คดีสลายม๊อบท่อก๊าซภาค2กลุ่มค้านยันสู้คอรัปชั่นเชิงนโยบาย
คดีสลายการชุมนุมกลุ่มค้านท่อก๊าซไทย-มาเลย์ เมื่อ 20 ธันวา 2545 หน้าโรงแรมเจ.บี.หาดใหญ่ ยังไม่จบ หลังจากศาลพิพากษายกฟ้องผู้ถูกกล่าวหาชุดแรกไปเมื่อปลายปีที่แล้ว เวลา 08.00 น. ของวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ทางเครือข่ายคัดค้านโครงการท่อส่งก๊าซโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย อ.จะนะ จ.สงขลา ประมาณ 100 คนได้รวมตัวกันที่บ้านสะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา จากนั้นได้เคลื่อนขบวนรถยนต์เดินทางมายังศาลสงขลา สืบเนื่องศาลสงขลานัดสืบพยานฝ่ายโจทย์ในคดีดำที่ 1044/2547 กรณีการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2545 ณ บริเวณโรงแรมเจบี หาดใหญ่ เป็นคดีระหว่างพนักงานอัยการสงขลา ฝ่ายโจทย์ กับนายสุไลมาน หมัดยุโส๊ะกับพวก
รวม 12 คน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นจำเลย ประกอบด้วย นางสุไรด๊ะห์ โต๊ะหลี นายสุไลมาน หมัดยุโส๊ะ นายม่าหมูด หมัดหมาน นายมามุ โต๊ะหยม นายหะสัน โต๊ะด่าหวี นายเจ๊ะเด่น อนันทบริพงศ์ นายไพศาล หว่าหลำ นายยารอนี โต๊ะด่าหวี นายดลหล๊ะ โส๊ะหวัง นายหลง เจ๊ะโส๊ะ นายสุริยา หว่าหลำ และนายพิชิต ชัยมงคล ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาชุดที่สอง ของคดีการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2545
ในข้อหาร่วมกันทำร้ายเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำตามหน้าที่จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ,พกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ,ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธและร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป , ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า ทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ , มั่วสุมกันกระทำให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธโดยผู้กระทำความผิด เป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้ที่มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดนั้น , ไม่เลิกมั่วสุมตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน ซึ่งสั่งการตามอำนาจที่มีกฎหมายให้ไว้
ในเวลา 10.00 น. ณ บัลลังก์ห้อง 209 นางสาวสุดาวรรณ พฤกษ์เสถียร ผู้พิพากษา ออกนั่งบัลลังก์ โดยมีนายอนุรักษ์ สวัสดิ์บุรี และนายสมยศ เสรีอภินันท์ พนักงานอัยการจังหวัดสงขลาเป็นทนายฝ่ายโจทย์ ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 12 พร้อมด้วยนายรัษฎา
มนูรัษฎา นายแสงชัย รัตนเสรีวงษ์ นายอภิชาติ จับใจ นายปฏิมา สุระกุล นางสาวส.รัตนมณี พลกล้า และนางสาวปภัสสร ว่องไว จากสภาทนายความ เดินทางมาศาล ซึ่งศาลนัดสืบพยานโจทย์ปากแรก ได้แก่ พ.ต.ท.สุรชัย สืบสุข อดีตรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดในขณะนั้น
ในวันนั้น ก่อนที่เครือข่ายคัดค้านฯจะเคลื่อนขบวนมายังศาลสงขลา ได้เคลื่อนขบวนด้วยรถยนต์รณรงค์ภายในตัวอำเภอสงขลา เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านเครื่องขยายเสียงว่าทำไมวันนี้พวกตนต้องเคลื่อนขบวนมาจำนวนมาก เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาปกป้องแผ่นดินเกิด และบอกเล่าว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น กับเครือข่ายคัดค้านท่อก๊าซไทย-มาเลเซียฯ
โดยระบุว่าที่ผ่านมา การลุกขึ้นสู้ของชาวบ้านเครือข่ายคัดค้านฯ เป็นโครงการหนึ่งที่สะท้อนการบริหารที่มีการโกงและคอรัปชั่นเชิงนโยบายระดับประเทศอีกโครงการหนึ่ง ซึ่งเป็นการโกงที่มีการร่วมมือกับต่างชาติได้แก่ประเทศมาเลเซีย มีการกำหนดนโยบายโดยการเมือง การใช้อำนาจ และกลไกรัฐทุกรูปแบบผลักดันโครงการและทำลายชาวบ้านที่คัดค้านโครงการและลุกขึ้นปกป้องชุมชนจนมีการใช้ความรุนแรง รวมทั้งข่มขู่ คุกคาม ทุบตีและออกหมายจับชาวบ้านอย่างกรณีการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2545 ณ บริเวณโรงแรมเจบี อ.หาดใหญ่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและมีการจับกุมและออกหมายจั
บเครือข่ายคัดค้านฯ และอัยการทำเรื่องส่งฟ้องศาล
ทั้งที่ในคดีเดียวกันผู้ถูกล่าวหาชุดแรกศาลสงขลาได้พิพากษายกฟ้อง เมื่อวันที่ 30
ธันวาคม 2547 แล้ว โดยเห็นว่าโครงการท่อกาซไทย-มาเลเซียเป็นโครงการขนาดใหญ่ทางด้านพลังงานที่อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย ดังนั้นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2540 กำหนดว่าประชาชนย่อมมีสิทธินำเสนอความคิดเห็นต่อโครงการดังกล่าว แม้แต่ผลสอบสวนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและกรรมาธิการการมีส่วนร่วมวุฒิสภา ก็ระบุชัดเจน ว่าตำรวจเป็นฝ่ายเดินอ้อมแผงเหล็กกั้น เข้ามาผลักดันผู้ชุมนุมและใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุในการสลายกลุ่มผู้ชุมนุม
กลุ่มเครือข่ายคัดค้านโครงการท่อส่งก๊าซโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเเลยเซีย เห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นกระบวนการหนึ่งในการใช้อำนาจรัฐรังแกชาวบ้าน และยังมีอีกหลายต่อหลายครั้งที่ภาครัฐ ทั้งสนับสนุนและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น กรณีที่ปล่อยให้บริษัทเอกชนฮุบที่สาธารณประโยชน์ กรณีการออกหมายจับเครือข่ายคัดค้านฯตามที่บริษัทเอกชนแจ้งในข้อหาบุกรุกที่ดิน ทั้งที่ทราบดีว่าที่ดินแปลงนั้นมีการสรุปจากกรรมการสิทธิแล้วว่าเป็นดินสาธารณประโยชน์ และการสนับสนุนบริษัทเอกชน ฮุบที่ดินวะกัฟของชุมชน ผลประโยชน์จากการบริหารและการใช้อำนาจของรัฐบาล ตกอยู่กับนายทุน นักการเมืองบางคน และต่างชาติ เท่านั้น
นางสุไรด๊ะห์ โต๊ะหลี หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหากล่าวว่า เหตุการณ์วันนั้นพวกตนชุมนุมโดยความสงบ ตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญกำหนด แต่เจ้าหน้าที่รัฐกลับใช้กำลังผลักดันและสลายการชุมนุม ทำให้มีผู้บาดเจ็บและรถยนต์ของผู้ชุมนุมเสียหายจำนวนมาก แล้วยังจับกุมทางเครือข่ายคัดค้านฯดำเนินคดีอีก ซึ่งเราได้รับผลกระทบมาก เพราะวิถีชีวิตปกติของชาวบ้านต้องทำมาหากิน มีลูกที่ต้องเลี้ยงดู แต่หลังจากนี้เราต้องขึ้นศาลทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละสองวัน ติดต่อกันเป็นระยะเวลาเบื้องต้นประมาณ 7 เดือน
นายเจ๊าะเด่น อนันทบริพงศ์ นายกมหาวิทยาลัยชาวบ้านลานหอยเสียบ หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้พนักงานอัยการน่าจะยุติการดำเนินคดี เพราะคดีเดียวกันนี้ในชุดของ ผู้ถูกกล่าวหา 20 คนแรกศาลสงขลาได้พิพากษาไม่มีความผิด แต่ทางพนักงานอัยการและตำรวจยังดื้อแพ่งที่จะดำเนินคดีนี้ต่อไป ทำให้ชาวบ้านต้องเสียเวลาทำมาหากินทั้งที่พวกตนไม่ได้กระทำความผิด
โดย Focus Team
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง