สสส.ชี้คนไทยสุขต่ำกว่ามาตรฐาน ปัญหาสังคม-การเมืองทำเครียด
โดย ผู้จัดการรายวัน 4 พฤษภาคม 2549 00:27 น.
ผู้จัดการรายวัน - สสส.รายงานผลสำรวจ ความสุขคนไทย 4 ภาค พบคนกรุงฯ น่าห่วง จิตตก ซึมเศร้า หงุดหงิด เครียดรอบด้าน จากวิกฤติบ้านเมืองกระทบหน้าที่การงาน หญิง-คนโสด และม่าย ทุกข์หนักกว่าชายทั้งกายและใจ แพทย์รามาฯแนะการฟิตสุขภาพช่วยได้
ทพ.กฤษดา เรืองอารีรัชต์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส.ร่วมกับ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี และสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ ทำการวัดระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยนำแบบทดสอบความสุขที่มีความน่าเชื่อถือที่เรียกว่า SF36 เก็บข้อมูลในกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป ในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดในหัวเมืองใหญ่ เช่นเชียงใหม่ นครราชสีมา ชลบุรี และสงขลา จำนวน 3,158 คน ระหว่างวันที่ 15-29 เม.ย.49
รศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช กล่าวว่า ภาพรวมเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของคนไทย ทางด้านร่างกายปรากฏว่า ภาคตะวันออกมีสภาพดีที่สุด รองลงมาได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง (กรุงเทพฯ) และภาคอีสาน ขณะที่ภาพรวมด้านจิตใจ ภาคเหนือมีสภาพดีที่สุด รองลงมาได้แก่ ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคอีสาน และภาคกลาง (กรุงเทพฯ) และถ้าแยกกลุ่มประชากรในเมืองและนอกเมือง พบว่าสุขภาพกายของคนในเมืองดีกว่านอกเมือง แต่สุขภาพจิตของคนนอกเมืองดีกว่าในเมืองอย่างเห็นได้ชัด
"แบบทดสอบชุดนี้ชี้ชัดว่า คนกรุงเทพฯ ตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าตลอดเวลา หงุดหงิด วิตกกังวลมากกว่าภาคอื่น และอารมณ์ ดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาในการทำงานและการดำเนินกิจวัตรประจำวันอีกด้วย หากมองลึกลงไปที่ดัชนีวัดความกระปรี้ กระเปร่าและมีชีวิตชีวา ก็พบว่าคนกรุงเทพฯ อยู่ในระดับต่ำสุดเช่นกัน เป็นเพราะความตึงเครียดของสถานการณ์ด้านสังคม การเมืองภายในประเทศในช่วงที่ผ่านมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อดัชนีชี้ความสุขกาย - สุขใจของคนไทยที่รายงานออก มาจากแบบทดสอบชุดนี้ด้วย ที่สำคัญการสำรวจครั้งนี้ถือเป็นการสำรวจครั้งที่ 2 ในรอบ 4 เดือน ซึ่งผลย้ำชัดว่าคน กทม.มีปัญหาสุขภาพกาย-ใจ มากกว่าภาคอื่น"รศ.นพ.รณชัย กล่าว
สำหรับ ในมิติด้านอายุ พบว่ายิ่งอายุมากยิ่งมีคุณภาพชีวิตด้านกายแย่ลงกว่าทุกกลุ่มอายุ แต่กลับมีสุขภาพจิตใจดีขึ้น สะท้อนถึงความเยือกเย็น สงบสุขของผู้สูงอายุ ในขณะที่มิติสถานภาพด้านคู่ครอง พบว่าคนโสดคุณภาพชีวิตทางกายมีสภาพดีกว่า กลุ่มสมรสและกลุ่มที่เป็นม่าย/หย่า/แยกกันอยู่ ขณะที่ด้านจิตใจกลุ่มสมรสมีสภาพดีกว่ากลุ่มโสดและกลุ่มที่เป็นม่าย/หย่า/แยกกันอยู่ อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มที่เป็นม่าย/หย่า/แยกกันอยู่ มีคุณภาพชีวิตทั้งด้านกายและจิตใจและต่ำกว่า 2 กลุ่มแรกอย่างสิ้นเชิง มีความจำเป็นต้องหันมาสนใจดูแลตัวเองมากขึ้น เพราะคนกลุ่มนี้จะตกอยู่ในภาวะเครียดท้อแท้ในชีวิตได้
ทพ.กฤษดา กล่าวว่า หากนำผลครั้งนี้ไปเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานกลางของต่างประเทศ จะพบว่าประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำกว่าในทุกหมวด และหากเปรียบเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐ พบว่าทั้ง 7 หมวด ประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำกว่า ยกเว้นความกระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวา ดัชนีข้อนี้ของคนไทยอยู่ในระดับสูงกว่า อย่างไรก็ตามผลที่ออกมาไม่ได้สะท้อนถึงความล้มเหลวในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย แต่ค่ามาตรฐานของประเทศพัฒนาแล้วที่นำมาเปรียบเทียบจะเป็นเป้าหมายของการพัฒนาสภาพสังคมไทยเพื่อให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของ สสส.เอง ที่ต้องเร่งเครื่องเดินหน้างานสร้างเสริมสุขภาพให้แพร่ขยายไปทั่วประเทศ
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง