แผนสุขภาพจังหวัดสงขลา ก้าวใหญ่เพื่อสุขภาวะคนสงขลา
นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ
สืบเนื่องจากมิติการมองสุขภาพในปัจจุบันที่ควรต้องมองประเด็นทางสุขภาพให้ครอบคลุมมิติต่างๆในวงกว้าง ทั้งในด้านกาย จิต สังคม จิตวิญญาณและสิ่งแวดล้อม ทำให้การจัดการปัญหาสุขภาพไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยกลไกของกระทรวงสาธารณสุขและมิติการตั้งรับในโรงพยาบาลเพียงเท่านั้น จำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม จึงจะนำพาสังคมสู่ความมีสุขภาวะได้
ประกอบกับจังหวัดสงขลามีลักษณะเด่นที่มีภาคประชาสังคมที่เข้มแข็ง มีภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความตั้งใจจะทำงานในด้านการยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของคนสงขลา มีภาคราชการที่เปิดกว้างยอมรับการมีส่วนร่วมในการร่วมแก้ปัญหาของประชาชน รวมทั้งมีภาควิชาการจากสถาบันอุดมศึกษาและนักวิชาการอิสระจำนวนหนึ่งที่ขับเคลื่อนสังคมมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันนี้ ทุกภาคส่วนในสังคมของจังหวัดสงขลาต่างเริ่มมีการตกผลึกทางความคิดร่วมกันว่า ถึงเวลาแล้วที่จะมีการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการร่วมกันขับเคลื่อนจังหวัดสงขลาสู่การมีสุขภาวะ ดังนั้น " แผนสุขภาพจังหวัดสงขลา " จึงได้กลายมาเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ทุกฝ่ายยอมรับและเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างแนวทางเดินให้สงขลาสู่เส้นทางแห่งสุขภาวะให้ได้
ย้อนอดีตกับจังหวะก้าวการขับเคลื่อนด้านสุขภาพในจังหวัดสงขลา เมื่อทบทวนมองย้อนกลับไปในอดีต จังหวะก้าวใหญ่ในอดีตที่ผ่านมาในการขับเคลื่อนเรื่องสุขภาพในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญและส่งอานิสงส์แรงกระเพื่อมเชิงบวกมาถึงปัจจุบัน ได้แก่
การขับเคลื่อนของสงขลาประชาคมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปี 2530-2543 ในประเด็นปัญหาทางสังคมในจังหวัดสงขลา ไม่ว่าในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สิทธิเด็ก สื่อสารสาธารณะ รวมทั้งกระบวนการรณรงค์การสนับสนุนเพื่อร่างรัฐธรรมนูญสีเขียวอ่อนฉบับปี 2540 อีกทั้งยังมีกลุ่มปัญหาเฉพาะเช่น กลุ่มองค์กรประชาชนที่รวมตัวกันอนุรักษ์ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เป็นต้น ปรากฏการณ์นี้แม้จะไม่ใช่เรื่องของสุขภาพโดยตรง แต่ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้เกิดการรวมกลุ่มเป็นภาคประชาสังคมที่เข้มแข็ง มีตัวมีตน มีความเป็นเครือของจังหวัดสงขลา อันเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนงานและความคิดเห็นของภาคประชาสังคมของจังหวัดสงขลาจนถึงปัจจุบัน
การเกิดขึ้นของประชาคมสุขภาพสงขลา อันเนื่องมาจากการดำเนินการตาม พรบ.การกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจาย อำนาจด้านสุขภาพ ซึ่งได้เกิดรูปแบบการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการกำกับดูแลระบบบริการสาธารณสุขขึ้นมาเรียกกันว่า คณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ ( กสพ.) ในปี 2543 อันประกอบด้วยบุคคลจาก 3 ภาคส่วนขึ้นมา คือ ภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคมและภาคราชการสาธารณสุข ซึ่งในครั้งนั้นได้มีการจัดเวทีประชาคมสุขภาพสงขลาขึ้นในหลายพื้นที่ของจังหวัดสงขลา เพื่อระดมปัญหาสุขภาพของพื้นที่ นำเสนอแนวทางแก้ไข สร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และยังได้ดำเนินการคัดสรรตัวแทนของภาคประชาชน เพื่อเป็นกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ (กสพ.) ด้วย
แม้ว่ารูปแบบการกระจายอำนาจในลักษณะของ กสพ. ได้สะดุดหยุดลงจากการดำเนินนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค แต่ผลพวงของการขับเคลื่อนภาคประชาสังคมอย่างคึกคักเป็นเวลามากกว่า 1 ปีในครั้งนั้นก็ได้สร้างเครือข่ายภาคประชาชนและสร้างความตื่นตัวด้านสุขภาพให้แก่ประชาชนได้ไม่น้อยการสัญจรเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจังหวัดสงขลาครบทั้ง 16 อำเภอ สืบเนื่องจากการดำเนินนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้กำหนดวางรูปแบบการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการในระดับจังหวัดให้มีคณะกรรมการหลายภาคส่วนที่มีตัวแทนของภาคประชาชน ผู้ทรงคุณวุฒิและตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย จึงเสมือนการฟื้นคืนคระกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ (กสพ.) ขึ้นมาแม้จะไม่เต็มรูปแบบก็ตาม และในปี 2548 ที่ผ่านมา คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้จัดกิจกรรมเวทีสัญจรเพื่อพบปะรับฟังปัญหาและความคิดเห็นจากกลุ่มตัวแทนองค์กรในชุมชนและประชาชนทั่วไปครบทั้ง 16 อำเภอ ซึ่งการได้พบปะผู้คนในครั้งนั้นทำให้สามารถรวบรวมปัญหาและความคิดเห็นในการแก้ปัญหาสุขภาพได้มากพอสมควร อีกทั้งยังเป็นการเปิดพื้นที่ สร้างการมีส่วนร่วมและเชื่อมเครือข่ายได้มากพอสมควร โดยในปี 2549 นี้ทางผู้เกี่ยวข้องยังจะสานต่อการเวทีสัญจรใน 16 อำเภอต่อไป
สมัชชาสุขภาพกับการขับเคลื่อนประเด็นระดับรากหญ้าอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นจากกระแสการขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งในการสนับสนุนโดยสำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพ (สปรส.) ทำให้เกิดเวทีการเรียนรู้และการนำเสนอปัญหาในพื้นที่เชิงประเด็น รวมทั้งการแก้ปัญหาสุขภาวะในพื้นที่ แม้ว่าจะมีลักษณะการเคลื่อนไหวที่ไม่ต่อเนื่องนัก แต่ก็สามารถสร้างฐานเชื่อมต่อผู้คนโดยเฉพาะในระดับรากหญ้าที่สนใจประเด็นด้านสุขภาพได้จำนวนหนึ่ง
การผลักดันโครงการสร้างสุขภาพผ่านเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลาหรือ Node สสส. ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านส่งเสริมการสร้างเสริมสุขภาพโดยมีภารกิจในการพิจารณาโครงการที่ขอทุนสนับสนุนในการจัดทำโครงการสร้างสุขภาพในจังหวัด และขยายเครือข่ายภาคีการสร้างสุขภาพเชื่อมร้อยให้เกิดการสร้างสุขภาพอย่างบูรณาการในจังหวัดสงขลา ปี 2549 นี้เป็นปีที่ 4 ของการดำเนินงานของ Node สสส. นั้น บทเรียนที่สำคัญในการทำงานที่ผ่านมาคือการขาดการบูรณาการงานสร้างสุขภาพในจังหวัด ภาคประชาชนกับสาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการร่วมคิดร่วมทำน้อยมาก ทั้งๆที่มีความสนใจในปัญหาเดียวกัน ดังนั้น Node สสส.จึงได้เป็นหนึ่งในตัวตั้งตัวตีในการผลักดันให้เกิดแผนสุขภาพจังหวัดสงขลา เพื่อให้เกิดการบูรณาการในการทำงานสร้างสุขภาพขึ้น รวมทั้งศักยภาพและบทบาทของ Node สสส. นั้นสามารถที่จะช่วยเป็นกองเลขานุการในการทำแผนสุขภาพได้
การที่รัฐบาลประกาศยุทธศาสตร์เมืองไทยสุขภาพดี ( Healthy Thailand ) ในปี พ.ศ. 2548 - 2550 และโครงการอาหารปลอดภัย ( Food Safety ) รวมทั้งการประกาศให้ปี 2545 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นการรณรงค์การสร้างสุขภาพทั่วไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์ " รวมพลังสร้างสุขภาพ " เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมในการสนับสนุนให้เกิดการสร้างสุขภาพมากกว่าการซ่อมสุขภาพ ซึ่งนโยบายดังกล่าวมีมิติในการจัดการปัญหาที่ไกลกว่ามิติด้านสาธารณสุขเท่านั้น และจำเป็นที่ทุกภาคส่วนในสังคมต้องเข้ามาร่วมกันขับเคลื่อน โดยมีทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นแกนกลาง
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสงขลาได้เห็นความสำคัญในการสร้างสุขภาพให้กับประชาชน ในมิติด้านการจัดบริการสุขภาพเพื่อเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงบริการสุขภาพนั้นมีความโดดเด่นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลนครสงขลา เทศบาลเมืองบ้านพรุ ส่วนในมิติด้านการส่งเสริมสุขภาพนั้น องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้ให้การสนับสนุนโครงการด้านสุขภาพไปมากพอสมควร แม้ว่าจะเป็นไปในลักษณะกระจายและไม่ต่อเนื่องเท่าที่ควรก็ตาม นอกจากนี้ยังมีองค์กรปกครองท้องถิ่นหลายแห่งที่มีนวตกรรมด้านการสร้างสุขภาพที่น่าสนใจเช่น เทศบาลตำบลปริก อำเภอสะเดา ที่ประกาศว่าจะเป็น เทศบาลสร้างสุขภาพ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม อำเภอหาดใหญ่ที่มีโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เป็นนวตกรรมหลายโครงการ เป็นต้น
ด้วยความตื่นตัวของภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในด้านการเข้ามามีบทบาทในการดูแลด้านสุขภาพ ทำให้เป็นโอกาสอันดีในการเชื่อมแระสานและก่อให้เกิดความร่วมมือในการทำงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และการรักษาความเจ็บป่วยและการฟื้นฟูสุขภาพต่อไปอย่างเป็นรูปธรรมในมิติด้านวิชาการ จังหวัดสงขลามีสถาบันวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้ (สวรส.ใต้) เป็นองค์กรหลักในการขับเคลื่อนประเด็นด้านสุขภาพผ่านงานวิชาการและงานวิจัย ซึ่งในปัจจุบันนั้น ภารกิจของ สวรส.ใต้นั้นได้เน้นการขับเคลื่อนงานวิชาการควบคู่กับการขับเคลื่อนสังคมสู่สุขภาวะโดยมีงานวิชาการสนับสนุน บทบาทของ สวรส.ใต้ในการเชื่อมต่อกับนักวิชาการให้มาเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมร่วมกับภาคีอื่นๆนับเป็นจุดแข็งที่สำคัญ และมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในผลักดันให้มีการจัดทำแผนสุขภาพจังหวัดสงขลาในครั้งนี้ ด้วยความเคลื่อนไหวด้านสุขภาพที่หลายภาคส่วนต่างช่วยกันขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง ในวันนี้จึงดูเหมือนว่า " แผนสุขภาพจังหวัดสงขลา " จะเป็นอีกหนึ่งนวตกรรมทางสังคมที่ทุกภาคส่วนในจังหวัดสงขลาเห็นความสำคัญและต้องการให้มีขึ้นในเร็ววัน
แผนที่หวังมากกว่าการได้มาซึ่งแผน จากบทเรียนการขับเคลื่อนประเด็นด้านสุขภาพในจังหวัดสงขลานั้น แม้จังหวัดสงขลามีทุนทางสังคมด้านสุขภาพที่มีการขับเคลื่อนเชื่อมประสานมาระดับหนึ่งแล้ว มีกลไกภายในจังหวัดจาหลายภาคส่วนที่เข้ามาช่วยกันสร้างสุขภาพของคนสงขลา แต่อาจจะยังขาดการบูรณาการระหว่างองค์กร ขาดการหนุนเสริมบนพื้นฐานที่ร่วมวางแผนและร่วมกันทำงานอย่างแท้จริง แผนสุขภาพจังหวัดจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สามารถเติมเต็มช่องว่างและเชื่อมต่อทุนทางสังคมที่มีอยู่แล้วได้อย่างลงตัว แต่อย่างไรก็ตาม ภายใต้การเชื่อมร้อยภาคีต่างๆมาร่วมกระบวนการในการทำแผนสุขภาพจังหวัดสงขลานั้น ผู้ทรงคุณวุฒิหลายๆท่านได้ให้ข้อคิดที่ตรงกัน 2 ประการคือ
ความสำคัญของการทำแผนสุขภาพไม่ใช่การได้มาซึ่งแผนสุขภาพเท่านั้น เพราะการเขียนแผนให้สวยงามนั้น เขียนกันในหมู่นักวิชาการไม่กี่คนอาจได้แผนที่สมบูรณ์ที่สุดมากกว่าการใช้กระบวนมีส่วนร่วมด้วยซ้ำ แต่ความสำคัญของการทำแผนสุขภาพอยู่ที่ " กระบวนการในการจัดทำแผน ที่จัดโอกาสให้ผู้ที่สนใจที่อยู่ต่างองค์กรแต่มีภารกิจในประเด็นเดียวกัน ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ได้มาทำความเข้าใจระหว่างกัน เห็นข้อจำกัดเห็นจุดแข็งเห็นจุดเชื่อมประสานในการทำงานร่วมกันต่อไปในอนาคต " ซึ่งในความเป็นจริง การทำงานร่วมกันในอนาคตด้วยความเป็นเครือข่ายแนวราบนั้น อาจมีความสำคัญมากกว่าการเชื่อมต่อด้วยเพียงตัวโครงการในแผนสุขภาพเท่านั้น
แผนสุขภาพฉบับแรกไม่จำเป็นต้องคาดหวังที่จะให้ได้แผนที่สมบูรณ์เป็นเลิศ เพราะช่องว่างทางความคิดและช่องว่างระหว่างหน่วยงานอาจยังมีมาก ต้องการการปรับจูนเข้าหากันให้มากขึ้น ความคิดที่เป็นระบบอย่างราชการสาธารณสุขกับความคิดแบบลูกทุ่งแต่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงของชาวบ้าน จะสามารถนำมาประสานเชื่อมต่อกันได้อย่างไร ดังนั้นจึงต้องวางกระบวนการในการทำแผนที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ร่วมทำแผนอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ให้นักวิชาชีพด้านสุขภาพเป็นพระเอกแสดงนำจนกดทับโอกาสในการมีส่วนร่วมของฝ่ายอื่น เพื่อแผนที่ได้จะได้เป็นแผนที่ทุกคนเป็นเจ้าของ ไม่ใช่เป็นแผนของฝ่ายราชการสาธารณสุขที่ภาคประชาชนและองค์กรท้องถิ่นมีส่วนแค่ร่วมแสดงความคิดเห็นเท่านั้น แต่ไม่รู้สึกถึงการเป็นเจ้าของ เพราะความรู้สึกเป็นเจ้าของนี้จะสำคัญมากกับการนำแผนไปปฏิบัติผลักดันต่อให้เป็นจริง มิเช่นนั้นก็อาจได้แผนที่ดีที่สมบูรณ์แต่วางไว้บนหิ้งเช่นหลายๆแผนในอดีตที่ผ่านมา
จากข้อคิดทั้ง 2 ประการ ซึ่งควรจะเป็นเสมือนกระดิ่งที่คอยเตือนทุกครั้งในการจัดกระบวนการในการทำแผนสุขภาพ ว่าควรต้องเน้นที่กระบวนการทำแผนให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของด้วยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายทุกภาคีอย่างแท้จริง และเน้นการจัดโอกาสให้หน่วยงาน องค์กรในภาคส่วนต่างๆที่มีบทบาทในประเด็นนั้นๆ ได้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนเชื่อมร้อยจนเกิดเป็นความสัมพันธ์ของเครือข่ายแนวราบให้ได้ อันจะเป็นประโยชน์ในการประสานและทำงานร่วมกันต่อไปในระยะยาว
การขับเคลื่อนที่เดินไปแล้วในการทำแผนสุขภาพจังหวัดสงขลา
เนื่องจากการขับเคลื่อนแผนสุขภาพจังหวัดสงขลาในครั้งนี้ ต้องการการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างมาก เพื่อให้เกิดแผนสุขภาพจังหวัดสงขลาที่ทุกฝ่ายให้การยอมรับ
ในเบื้องต้นกองเลขานุการชุดริเริ่มในการทำแผนสุขภาพสุขภาพอันประกอบด้วย เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา ( Node สสส.สงขลา ) และสถาบันวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้ ( สวรส.ใต้ ) ได้มีการประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ซึ่งได้ให้แนวทางในการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในสงขลาขึ้น และให้ความสำคัญกับการมองภาพอนาคตสงขลาในอีก 10-20 ปีข้างหน้า และได้แนะนำให้มีคณะทำงานที่มีสัดส่วนในความหลากหลายของภาคี มาทำงานและเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อคิดภาพรวมระบบสุขภาพของจังหวัด ภายใต้กรอบการมีส่วนร่วมในทุกเรื่อง และมีความยั่งยืนในอนาคต
ผลของการหารือ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายสมพร ใช้บางยาง ได้ลงนามในคำสั่งที่ 3160/2548 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2548 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสร้างสุขภาพจังหวัดสงขลาแบบบูรณาการ ซึ่งเป็นคณะกรรมการหลายภาคส่วนเพื่อผลักดันให้เกิดแผนสุขภาพจังหวัดสงขลาและติดตามการสร้างสุขภาพแก่คนสงขลาในระยะยาว ( ดังเอกสารแนบในภาคผนวก ) คำสั่งดังกล่าวมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างการยอมรับจากหลายภาคส่วนโดยเฉพาะส่วนของหน่วยงานราชการในการเข้ามาร่วมทำแผนสุขภาพอย่างจริงจัง เพราะเป็นนโยบายหนึ่งของจังหวัดสงขลา
ในส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลานั้น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายนวพล บุญญามณี เองก็ได้ให้ความสำคัญกับการทำแผนสุขภาพจังหวัดสงขลาแบบมีส่วนร่วม เพื่อใช้เป็นทิศทางในการขับเคลื่อนขององค์กรทุกภาคส่วนในจังหวัด ทั้งในส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาสังคม ที่ผ่านมา อบจ.เองก็ประสบปัญหาการขอทุนสนับสนุนการทำโครงการด้านสุขภาพต่างๆจากองค์กรชมรมกลุ่มกิจกรรมต่างๆในจังหวัดอย่างหลากหลาย ทำให้การจัดสรรงบประมาณเป็นไปในลักษณะที่มีโครงการ แต่ไม่มีพลังเพียงพอในการเปลี่ยนแปลงสังคมสู่สุขภาวะได้
ประกอบกับการทำงานขับเคลื่อนด้านสุขภาพในส่วนของภาคประชาสังคมที่ผ่านมานั้น รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายพีระ ตันติเศรณี ได้เข้าร่วมคิดร่วมเคลื่อนกับภาคประชาสังคมอย่างสม่ำเสมอทั้งในฐานะส่วนตัวและในบทบาทของการเป็นรองนายก อบจ.จังหวัดสงขลา สิ่งเหล่านี้ทำให้การทำแผนสุขภาพจังหวัดสงขลาดังกล่าวได้กลายมาเป็นความเห็นร่วมที่ทาง อบจ.จะร่วมผลักดันให้เป็นจริง จึงได้มีการสนับสนุนงบประมาณส่วนใหญ่ของการจัดทำแผนสุขภาพและยินดีที่จะนำรายละเอียดในแผนไปตั้งเป็นข้อบัญญัติทางงบประมาณสำหรับปี 2550- 2551 ต่อไปด้วย
อีกทั้งในส่วนของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลานั้น ก็ได้มีการจัดทำแผนสุขภาพจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นแผน 3 ปีคือปี 2549-2551 แล้วเสร็จตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายพินิจ จารุสมบัติ ซึ่งก็สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลนำเข้าในการจัดทำแผนสุขภาพจังหวัดสงขลาฉบับมีส่วนร่วมได้เป็นอย่างดี
ด้านของการเตรียมการขับเคลื่อนแผนสุขภาพจังหวัดสงขลานั้น ได้มีการเตรียมงานไประดับหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมในระดับบน ซึ่งเป็นเสมือนไฟเขียวที่ผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดเปิดให้แล้ว สำหรับภาคส่วนต่างๆรวมทั้งกลุ่มประชาสังคมที่สนใจในด้านสุขภาพก็มีความพร้อมที่จะเข้าร่วม ดังนั้นสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จของแผนสุขภาพจังหวัดสงขลาก็คือ " การออกแบบกระบวนในการทำแผนอย่างมีส่วนร่วม " เพื่อให้แผนสุขภาพที่ออกมานั้นทุกฝ่ายให้การยอมรับและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง รวมทั้งเกิดการเชื่อมประสานขององค์กรต่างๆที่สนใจหรือมีภารกิจในประเด็นเดียวกันได้เกิดการเรียนรู้ เข้าใจบทบาทขององค์กรอื่นและเกิดการประสานงานอย่างบูรณาการทั้งในแผนสุขภาพและกระบวนการอื่นนอกแผนสุขภาพต่อไป
13 ประเด็นหลักเพื่อสุขภาวะคนสงขลา
จากวัตถุประสงค์ของแผนสุขภาพจังหวัดสงขลา ซึ่งกำหนดเบื้องต้นเป็นแผน 2 ปีแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในจังหวัดสงขลานั้น ได้มีการประชุมเพื่อกำหนดประเด็นหลักที่มีความสำคัญสูงและเป็นที่สนใจของภาคส่วนต่างๆในการขับเคลื่อน ได้ทั้งสิ้น 4 กลุ่มเนื้อหา รวม 13 ประเด็น ได้แก่
1 กลุ่มเนื้อหาด้านการจัดระบบบริการสุขภาพ ซึ่งมี 3 ประเด็นย่อยคือ
ประเด็นการจัดระบบบริการสุขภาพของสถานบริการและหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
ประเด็นกองทุนชุมชนหรือกองทุนออมทรัพย์ที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ
ประเด็นบทบาท อสม.กับการสร้างเสริมสุขภาพ
2 กลุ่มเนื้อหาด้านการสร้างเสริมสุขภาพตามกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมี 4 ประเด็นย่อยคือ
ประเด็นการส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน
ประเด็นการดูแลผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส
ประเด็นสุขภาพวัยแรงงาน
ประเด็นการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
3 กลุ่มเนื้อหาด้านปัญหาสุขภาพที่เป็นประเด็นเฉพาะ ซึ่งมี 3 ประเด็นย่อยคือ
ประเด็นเกษตรเพื่อสุขภาพ และอาหารปลอดภัย
ประเด็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุการจราจร
ประเด็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
4 กลุ่มกลไกการบริหารจัดการและการหนุนเสริม ซึ่งมี 3 ประเด็นย่อยคือ
ประเด็นการจัดการข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ
ประเด็นการสื่อสารสาธารณะเพื่อสุขภาพ
ประเด็นการประสานงาน เชื่อมร้อยเครือข่ายและการวางระบบให้ต่อเนื่องยั่งยืน
โดยในแต่ละประเด็นนั้น ได้มีการทาบทามผู้ประสานงานไว้ 2 คน เพื่อทำหน้าที่เชื่อมประสานและดำเนินกระบวนการทำแผนเฉพาะส่วนของประเด็นนั้นๆให้ลุล่วง โดยระดมสมองและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและองค์กรที่มีภารกิจในประเด็นนั้น ประเด็นละประมาณ 25 คนมาร่วมคิดร่วมวางให้เกิดเป็นแผนสุขภาพเฉพาะประเด็นที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเห็นด้วย
เมื่อแต่ละประเด็นได้จัดทำแผนย่อยเฉพาะเสร็จแล้ว ก็จะมีกระบวนการประชุมเพื่อนำแผนที่ได้มาบูรณาการหรือปรับเปลี่ยนให้สอดรับกันกับรายละเอียดของประเด็นอื่นๆด้วย โดยจัดหมวดหมู่ของแผนงานในแต่ละประเด็นย่อยให้เห็นเป็นยุทธศาสตร์ของจังหวัด เพื่อให้เป็นแผนสุขภาพจังหวัดสงขลาที่มีเนื้อหาเชิงบูรณาการ ไม่ใช่แผนแยกส่วนตัดแปะ เพื่อให้สามารถนำไปใช้เป็นแผนผังในการทำงานด้านสุขภาวะได้อย่างแท้จริง
การบริหารจัดการสำหรับการจัดทำแผนสุขภาพจังหวัดสงขลา
การจัดทำแผนสุขภาพจังหวัดสงขลาในครั้งนี้ มีการบูรณาการงบประมาณในการจัดการจาก 3 ภาคส่วนคือ
1. องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา สนับสนุนงบประมาณ 313,025 บาท
2. สถาบันวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้ ( สวรส.ใต้ ) สนับสนุนงบประมาณ 72,500 บาท
3. เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา (Node สสส.) สนับสนุนงบ 110,000 บาท
รวมงบประมาณทั้งสิ้น 495,525 บาท
การบูรณาการงบประมาณจากหลายภาคส่วนนั้นนับเป็นกลไกที่สำคัญประการหนึ่งในการทำแผนสุขภาพในครั้งนี้ ทำให้สามารถปิดช่องว่างในข้อจำกัดเกี่ยวกับกฏเกณฑ์ด้านการจ่ายงบประมาณของแต่ละองค์กรได้
โดยมีการวางระบบการบริหารจัดการกลางให้สามารถเกิดการหนุนเสริมให้สามารถเกิดแผนสุขภาพที่ผู้คนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ซึ่งมีกองเลาขานุการที่ช่วยงานธุรการ การเชื่อมประสาน การจัดการงบประมาณ และการจัดทำเอกสารจาก 4 องค์กรคือ
1. องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา
2. สถาบันวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้ ( สวรส.ใต้ )
3. เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา ( Node สสส.สงขลา )
4. งานแผนงาน นิเทศงานและประเมินผล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา
ทั้งนี้ในส่วนของประเด็นเนื้อหา 13 ประเด็นนั้น ได้มีการสรรหาผู้รับผิดชอบในแต่ละประเด็น ๆ ละ 2 คน เพื่อผลักดันเนื้อหาในรายประเด็น ก่อนที่จะนำมาบูรณาการกันทั้ง 13 ประเด็น เพื่อให้เกิดเป็นยุทธศาสตร์ร่วมของทุกภาคส่วนในระดับจังหวัดต่อไป การบูรณาการด้านงบประมาณและการมีภารกิจร่วมในการเป็นกองเลานุการในการจัดทำแผนนั้นสอดคล้องกับแนวคิดการบริหารจัดการอย่างใหม่คือ ก้าวข้ามจากการมีส่วนร่วม ( participation ) มาสู่การเป็นหุ้นส่วน ( partnership) ในการผลักดันแผนสุขภาพเพื่อสุขภาวะคนสงขลา
Relate topics
- อีกหนึ่งอุดมการณ์ สานความตั้งใจฟื้นฟูวิถีชาวนาไทยแห่งลุ่มน้ำคลองภูมี
- เครือข่ายสุขภาวะประกาศความพร้อมนำสงขลาสู่ความเป็นสงขลาพอเพียง
- การประชุมสงขลาพอเพียงครั้งที่ 42
- ภาพสถานที่จัดงาน "สงขลาสร้างสุข 53.
- ๓ ปี สถานีวิทยุพระพุทธศาสนาเพื่อชุมชน ใครได้อะไร? - เรื่องควรรู้ที่ควนรู
- เรื่องเล่าจากควนรู อ.รัตภูมิ จ.สงขลา - เหตุหลังน้ำท่วม
- เน้นพัฒนาหาดใหญ่ - สงขลาแบบ'ทวินซิตี้'
- เปิดคู่มือนำทางชีวิต สมัชชาสุขภาพแห่งชาติปี"49
- ไทย-ออสเตรเลียพัฒนาสารสนเทศฟื้นฟูทรัพยากรแนวชายฝั่งอันดามัน
- อย่าหลงเชื่อโฆษณาเก้าอี้ไฟฟ้ารักษาโรค
สุ (Not Member)