เช่น ศิลปินพื้นบ้าน คณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่(กสพ.) สมัชชาสุขภาพ สื่อ สงขลาประชาคม ฯลฯ อบต./เทศบาล) การจัดลำดับความสำคัญของสถานการณ์ ดูจากขนาดของปัญหา ความรุนแรง ความยากง่ายในการแก้ปัญหา(มีชุดความรู้หรือไม่ มีคนทำหรือไม่ มีแหล่งทุนหรือไม่) ความตระหนักและความต้องการของชุมชน นำมาสู่การตัดสินใจเลือกประเด็นสุขภาพ ที่มีการจัดบริการสุขภาพ(การจัดระบบบริการ ฯลฯ)
การกำหนดทิศทาง เป้าหมาย ไปดูวิสัยทัศน์ ภารกิจ ปัจจัยแห่งความสำเร็จ(ว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง แต่ละปัจจัยมีอะไรเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จ) วัตถุประสงค์และเป้าหมาย ที่เข้าใจง่าย สามารถวัดผลได้ มีความเห็นพ้องรวมกัน รับรู้และเข้าใจตรงกัน มีความเป็นไปได้ ปฎิบัติได้ มีกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน แน่นอน และมี BSC เกิดความรู้ นวัตกรรม ทักษะ เกิดเครือข่ายที่มีการดำเนินงานอย่างกัลยาณมิตรและมีประสิทธิภาพ เกิดความพึงพอใจของคนในระบบสุขภาพ ลดค่าใช้จ่ายและความสูญเสียด้านสุขภาพและเกิดสุขภาวะ
การสร้างยุทธศาสตร์
1.การจัดการความรู้ ที่เป็นความรู้ทางวิชาการและเชิงประจักษ์ ที่เริ่มจากข้อมูลดิบ ประมวลข้อมูลออกมาเป็นความรู้ จนเกิดปัญญา
2.กระบวนการมีส่วนร่วม ร่วมรับรู้ ร่วมรวบรวมข้อมูล ร่วมคิด ร่วมวิเคราะห์ มีจุดหมายร่วม ร่วมทำ ร่วมรับผลประโยชน์
3.กระบวนการเรียนรู้
4.การสื่อสารสาธารณะ
การปฎิบัติตามแผนสุขภาพ มีการพัฒนาทักษะคนที่จะมาทำ ใครมีหน้าที่ทำอะไร ทำอย่างไร มีการลงรายละเอียดในขั้นตอนการทำงาน เครื่องมือ เทคนิค เชิงกระบวนการที่ใช้ การประเมินผล ดูบริบท ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลลัพท์ ผลที่ตามมา ผลกระทบ และประเมินในแง่มุมต่างๆ BSC
11.15 12.00 น. แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำแผน และแนวทางขับเคลื่อนแผนสุขภาพอย่างเหมาะสม รองพีระ ตันติเศรณี ตั้งข้อสังเกต การทำแผนเราเน้นการมีส่วนร่วม การใช้ภาษานักวิชาการกับความเข้าใจของชาวบ้านจะค่อยหลอมกัน เพราะคำถามหลักคงหนีไม่พ้นกรอบที่ทางวิชาการวางไว้ แต่ละประเด็นจะมีข้อมูลมากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับทุนเดิมที่มีทั้งหน่วยงาน นักวิชาการและประชาชน การทำแผนต้องเปิดให้คนเข้าร่วมมีมุมมองจากประสบการณ์สามารถแลกเปลี่ยนกับข้อมูลทางวิชาการได้ จะเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
การทำแผนจะหนักในการวิเคราะห์สถานการณ์ การคิดยุทธศาสตร์ ภารกิจ แต่สิ่งที่เราต้องการมากที่สุด คือ เราจะทำอะไร เวลาออกแบบกระบวนการให้เน้นหนักในช่วงหลังคือว่า เราจะทำอะไร หลายเรื่องที่เป็นเรื่องนโยบายสาธารณะระดับชาติ ยังต้องการความเห็นจากที่ประชุมเช่นกัน ผศ.พงศ์เทพ สุธีรวุฒิ เสริมว่าวิธีการคล้ายคลึงกับแนวทางของพระพุทธเจ้า ที่ค้นหาความทุกข์ สมุทัย วิโรจน์ และมรรค ให้บ่นเรื่องทุกข์ให้น้อย ค้นหาปัจจัยความสำเร็จและหาทางออกมาให้มาก ปีแรกคงจะได้ประสบการณ์ในการทำแผน ปีแรกจะต้องทำให้เกิดสมดุลระหว่างชุมชนและแผน เราที่อยู่ตรงกลางจะต้องสร้างสมดุลของทุกภาคส่วน
ตัวแทน สสจ. สนับสนุนแนวทางของ ผศ.พงศ์เทพ และนำเสนอประสบการณ์ทำแผนกับชุมชน โดยยกมิติสุขภาพทั้ง 4 ด้านร่างกาย จิตใจ สังคม จิตวิญญาณ โดยมองจากมุมใกล้ตัวก่อน ประเมินตัวเองก่อน ยกตัวอย่างประกอบและชี้ให้เห็นความสัมพันธ์กับภาพรวม
คุณอัจจิมา พรรณนา ทบทวนเป้าหมายการจัดเวที ที่แต่ละประเด็นมีแกนนำเตรียมกระบวนการจัดทำแผน ในส่วนของการแก้ปัญหาอุบัติเหตุ ยังขาดการบูรณาการลงไปในระดับท้องถิ่น มีความพยายามอยู่ หากต้องทำเรื่องแผนสุขภาพระดับจังหวัด จะนำเอา 5 ยุทธศาสตร์หลักของการทำงานที่กำลังทำอยู่ เสนอผ่าน อบจ.ไปยังท้องถิ่น และคงต้องค้นหาทีมงานที่รับผิดชอบ
ผศ.พงศ์เทพ สุธีรวุฒิ เสนอให้คนที่รับผิดชอบแต่ละประเด็น หาภาคีที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคปฎิบัติการ มาคุยกัน เพื่อค้นหาเป้าหมายที่จะทำร่วมกัน ปฎิบัติร่วมกัน รวมไปถึงแหล่งทุนและการปฎิบัติการณ์
แกนนำประเด็นผู้สูงอายุ จะใช้สมาคมผู้สูงอายุของจังหวัดสงขลาเป็นทุนในการประสานกับภาคีต่างๆ มาทำแผนสุขภาพ
ผศ.เนตรนภา อยากได้เทคนิคการเข้าหาภาคีภาครัฐ
คุณอัจจิมา พรรณนา เล่าประสบการณ์การทำงานด้านลดอุบัติเหตุ ที่เริ่มจากภารกิจในพื้นที่ จนมารับงานของ สสส. มาทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายที่ทำงานด้านลดอุบัติเหตุระดับจังหวัด การทำงานที่ผ่านมา พยายามค้นหาทีมงานว่าควรจะเป็นใคร พอได้มาก็อาศัยหัวหน้าคณะทำงานประสานภาคีที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กิจกรรม แล้วก็มีการติดตาม การกำกับ จนภารกิจที่ทำเป็นที่รับรู้ในจังหวัด
ผศ.เนตรนภา วางแผนไว้ว่าจะจัดเวทีโดยเชิญภาคีที่เกี่ยวข้องมาร่วมงาน อยากให้ส่วนกลางส่งจดหมายชี้แจงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการทำงาน และอยากได้ภาคีมาช่วย คือ จาก สสจ. อบจ.และสสส. และจะจัดประชุมไปทีละกลุ่ม แล้วค่อยมาจัดรวมกัน
รองพีระ ตันติเศรณี เสริมประเด็นลดอุบัติเหตุ ที่มีการเคลื่อนไหวไประดับชาติ ที่มีความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นและสวรส. ต้องการให้ท้องถิ่นขยับ สสส.จะเป็นอีกแหล่งทุนหนึ่งสนับสนุน การทำแต่ละประเด็น องค์ประกอบสำคัญ คือต้นทุนเดิมที่ทำอยู่ในประเด็นนั้น และหาภาคีอื่นมาเสริมข้อมูล และคิดหาแผนงานโครงการออกมา
การจัดการ ควรมีกองเลขากลางออกหนังสือเชิญ
ยังกังวลในเรื่องแพทย์พื้นบ้าน ที่ยังไม่ปรากฏในประเด็นการทำแผนฯ
ผู้เข้าร่วม มองถึงบางประเด็นที่มีการขับเคลื่อนร่วมกันระดับชาติ ระดับจังหวัด จะมีทุนเดิมเดินไปข้างหน้าได้ง่าย เสนอให้หาทีมงานที่ชัดเจนทีละประเด็น และการหนุนเสริมในแต่ละประเด็น
นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เสริมการจัดการที่จะมีการทำงาน 3 phase ช่วงแรก จะมีการประชุมใหญ่ทั้ง 13 ประเด็น ซึ่งคณะทำงานจะต้องหาเครือข่ายมาร่วมเวทีประเด็นละ 25-30 คน แล้วเกิดกระบวนการกลุ่มแต่ละประเด็น แล้วนำมาปรับบูรณาการแผนทั้ง 13 ประเด็น
การทำงานแต่ละประเด็น ผู้รับผิดชอบหลักอาจร่วมกับสสจ. ทำเอกสารตั้งต้น นัดประชุมแกนแต่ละประเด็น แล้วมาร่วมเวทีใหญ่ครั้งที่ 1
ระยะที่ 2 จะมีกระบวนการกลางที่หนุน 13 ประเด็นย่อย ซึ่งต้องมีแนวทางกลางๆรองรับ มีกระบวนการภายในกลุ่มย่อย เขียนสถานการณ์ เพื่อจัดทำเอกสารสถานะสุขภาพ
ระยะที่ 3 บูรณาการแผนย่อย เป็นแผนใหญ่ แล้วจัดประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 เพื่อรับฟังความเห็น ปรับแผนครั้งสุดท้าย จัดพิมพ์ แล้วจัดกิจกรรมรับรองแผน
แกนนำแต่ละประเด็น
- การจัดระบบบริการด้านสุขภาพของสถานบริการ และระบบประกันสุขภาพ ผู้รับผิดชอบหลัก คุณหมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เอกชัย อิสระทะ จุฑา สังขชาติ
- กองทุนฯ ผู้รับผิดชอบหลัก ผศ.พงศ์เทพ / ทิพย์ สวรส.
- ประเด็น อสม. คุณนิมิตร แสงเกตุ
- ประเด็นเด็กและเยาวชน ผู้รับผิดชอบหลัก คุณสิทธิศักดิ์ ตันมงคล คุณสุมนา กลุ่มมานีมานะ
- ประเด็นผู้ด้อยโอกาส ผศ.เนตรนภา คู่พันธวี
- ประเด็นผู้สูงอายุ คุณเสาวนีย์
- ประเด็นเกษตรและอาหาร อ.ภานุ พิทักษ์เผ่า พี่กำราบ พานทอง
- ประเด็นอุบัติเหตุ คุณอัจจิมา พรรณนา
- ประเด็นสิ่งแวดล้อม คุณพิชยา แก้วขาว
- ประเด็นแรงงาน พันธ์ วรรณบริบูรณ์ /ฐิติมา รพ.จะนะ
- ประเด็นการจัดการข้อมูล คุณสุจิต คงจันทร์ (สสจ.)
- ประเด็นสื่อสารสาธารณะ คุณทีปวัฒฑ์ มีแสง (สสจ.) บัญชร วิเชียรศรี ไพฑูรย์ ศิริรักษ์
- การประสานงานกลาง สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ชาคริต โภชะเรือง
คุณสุจิต คงจันทร์ เป็นห่วงการทำแผนสุขภาพระดับจังหวัดที่มีคน 1,300,000 คน การทำงานเชิงบูรณาการ เริ่มต้นจากคนกลุ่มย่อยแล้วมาเข้าเวทีใหญ่ทีหลังอาจจะทำได้ยาก
เรื่องข้อมูลข่าวสาร มีทุนเดิมอยู่แล้ว แค่หาข้อมูลเชิงประจักษ์จากชุมชนมาร่วมเสริมความสมบูรณ์
สมาคมเครือข่ายผู้สูงอายุ สำนักงานอยู่ที่สะพานป๋าเปรม มีทีมงานอยู่แล้ว จะประกอบด้วยตัวแทนหลายภาคส่วน
12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00-15.30 น. กระบวนการดำเนินงาน และการจัดการ
แนวทางทำงาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สสจ. จะส่งคนลงไปประกบครบทุก 13 ประเด็น ประเด็นผู้ด้อยโอกาส จะจัดเวทีในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ และวันที่ 1 มีนาคม 2549 ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นภาคีภาคราชการ ทำอย่างไรที่จะจูงใจให้มาร่วมงานอย่างต่อเนื่อง
การจัดการ ทำหนังสือเชิญ ให้ระบุตัวผู้ที่จะมาทำงานให้ชัดเจนและอ้างถึงหนังสือแต่งตั้งของผู้ว่าฯ
นัดหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการ ให้ผู้ว่าฯ มอบหมายเชิงนโยบายให้สนับสนุนการทำงาน
ประเด็นสุขภาพวัยแรงงาน ภาคีที่จะเข้าร่วม สวัสดิการจังหวัด เพิ่มแรงงานประมง สมาคมผู้ประกอบการเรือประมงสงขลา
ประเด็นลดอุบัติเหตุ เพิ่มเติมคณะทำงานของท้องถิ่นเข้ามาเสริมคณะทำงานชุดเดิม การทำงานจะมีแผนปฎิบัติการ 5 ยุทธศาสตร์ โดยได้งบประมาณจาก สสส. สถานการณ์วันนี้สงขลาเป็นพี่เลี้ยงให้กับจังหวัดใกล้เคียง
แผนสุขภาพที่จะทำ ยังจะยึด 5 ยุทธศาสตร์เดิม คุยกับคณะทำงานเดิมแล้วดูในส่วนที่สัมพันธ์กับ อบจ. จะมีแผนงานปฎิบัติการในแต่ละยุทธศาสตร์อย่างไร
แหล่งงบประมาณ จะบูรณาการตั้งแต่ CEO แขวงการทาง อบจ. อบต.
ขั้นตอนการทำงาน
1.สร้างทีมทำแผนตามประเด็น เหลือ 9 ทีม โดยยุบรวมประเด็นกลุ่ม 1 ให้นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ รับผิดชอบ และกลุ่มเนื้อหาที่ 4 ให้คุณชาคริต โภชะเรือง รับผิดชอบ
2. ประสานทีม พูดคุยเบื้องต้นแต่ละทีม
3. ประชุมกรรมการแผน และทีมงาน ที่มีผู้ว่าฯ เป็นประธาน
4.จัดประชุมใหญ่ เพื่อนำเสนอแผนและขอความเห็น ประมวลสถานการณ์สุขภาพ และทางออก
5. ทีมงานแต่ละทีม จัดเวทีกลุ่มย่อยเพื่อจัดทำแผน
6. ทีมประสาน รวมแผนย่อยเป็นแผนใหญ่
7. นำเสนอในที่ประชุมใหญ่ ประชาพิจารณ์แผน
8.นำแผนไปปรับปรุง จัดพิมพ์ประชาสัมพันธ์
หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สสจ. สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด กศน. อบจ.
เสนอให้ผู้ว่าฯ สร้างกระแส ผลักดันให้คณะทำงานทำงานได้คล่องตัวมากขึ้น และเปิดช่องการรับรู้ของประชาชนที่หลากหลาย
นัดผู้ว่าฯ ประชุมอนุกรรมการและคณะทำงานของแผนงาน วันที่ 1 มีนาคม 2549 เวลา 09.00 12.00 น. ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 5 โดยทาง ผู้ว่าฯ ออกหนังสือเชิญ ประชุมใหญ่วันที่ 9 มี.ค. 2549 ณ โรงแรมสงขลาพาวินเลียน ให้ทางผู้ว่าฯ ออกหนังสือเชิญ
เริ่มจากนโยบาย
มีกรอบ TOR
ตั้งคณะทำงานคอร์ทีม วางกรอบแนวคิด
จัดเวทีรับฟังความเห็น คู่ขนานกับทีมวิชาการเฉพาะประเด็นร่างแผน
ร่างแผน
นำแผนลงไปรับฟังอีกรอบ
ปรับปรุงแผน
นำเสนอสผ.
ลงสู่การปฎิบัติ
ปิดการประชุม
Relate topics
- รายงานสดจากงานตลาดนัดสร้างสุขคนสงขลาและสานรักครอบครัวครั้งที่ 3
- Clip chart - สงขลาพอเพียง
- ประชุมภาคีแผนสุขภาพประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2553
- สรุปบทเรียนภาคีแผนสุขภาพจังหวัดสงขลา ระยะที่ 1
- ภาพการประชุมภาคีเครือข่ายแผนสุขภาพจังหวัดประจำเดือนเมษายน
- ภาพการประชุมภาคีเครือข่ายแผนสุขภาพจังหวัดประจำเดือนสิงหาคม
- งานประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสรุปบทเรียนภาคีแผนสุขภาพจังหวัดสงขลา ระยะที่ 1
- ขอเชิญเข้าร่วมเวที สงขลาพอเพียง ครั้งที่ 41
- แฟ้มภาพ - ประชุมประจำเดือนกันยายน 2552
- ขอเชิญประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประจำเดือนกันยายน 2552