10เครื่องดื่มยอดนิยมน้ำตาลสูง ต้นเหตุโรคอ้วนเล่นงาน
10 มีนาคม 2549 16:46 น.
เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน เปิดโผ 10 เครื่องดื่มยอดนิยม เร่งจุดกระแสคนไทยอ่อนหวาน ไม่ง้อน้ำตาลขึ้นราคา เผยทั่วโลกฮิต อาหาร-เครื่องดื่ม สูตรหวานน้อย ปราศจากน้ำตาล เตือนผู้ประกอบการไทย ตื่นตัว ก่อนโดนตีตลาด
ทพ.ศิริเกียรติ เหลียงกอบกิจ ผอ.สำนักสนับสนุนการสร้างสุขภาวะและลดปัจจัยเสี่ยงรอง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลประกาศ ขึ้นราคาน้ำตาลทรายจากกิโลกรัมละ 13 บาท เป็น 17.25 บาท โดยผู้ผลิตหลายรายประกาศ ว่า จะต้องขึ้นราคาสินค้าอื่นๆตามไปด้วย ซึ่งผู้บริโภคจะกลายเป็นผู้ที่แบกรับภาระหนักที่ สุด ตามข้อเท็จจริงแล้ว น้ำตาลคือสิ่งที่ก่ออันตรายต่อสุขภาพ เป็นสาเหตุของโรคร้ายใน คนทุกกลุ่มอายุ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ดังนั้น ทุกฝ่ายควรใช้โอกาสนี้ สร้างวัฒนธรรม ลด ละ เลิก การบริโภคน้ำตาล โดยผู้ผลิตควรแก้ปัญหาด้วยวิธีลดปริมาณน้ำตาล ที่เป็นส่วน ผสมในอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ แทนการขึ้นราคาสินค้า เพราะนอกจากจะลดต้นทุนแล้ว ยังแก้ปัญหาการบริโภคหวานเกินพอดีของคนไทยด้วย
สำหรับผู้บริโภคควรอาศัยโอกาส นี้ ลดหรืองดบริโภคหวาน เพราะแต่ละปีคนไทยต้องเสียชีวิตจากการบริโภคน้ำตาลเกินพอดี จำนวนมาก ปัจจัยสำคัญหนึ่งคือความรู้เท่าไม่ถึงการ ว่าอาหารหรือเครื่องดื่มที่ทานมีน้ำตาล ในปริมาณสูง
ทพ.ศิริเกียรติ กล่าวอีกว่า จากการสำรวจ10 อันดับเครื่องดื่มสำเร็จรูปในท้องตลาด ที่มี ปริมาณน้ำตาลสูง ในช่วงเดือนธ.ค. 2548 พบว่า อันดับ
1.ชานมหรือชาเย็นขนาด 500 มิลลิลิตร มีน้ำตาลถึง 31.25 ช้อนชา
2 .ชาเขียวผสมนม 250 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 26.3 ช้อนชา
3.ชาเขียวรสน้ำผึ้ง 250 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 25 ช้อนชา
4.ชาดำเย็น 350 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 15.3 ช้อนชา
5.รูทเบียร์ 1 กระป๋อง มีน้ำตาล 14.3 ช้อนชา
6.น้ำอัดลมที่ไม่มี สี 1 กระป๋อง มีน้ำตาล 11.4 ช้อนชา
7.น้ำอัดลมหลากสี 1 กระป๋อง มีน้ำตาล 11.4 ช้อน ชา
- รูทเบียร์ในร้านอาหารจังก์ฟู้ด มีน้ำตาล 10.8 ช้อนชา
9.น้ำอัดลมรสส้ม 1 กระป๋อง มีน้ำตาล 9.5 ช้อนชา
10.น้ำดำ 2 ยี่ห้อดัง มีน้ำตาล 8.5-9.3 ช้อนชา ซึ่งล้วนแต่เป็นปริมาณ ที่สูงมาก และเป็นอันตรายต่อร่างกาย อีกทั้งใน 1 วัน แต่ละคนอาจบริโภคเครื่องดื่มเหล่านี้ หลายชนิด โดยเด็กไม่ควรทานน้ำตาลเกิน 4 ช้อนชา ต่อวัน ส่วนผู้ใหญ่ไม่ควรเกิน 6 ช้อนชา ต่อวัน
ทพญ.จันทนา อึ้งชูศักดิ์ เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานเสริมว่า กล่าวว่า ที่ประเทศ สหรัฐฯ ชาวอเมริกันถูกเล่นงานด้วยโรคอ้วน ทำให้ตระหนักถึงภัยร้ายที่มากับความหวาน และลด ละ เลิก การบริโภคอาหารที่มีน้ำตาล ในปี 2541 มีผลิตภัณฑ์ที่ลดปริมาณน้ำตาลลง จำหน่ายเพียง 36 ชนิด แต่เมื่อปี 2546 เพิ่มขึ้น 607 รายการ และในปี 2548 พุ่งขึ้นเป็น 948 รายการ จึงยืนยันได้ว่าตลาดสินค้าที่ลดปริมาณน้ำตาลเติบโตรวดเร็ว โดยสินค้าสำหรับ เด็กหลายชนิดอาทิ อาหารธัญพืชลดน้ำตาลลงถึง 75 % ขณะที่เยลลี่ ลูกกวาด น้ำหวาน ก็ แข่งกันลดน้ำตาลลง ถ้าเข้าไปซุปเปอร์มาเก็ต และทุกซอกทุกมุมในร้านสะดวกซื้อที่สหรัฐฯ จะเห็นป้ายแสดงว่าใส่น้ำตาลน้อยลงเท่าไร ขนาดใหญ่กว่ายี่ห้อของสินค้าเสียอีก
"สินค้าสูตรน้ำตาลน้อยที่ผลิตในสหรัฐฯ ขยายตลาดไปหลายประเทศ เนื่องจากอาหาร และเครื่องดื่มสูตรน้ำตาลน้อย และสูตรปราศจากน้ำตาล กำลังได้รับความนิยม จนกลายเป็น กระแส ทั่วโลก อย่างที่ฝรั่งเศสไอศครีมยี่ห้อดัง ก็ใช้สารให้ความหวานอื่นแทนน้ำตาล ทำให้ ยอดขายเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โดยผู้ผลิตกำลังปรับตัว ปรับสูตรสินค้า เพราะถ้า น้ำตาลยิ่งน้อยก็จะยิ่งขายได้มาก ซึ่งอยากให้ผู้ผลิตในประเทศไทยตื่นตัวเรื่องนี้ เพราะเชื่อ
มั่นว่า(หรือมีข้อมูลอะไรมากสนับสนุนคะ) ผู้บริโภคกำลังต้องตัวเลือกสินค้าสูตรน้ำตาลน้อย และปราศจากน้ำตาล ไม่เช่นนั้นอาจถูกสินค้าต่างชาติตีตลาดได้"ทพญ.จันทนา กล่าว
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง
ชาเขียว (Not Member)