ภูมิปัญญาโพ้นทะเลสู่ควนเนียง"น้ำแข็งขูด"ไม่ได้กิน ไปไม่ถึง
"อากาศร้อนๆ อย่างนี้ ได้น้ำแข็งขูดสักแก้วก็คงจะดี"
เมื่อ กล่าวถึง "น้ำแข็งขูด" หลายท่านคงจะสงสัยว่าคืออะไรกันแน่ น้ำแข็งขูดคือ การใช้ก้อนน้ำแข็งแท่งสี่เหลี่ยมมาขูดกับแผ่นเหล็กแล้วกลายเป็นฝอย หลังจากนั้นจึงใส่ มันเชื่อม เฉาก๊วย ลอดช่องสิงคโปร์ เป็นต้น แล้วก็เติมน้ำหวาน ซึ่งมีหลากสีหลายรส แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า
เรื่องราวแห่ง "น้ำแข็งขูด" นี้ได้เริ่มต้นขึ้นที่ อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา มาตั้งแต่ประมาณ ปี.พ.ศ. 2500 โดยชาวจีนโพ้นทะเล และได้สืบทอดกันมาเป็นรุ่นๆ ซึ่ง แป๊ะท้าย พ่อค้าน้ำแข็งขูดยุคแรกๆ อายุ 85 ปี ซึ่งเริ่มขายมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506
อยู่บ้านเลขที่ 579/5 ม.2 ตำบลรัตภูมิ อำเภอควนเนียง ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า แต่เดิมตนเป็นคนจีนแผ่นดินใหญ่ อาศัยอยู่ที่ ซัวเถา และได้เดินทางมาเมืองไทยโดยทางเรือ ช่วงแรกๆ ก็มาอยู่ที่หาดใหญ่ทำงานสารพัด และได้คิดทำน้ำแข็งทุบ แล้วใส่น้ำหวาน
หลังจากนั้นก็ย้ายมาอยู่ที่ ควนเนียง
สมัยนั้นมี เฮียเลี้ยง ขายน้ำแข็งขูด อยู่ก่อนแล้ว จึงเริ่มต้นในการคิดสูตรน้ำแข็งขูด เช่น ใส่ลอดช่องเขียว หรือการเพิ่มกลิ่นรสให้ถูกใจลูกค้า ในช่วงนั้นในควนเนียงมีอยู่ 6 เจ้าที่ขายอยู่ ตั้งกันคนละมุมในบริเวณตลาดควนเนียง ขายดีมาก จนถึงปัจจุบันก็เพิ่งเลิกขายไปเพราะหัวเข่าไม่ดี สาเหตุมาจากการยืนขูดน้ำแข็งมานานนับ 10 ปี
และในปัจจุบันนี้ "น้ำแข็งขูด" ก็ยังมีการสืบทอดอยู่จากรุ่นต่อรุ่น ดั่งที่ สุนี ศิละศาลติพงศ์ แม่ค้าน้ำแข็งขูด อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 286 ม. 2 ตำบลรัตภูมิ อำเภอควนเนียง ได้กล่าวถึงอาชีพขาย น้ำแข็งขูดที่สืบต่อมาจากย่า ว่า ในสมัยนั้น ตาซึ่งเป็นชาวจีนโพ้นทะเล เป็นคนเริ่มขายเป็นเจ้าแรก ในช่วงแรกก็จะเร่ขายตามบ้านแต่ในช่วงหลังจึงมาตั้งขายที่หลังสถานีรถไฟควนเนียง
ส่วนตัวเองได้สืบทอดการทำน้ำแข็งขูดมาจาก ย่า ตนเริ่มขายน้ำแข็งขูดเมื่ออายุ 17-18 ปี และมีการคิดค้น น้ำหวานที่มีรสชาติต่าง ๆ เช่น น้ำซาซี่ และปรับปรุงเครื่องผสมในน้ำแข็งให้มีความหลากหลายขึ้น เช่น การเพิ่มถั่วดำต้ม ถั่วคั่ว หรือการใส่นมสดเพื่อเพิ่มความหอมมัน ซึ่งในตลาดควนเนียงตอนนี้ก็มี อยู่ 4 เจ้าด้วยกัน แต่ละเจ้าก็ได้รับการถ่ายทอดมาจากเครือญาติที่ขายอยู่เดิมเช่นกัน
เมื่อก่อนขาย แก้วละ 50 สตางค์ แต่ในปัจจุบันต้องขาย แก้วละ 8 บาท เพราะค่าใช้จ่ายในวัตถุดิบเพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ยังมีลูกค้าเข้ามาอย่างมากมายเหมือนกับสมัยอดีต ยิ่งในเดือนเมษาหน้าร้อนจะขายดีเป็นพิเศษ
สุนี ได้พูดทิ้งท้ายไว้ว่า รู้สึกภูมิใจในอาชีพนี้ เพราะบรรพบุรุษเขาทำมาให้เรามีอาชีพในการดำเนินชีวิต และเป็นเอกลักษณ์ของควนเนียงเ พราะไม่มีที่ไหน นอกจากที่ควนเนียงเท่านั้นที่จะได้กินน้ำแข็งขูดรสอร่อย ดั่งที่ว่า
"ใครมาถึงควนเนียง ถ้าไม่ได้กินน้ำแข็งขูด ก็แสดงว่ายังมาไม่ถึงควนเนียง" ขจร เพชรพรหมศร อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 360 ม.2 ตำบลรัตภูมิ อำเภอควนเนียง ซึ่งเป็นลูกค้าประจำน้ำแข็งขูด กล่าว และว่า ชอบมากินน้ำแข็งขูดเป็นประจำตั้งแต่สมัย รุ่นพ่อจนมาถึงตน เพราะรสชาติอร่อยไม่เหมือนใคร และไม่มีที่ไหนที่จะได้กินนอกจากที่ควนเนียงเท่านั้น
เรื่องราวแห่งตำนาน "น้ำแข็งขูด" เป็นอีกหน้าหนึ่งที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้ เพราะภูมิปัญญาการสั่งสมประสบการณ์และการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จึงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมทางด้านอาหารการกินที่ยังไม่เลือนหายไปจากความทรงจำตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอำเภอควนเนียง
โดย Focus Team
Relate topics
- การแยกขยะ มาตรวัดกึ๋นท้องถิ่นบ้านเรา/คอลัมน์...ได้อย่าง ไม่เสียอย่าง
- 'บุหรี่' เลิกไม่ยาก
- "ใช้เน็ตแบบปลอดภัย" โดย Security-in-a-Box
- เหตุผลที่พลังงานนิวเคลียร์ไม่ใช่ทางเลือกที่ยั่งยืน
- ขนมบรรจุซอง ภัยร้ายใกล้ตัวเด็ก
- ปากคำ"แพทย์"เหยื่อพริตตี้ กลยุทธ์ขายยาล้ำ"จริยธรรม"
- เปิดโลกการอ่าน ตอนโลกการ์ตูน
- ระวัง ‘พริกน้ำปลา’ ภัยร้ายผู้สูงวัย มีโซเดียมเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด
- กระบวนการสอนสร้างอนาคตร่วมกัน - Future Search Conference (F.S.C.)
- เด็กไทยเห็นแก่ตัว “ให้” ไม่เป็น
เด็กคน. (Not Member)
Reception (Not Member)
วุฒิชัยพงศ์ (Not Member)
เด็กควนเนียง (Not Member)
น้องเด็กโต๊ะหนอ (Not Member)
คนทะเล (Not Member)
คนทะเล (Not Member)
ต้นตอ (Not Member)
เด็กปากจ่านิ (Not Member)
เด็กปากบาง (Not Member)
เด็กควนเนียง (Not Member)
dcom (Not Member)
เด็กเทพ (Not Member)
เด็กโต๊ะหนอ (Not Member)
เด็กห้วยลึก-ท่าหยี (Not Member)
คนใกล้บ้านแต่อยู่ไกล (Not Member)
สองสามสี่ (Not Member)