ระบบคุณค่า
ความเชื่อในกฎเกณฑ์ประเพณีเป็นระเบียบทางสังคมของชุมชนดั้งเดิม ความเชื่อนี้เป็นรากฐานระบบคุณค่าต่าง ๆ ความกตัญญูรู้คุณต่อ พ่อแม่ ปู่ ย่าตายาย ความเมตตาเอื้ออาทรต่อผู้อื่น ความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใน ธรรมชาติรอบตัวและในสากลจักรวาล ความเชื่อ " ผี " หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในธรรมชาติเป็นที่มาของการดำเนิน ชีวิตทั้งของส่วนบุคคลและของชุมชนโดยรวม การเคารพในผีปู่ตา หรือผีปู่ย่า ซึ่งเป็นผีประจำหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นลูกหลาน ของปู่ตาเดียวกัน รักษาป่าที่มีบ้านเล็ก ๆ สำหรับผีปลูกอยู่ติดหมู่บ้าน ผีป่า ทำให้คนตัดไม้ด้วยความเคารพ ขออนุญาต เลือกตัดต้นไม้แก่และปลูกทดแทน ไม่ทิ้งสิ่งสกปรกลงแม่น้ำด้วยความเคารพในแม่คงคา กินข้าวด้วยความเคารพใน แม่โพสพ คนโบราณกินข้าวเสร็จจะไหว้ข้าวหรือสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน คนจะเดินทางไกล หรือกลับจากการเดินทาง สมาขิกใหม่ในชุมชน คนป่วยหรือ กำลังฟื้นไข้ คนเหล่านี้จะได้รับพิธีสู่ขวัญ เพื่อให้เป็นสิริมงคล มีความอยู่เย็นเป็น สุข นอกนั้นยังมีพิธีสืบชะตาชีวิตของบุคคลหรือของชุมชน นอกจากพิธีกรรมกับคนแล้ว ยังมีพิธีกรรมกับสัตว์และธรรมชาติ มีพิธีสู่ ขวัญข้าว สู่ขวัญควาย สู่ขวัญเกวียน เป็นการแสดงออกถึงการขอบคุณ การขอขมา พิธีดังกว่าวไม่ได้มีความหมายถึงว่าสิ่งเหล่านี้มีจิตมีผีในตัวมันเอง แต่เป็นการแสดงออกถึงความสัมพันธ์กับจิตและสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นสากล ใน ธรรมชาติทั้งหมด ทำให้ผู้คนมีความสัมพันธ์อันดีกับทุกสิ่ง คนขับแท็กซี่ใน กรุงเทพฯ ที่มาจากหมู่บ้าน ยังซื้อดอกไม้แล้วแขวนไว้ที่กระจกในรถ ไม่ใข่ เพื่อเซ่นไหว้ผีในรถแท็กซี่ แต่เป็นการรำลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลจักรวาล รวมถึงที่สิงอยู่ในรถคันนั้น ผู้คนสมัยก่อนมีความสำนึกในข้อจำกัดของตนเอง รู้ว่ามนุษย์มีความ อ่อนแอและเปราะบาง หากไม่รักษาความสัมพันธ์อันดีและไม่คงความสมดุล กับธรรมชาติรอบตัวไว้ เขาคงไม่สามารถมีชีวิตได้อย่างเป็นสุขและยืนนาน ผู้คนทั่วไปจึงไม่มีความอวดกล้าในความสามารถของตน ไม่ท้าทายธรรมชาติ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน และรักษากฎระเบียบประเพณีอย่าง เคร่งครัด ชีวิตของชาวบ้านในรอบหนึ่งปีจึงมีพิธีกรรมทุกเดือน เพื่อแสดงออกถึง ความเชื่อและความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนในสังคม ระหว่างคนกับธรรมชาติ และระหว่างคนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ดังกรณีงานบุญประเพณีของชาวอีสาน ที่เรียกว่า ฮีตสิบสอง คือ
เดือนอ้าย (เดือนที่หนึ่ง) บุญเข้ากรรม ให้พระภิกษุเข้าปริวาสกรรม
เดือนยี่ (เดือนที่สอง) บุญคูณลาน ให้นำข้าวมากองกันที่ลาน ทำพิธีก่อนนวด
เดือนสาม บุญข้าวจี่ ให้ถวายข้าวจี่ (ข้าวเหนียวปั้นชุบไข่ทาเกลือนำไปย่างไฟ)
เดือนสี่ บุญพระเวส ให้ฟังเทศก์มหาชาติ คือเทศน์เรื่องพระเวสสันดรชาดก
เดือนห้า บุญสรงน้ำ หรือบุญสงกรานต์ ให้สรงน้ำพระ ผู้เฒ่าผู้แก่
เดือนหก บุญบั้งไฟ บูชาพญาแถน ตามความเชื่อเดิม และบุญวิสาขบูชา
ตามความเชื่อของชาวพุทธ
เดือนเจ็ด บุญซำฮะ (บุญชำระ) ให้บนบานพระภูมิเจ้าที่ เลี้ยงผีปู่ตา
เดือนแปด บุญเข้าพรรษา
เดือนเก้า บุญข้าวประดับดิน ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ญาติพี่น้องผู้ล่วงลับ
เดือนสิบ บุญข้าวสาก ทำบุญเช่นเดือนเก้ารวมให้ผีไม่มีญาติ (ภาคใต้มี
พิธีคล้ายกัน) คืองานพิธีเดือนสิบ ทำบุญให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว แบ่ง
ข้าวปลาอาหารส่วนหนึ่งให้แก่ผีไม่มีญาติ พวกเด็ก ๆ ชอบแย่งกันเอาของที่แบ่ง
ให้ผีไม่มีญาติหรือเปรต เรียกว่า " การชิงเปรต "
เดือนสิบเอ็ด บุญออกพรรษา
เดือนสิบสอง บุญกฐิน จัดงานกฐินและลอยกระทง
ภูมิปัญญาชาวบ้านในสังคมปัจจุบัน
ภูมิปัญญาชาวบ้านได้ก่อเกิดและสืบทอดกันมาในชุมชน
หมู่บ้าน เมื่อหมู่บ้านเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับสังคมสมัยใหม่
ภูมิปัญญาชาวบ้านก็มีการปรับตัวเช่นเดียวกัน
ความรู้จำนวนมากได้สูญหายไปเพราะไม่มีการปฏิบัติ
สืบทอด เช่น การรักษาพื้นบ้านบางอย่าง การใช้ยาสมุนไพร
บางชนิด เพราะหมอยาที่เก่ง ๆ ได้เสียชีวิตโดยไม่ได้ถ่ายทอด
ให้คนอื่น หรือถ่ายทอดแต่คนต่อมาไม่ได้ปฏิบัติ เพราะ
ชาวบ้านไม่นิยมเหมือนเมื่อก่อน ใช้ยาสมัยใหม่และไปหา
หมอที่โรงพยาบาลหรือคลินิกง่ายกว่า งานหัตถกรรม
ทอผ้าหรือเครื่องเงิน เครื่องเขิน แม้จะยังเหลืออยู่ไม่น้อย
แต่ก็ได้ถูกพัฒนาไปเป็นการค้า ไม่สามารถรักษาคุณภาพ
และฝีมือแบบดั้งเดิมไว้ได้ ในการทำมาหากิน มีการใช้
เทคโนโลยีทันสมัย ใช้รถไถแทนควาย รถอีแต๋นแทนเกวียน
การลงแขกทำนาและปลูกบ้านบ้านเรือนก็เกือบจะหมดไป
มีการจ้างงานกันมากขึ้น แรงงานก็หายากกว่าแต่ก่อน ผู้คน
อพยพย้ายถิ่น บ้างก็เข้าเมือง บ้างก็ไปทำงานที่อื่น ประเพณี
งานบุญก็เหลือไม่มาก ทำได้ก็ต่อเมื่อลูกหลานที่จากบ้านไป
ทำงาน กลับมาเยี่ยมบ้านในเทศกาลสำคัญ ๆ เช่น ปีใหม่
สงกรานต์ เข้าพรรษา เป็นต้น
สังคมสมัยใหม่มีระบบการศึกษาในโรงเรียน มีอนามัยและโรงพยาบาล มีโรงหนัง
วิทยุ โทรทัศน์ และเครื่องบันเทิงต่าง ๆ ทำให้ชีวิตทางสังคมของชุมชนหมู่บ้านเปลี่ยนไป
มีตำรวจ มีโรงมีศาล มีเจ้าหน้าที่ราชการฝ่ายปกครอง ฝ่ายพัฒนา และอื่น ๆ เข้าไปใน
หมู่บ้าน บทบาทของวัด พระสงฆ์ และคนเฒ่าคนแก่เริ่มลดน้อยลงไป
การทำมาหากินก็เปลี่ยนจากการทำเพื่อยังชีพไปเป็นการผลิตเพื่อการขาย
ผู้คนต้องการเงินเพื่อซื้อเครื่องบริโภคต่าง ๆ ทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป ผลิตผล
จากป่าก็หมดสถานการณ์เช่นนี้ทำให้ผู้นำการพัฒนาชุมชนหลายคนที่มีบทบาท
สำคัญในระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ เริ่มเห็นความสำคัญของ
ภูมิปัญญาชาวบ้าน หน่วยงานทางภาครัฐและภาคเอกชนให้การสนับสนุนและ
ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์ฟื้นฟู ประยุกต์ และค้นคิดสิ่งใหม่ ความรู้ใหม่เพื่อ
ประโยชน์สุขของสังคม
Relate topics
- แครอท ลดมะเร็งปอด
- ดอกโสน อาหารปลอดสารพิษ
- หนุนกินดอกไม้ป้องกันโรคภัย ซ่อนกลิ่นมีสารต้านมะเร็งสูง
- ส่งเสริมดอกไม้กินได้มีสรรพคุณทางยา
- รู้จัก....ยาจีน รู้จักภูมิปัญญาตะวันออก
- พืชผักต้านมะเร็ง
- ชาเขียวมีประโยชน์ต้องชงดื่ม ไม่ใช่ดื่มจากขวด
- "สุขภาวะแบบพอเพียง" มุมมองใหม่นักเรียนวังตะกู
- โป๊ยกั๊กสมุนไพรสุดฮอต
- พิจารณาผลไม้เพื่อสุขภาพ/ สายันห์ เล็กอุทัย
