สสส.แฉกลยุทธ์บริษัทนมเด็กโฆษณาเกินจริง
21 กุมภาพันธ์ 2549 18:01 น.
สสส.แฉกลยุทธ์บริษัทนมผงให้ข้อมูลผู้บริโภคไม่ครบ ชี้การโฆษณานมผงเน้นให้ข้อมูลประโยชน์สาร DHA - AA ทั้งที่สารตัวเดียวกันล้วนมีอยู่ในนมแม่อยู่แล้ว ทำให้แม่จำนวนมากหลงเข้าใจผิด ด้านโพลล์ระบุแม่ใน กทม. 70% รับโฆษณามีผลจูงใจสูง
วานนี้ (21 ก.พ.)ในการเสวนาเรื่อง "ลูกหลงเต้า เพราะแม่หลง โฆษณา" จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กรมอนามัย และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้เผยข้อมูลสถานการณ์ การโฆษณานมผสมเติมสาร DHA และ AA ใช้สำหรับเลี้ยงทารกในปัจจุบัน
นายสง่า ดามาพงศ์ ผู้จัดการแผนงานอาหารและโภชนาการ สสส. เปิดเผยว่า จากผลสำรวจของเอแบคโพลล์ถึงความคิดเห็นของแม่ที่มีลูกอายุแรกเกิดถึง 1 ปีในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 733 ตัวอย่าง โดยได้ทำการเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 8-16 กุมภาพันธ์ 2549 พบว่า มีแม่ร้อยละ 70.1 ระบุว่า การโฆษณาของนมผสมมีผลจูงใจอยากให้ใช้นมผสมเลี้ยงลูก และมีจำนวนถึงร้อยละ 65.6 ที่ระบุว่า โฆษณานมผสมที่เติม DHA และ AA มีผลทำให้สนใจในระดับค่อนข้างมากจนถึงขั้นสนใจเลี้ยงลูกด้วยนมผสม
นอกจากนี้ร้อยละ 67.9 ที่เข้าใจว่า การโฆษณานมผสมทำให้เข้าใจว่าสามารถใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปีได้ และร้อยละ 66.7 เห็นว่า นมผสมที่เติมสารพิเศษอื่นๆ มีส่วนทำให้น่าสนใจที่จะนำมาใช้เลี้ยงลูก ซึ่งจากข้อมูลนี้ชี้ชัดว่า การโฆษณามีผลต่อการตัดสินใจของแม่ค่อนข้างมาก ทั้งประเด็นการโฆษณาเป็นการบอกข้อมูลเพียงบางส่วนเท่านั้น
ด้าน ศ.เกียรติคุณ น.พ.วีระพงษ์ ฉัตรานนท์ ที่ปรึกษาศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า มีแม่จำนวนมากที่เชื่อและเข้าใจผิด ทำให้แม่ส่วนหนึ่งหันไปใช้นมผสมเลี้ยงแทนน้ำนมตนเอง ซึ่งในความเป็นจริงนั้น การพัฒนาสมองเด็กที่สำคัญต้องมาจากพันธุกรรม และตัวน้ำนมแม่เอง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วสารอาหารทั้ง 2 ชนิดมีอยู่แล้วในนมแม่ตามธรรมชาติ
"ในเรื่องการโฆษณานมผสมนั้น หากเป็นไปได้ไม่อยากให้มีการโฆษณานมผสมสำหรับเด็กเล็กต่ำกว่า 1 ปี เช่นเดียวกับในต่างประเทศมีการห้ามทำการตลาดในสินค้าสำหรับเด็กอ่อน เพราะยังมีการพัฒนาการต่างๆ ยังไม่ดี" น.พ.วีระพงษ์ กล่าว
ขณะที่ ผศ.พญ.กุสุมา ชูศิลป์ คณะแพทย์ศาสตร์ ม.ขอนแก่น กล่าวว่า การเติมสารอาหาร DHA และ AA ในความเป็นจริงยังไม่สามารถสกัดสารดังกล่าว แต่เป็นการเติมสารตั้งต้น คือ กรดไขมันไลโนเลอิด และไลโนเลนิก ในตระกูลโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 เมื่อเข้าสู่ร่างกายจึงจะสังเคราะห์เป็นสาร DHA และ AA อีกทั้งยังไม่มีการวิจัยชิ้นใดที่ยืนยันว่าการเติมสารในปริมาณที่เหมาะสมควรเป็นเท่าใด
ส่วน พ.ญ.ศิราพร สวัสดิวร เลขาธิการศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในการโฆษณาเกินจริง จำต้องขอจริยธรรมจากผู้ผลิตนมในการชี้นำผู้บริโภค เพราะปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายห้าม
ภก.มานิตย์ อรุณากูร รองเลขาธิการสำนักงาน อย.กล่าวว่า ในปี 2548 ทาง อย.ได้สั่งดำเนินคดีกับบริษัทผลิตนมผงไปแล้ว 8 คดี เป็นการโฆษณาผ่านทางแผ่นพับ และในช่วงต้นปี 2549 ได้สั่งดำเนินคดีไปแล้ว 1 ราย เป็นการแสดงป้ายอวดอ้าง
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง