เวทีเรียนรู้การทำงานสร้างเสริมสุขภาพของ Node นครฯและสงขลา วันที่ 17 ธันวาคม 2548 ณ ร้านอาหารล็อกเทอร์เรส อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
กำหนดการ วันที่ 17 ธันวาคม 2548 09.00 - 09.30 น. ลงทะเบียน 09.30 - 09.45 น. แนะนำตัว 09.45 - 10.10 น. Node นครฯ นำเสนอผลการถอดบทเรียนการทำงาน ลักษณะของงาน วิธีการทำงาน/กระบวนการ จุดอ่อน/จุดแข็ง ความต้องการหนุนเสริม 10.10 - 10.30 น. แลกเปลี่ยนความเห็น 10.30 - 10.45 น. อาหารว่าง 10.45 - 11.10 น. Node นคร นำเสนอผลการถอดบทเรียนการทำงาน ลักษณะของงาน วิธีการทำงาน/กระบวนการ จุดอ่อน/จุดแข็ง ความต้องการหนุนเสริม 11.10 - 11.30 น. แลกเปลี่ยนความเห็น 11.30- 12.00 น. ทีมประเมินนำเสนอผลการประเมิน 12.00 -13.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง 13.00 - 14.30 น. ค้นหาแนวทางการทำงานร่วมกัน 14.30 - 14.45 น. รับประทานอาหารว่าง 14.45 - 16.00 น. ค้นหาแนวทางทำงานร่วมกัน(ต่อ) 16.00 น. เดินทางกลับ
10.00 น. เปิดประชุม
ดร.วณี ปิ่นประทีป ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบความเคลื่อนไหวงานของ สสส.ส่วนกลาง
สกว.ได้เลือกจังหวัดทำงานบูรณาการเพื่อแก้ปัญหาความยากจน 12 จังหวัด โดยภาคใต้ เลือก จ.พัทลุง และ จ.ตรัง มีแนวคิดให้จังหวัดที่รับงบ สสส. ไปศึกษาการทำงานบูรณาการตามแนวทางของ สกว.
สกว.ได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยสุ่มเลือกตำบล เก็บข้อมูลรายครัวเรือน จัดเวทีจากหมู่บ้านมาสู่ระดับตำบล เรียงปัญหา ค้นหาทางแก้ไข
สสส. เชิญผู้จัดการโครงการขนาดใหญ่มาหารือ โดย สกว.ได้นำเสนอโมเดลแก้ปัญหาความยากจนให้ฟัง กระบวนการดังกล่าวต่างจากงาน สสส. ที่เน้นสร้างสุขภาวะและมีวิธีการทำงานในแต่ละพื้นที่มีความต่างกัน
สสส.อยากเสนอโครงการขนาดใหญ่ลงมาในพื้นที่ อยากให้ Node เริ่มคิดการบูรณาการสร้างสุขภาวะระดับจังหวัดว่าจะมีกระบวนการ (รวมวิธีการ กลไก) อย่างไร ซึ่งอาจจะแตกต่างกันไปตามบริบทของพื้นที่
สสส. แผนงานที่ 3 อาจเชิญบางจังหวัดไปหารือสะท้อนแนวคิดแนวทางการทำงานเชิงบูรณาการ
ที่ผ่านมาโดยภาพรวม งานของ Node สร้างความเข้มแข็งทั้งในส่วนของชาวบ้านและคณะทำงานของจังหวัด งานปี 49 ควรปรับกระบวนการทำงานในเชิงบูรณาการมากขึ้น
ข่าวล่า...พรบ.สุขภาพแห่งชาติ ได้เข้าสภา รับหลักการวาระที่ 1 ไปแล้ว พรบ.นี้ทุกพรรคการเมืองรับแนวคิดไปปรับสร้างนโยบาย
10.30 น. Node นครศรีธรรมราช นำเสนอ
คุณไพโรจน์ สิงบัน ตัวแทนนำเสนอประสบการณ์ 3 ปี และมีการขับเคลื่อน 3 รูปแบบ
ปีที่ 1 เป็นการรวมตัวกันหลวมๆ ได้ชักชวนเพื่อนภาคีในจังหวัดมานำเสนอโครงการ ที่ไม่มีลักษณะแข็งตัว คณะทำงานค้นหาเรื่องการทำงานสุขภาพภาคประชาชน มีความตื่นตัวสูง ได้ถอดบทเรียนโครงการเด่นๆ นำเสนอสู่สาธารณะ ได้รับการยอมรับสูง เช่นงานคุ้มครองผู้บริโภค ออกกำลังกายท่าถอนกระจูด
ปีที่ 2 มีโครงสร้างของ Node มีระบบการจัดการชัดเจน มีผู้ประสานงาน1 คน เพิ่มคณะทำงานและอาสาสมัครในภายหลัง ปีนี้พยายามกระจายไปยังเครือข่ายย่อย แต่ยังไม่มีคนไปช่วยมากนัก มีกระบวนการพัฒนาโครงการย่อย ที่เปิดรับในวงกว้าง ที่จะตอบยุทธศาสตร์ของจังหวัด ปีที่ 2 อยู่ในช่วงหาแนวทางความชัดเจน และประสานความร่วมมือกับภาคีสุขภาพในจังหวัด แต่ก็ยังมีลักษณะการทำงานแบบต่างคนต่างทำ
ปีที่ 3 มีการปรับเปลี่ยนผู้ประสานงาน ทำให้เกิดปัญหาความต่อเนื่องและสับสน แต่มีข้อดีที่ไม่แข็งตัว
มีคำถามจากส่วนกลาง ทำให้ต้องทำงานหนักขึ้น คนทำงานรู้สึกเหมือนกับติดรูปแบบเดิม จำเป็นต้องพักเพื่อการเรียนรู้ใหม่
ปัญหาที่พบ คือระบบการจัดการกลางอาจยังไม่ชัดเจน และมีภารกิจเร่งเด่นแทรกเข้ามา ทำให้คณะทำงานกระจายตัวออกไป เหลือแกนคณะทำงานไม่กี่คน ทำให้ต้องทบทวน หาวิธีการทำงานให้เหมาะสมต่อไป
แนวทางที่ทำใหม่ "ยกเรือน รื้อฝา สร้างหลา" ทบทวนทุนเดิม เครือข่ายเดิม ที่จะไปต่อยอด "ยกเรือน" ใหม่ "รื้อฝา สร้างหลา" ทบทวนแนวทางจัดการของคณะทำงานให้มีความเป็นสาธารณะมากขึ้น
ประสบการณ์สร้างเครือข่าย
แกนนำพยายามเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา จนเห็นช่องทาง โอกาส ได้นำเสนอโครงการสู่ สสส. และได้พัฒนาโครงการ นำแนวคิดวัฒนธรรมมาปรับใช้กับการสร้างเสริมสุขภาพ
การสร้างทีมงานมีความสำคัญ และทีมงานต้องมีใจเสียสละ
มองจากคนทำงาน เครือข่ายฯได้สร้างโอกาสให้คนที่สนใจงานบ้านเมืองได้มารวมตัวกันทำงาน
ในนครฯมีกลุ่มคนที่ทำกิจกรรมกันอยู่เป็นฐานเดิม เมื่อมีงบ สสส. มาหนุนทำให้การรวมตัวกันง่ายขึ้น
นครฯมี NGOs น้อยมาก คนทำงานส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัคร
ช่วงแรกมีการรวมตัวกันหลวมๆ มีสีสัน มีโครงการดีๆ เกิดมาก
ช่วงที่สอง มีความพยายามยกระดับการทำงานเชิงเครือข่าย ประสานภาคีทั้งจังหวัด
ช่วงที่สาม กำลังหาจุดเหมาะสม ในบทบาทกลไกประสานอาจไม่เหมาะ อาจจะหาคนที่เหมาะสมรับช่วงต่อและลงลึกกับงานที่อยากจะทำ
เครื่องมือที่ใช้
1. มีการขับเคลื่อน พรบ. สุขภาพ เป็นประเด็นนำคนมารวมตัวกัน
2. สร้างนวตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ (35 โครงการ) มี 3 ประเด็นหลัก คือ ออกกำลัง อาหาร และกลุ่ม อสม. ผลักดันให้เกิดเครือข่ายย่อยมากขึ้น
3. สมัชชาสุขภาพ เป็นจุดขยาย เคลื่อนภาพรวมร่วมกันระดับประเทศ
การสร้างเครือข่าย
ได้เชื่อมโยงกับภาครัฐอยู่บ้าง แต่ยังไม่สามารถเชื่อมสู่ระดับแผนงานเชิงนโยบาย และมีความพยายามเชื่อมกับเครือข่ายภาคประชาชน ที่เข้ามาเป็นเชิงตัวบุคคล
จุดแข็ง คณะทำงานมีความตั้งใจที่จะทำงาน มีความรู้ ประสบการณ์ กระบวนการจัดการมีความโปร่งใส มีการสรุปบทเรียน มีการจัดการความรู้
จุดอ่อน ขาดความสม่ำเสมอในการขับเคลื่อน ความไม่ถนัดในการประสานงาน
11.00น. Node สงขลา นำเสนอ
อ.พิชัย ศรีใส นำเสนอในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการในช่วงนำร่อง
สงขลามีแกนนำเคลื่อนไหวในพื้นที่มาก แต่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และไม่คุ้นกับการชี้นำของ สสส. ส่วนกลาง
ทั้งหมดเป็นบทเรียน โดยเฉพาะเรื่องหลักคิด วิธีคิดที่ไม่ทัดเทียมกัน
ก่อนหน้ามี สสส. การทำงานภาครัฐกับภาคประชาชนมีการเผชิญหน้ากัน แยกเขาแยกเรา
ปัจจุบันมีความพยายามบูรณาการทุกภาคส่วน สถานการณ์ทางสังคมบีบให้คนสงขลาหันหน้าเข้าหากัน ผสมกับแนวคิดในการเกาะเกี่ยวทรัพยากรในพื้นที่ ทำงานกับกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง เช่น ท้องถิ่น จังหวัด สาธารณะสุข หอการค้า
ขบวนการสร้างสุขกระจายอยู่เต็มพื้นที่ อยู่ที่ว่าจะจัดความสัมพันธ์เกาะเกี่ยวกันอย่างไร
ทำอย่างไรที่จะใช้บทเรียนของนครฯมาเป็นประโยชน์
คุณชาคริต โภชะเรือง นำเสนอในฐานะผู้ประสานงานโครงการในช่วงปีที่ 2
ความเป็นมา
Node สงขลาก่อตัวจากสงขลาประชาคม ที่มีกิจกรรมเด่นๆ เช่น โลกสดใสในบ้านเกิด ต่อมาแตกตัวมาเป็นประชาคมสุขภาพ
ปี 2543 ถึง ปี 2544 สงขลาฟอรั่ม ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา โดยอาจารย์พรรณิภา โสตถิพันธุ์ ทีมงานบริโภคเพื่อชีวิต และมูลนิธิรักบ้านเกิดภาคใต้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ได้จัดกระบวนการคัดสรรกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ของภาคประชาสังคม (กสพ.)
ปลายปี 2544 ถึง ปี2545 ได้รับการสนับสนุนจาก สสส.(สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) จัดเวทีเพื่อสร้างยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพ และร่วมพัฒนาชุดโครงการสร้างเสริมสุขภาพของสงขลา ในปี 2546
โครงสร้างคณะทำงาน ปีที่ 2
คณะกรรมการบริหาร 12 คน ประกอบด้วยตัวแทนภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนประชาคม NGOs เอกชน นักวิชาการ ทำหน้าที่ควบคุมกำกับทิศทางการทำงาน
สถานการณ์ปัจจุบัน ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากกลไกนี้เต็มที่นัก ทำให้ขาดการมองทิศทางรวมกัน แต่ได้นำไปใช้ในการทำงานตามแผนงานหรือกิจกรรมอื่นๆ
คณะทำงาน 6 คน ประกอบด้วย ประชาคมสุขภาพ NGOs นายแพทย์ นักเขียน/นักวิจัยอิสระ สื่อมวลชน มีนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ
สถานการณ์ มีบางคนไม่ได้ร่วมหัวจมท้ายในการทำงาน ทำให้ประสบปัญหา "ต่อไม่ติด รู้ไม่ตลอด" ทางแก้-ปรับให้ทีมงานทุกคนทำงานเต็มที่ โดยมีประเด็น แบ่งประเด็นให้แต่ละคนรับผิดชอบ
กองเลขา ผู้ประสานงานกลาง 1 คน การเงิน 1 คน และฝ่ายข้อมูล
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ทีมประเมินในพื้นที่
บทบาท
เป็นองค์กรที่ช่วยเร่งพัฒนาการ ประสาน/สร้าง/ผลักดัน องค์กรอื่นๆ โดยใช้เงินทุนเป็นเครื่องมือ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสร้างเสริมสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ
เป้าหมาย
ให้มีกลไกการจัดการระดับจังหวัดที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ และควรเกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน มีกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ คือมีความยั่งยืน และเป็นนวัตกรรม
ยุทธศาสตร์ในการทำงาน
พัฒนาองค์ความรู้สร้างทางเลือก ประสานความร่วมมือและหนุนเสริมภาคี และมียุทธศาสตร์เชิงประเด็น ประเด็นร่วมคือ เกษตรเพื่อสุขภาพ อาหารปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ ออกกำลังกาย สิ่งแวดล้อม ภูมิปัญญา สื่อพื้นบ้าน สื่อสารสาธารณะ โรงเรียนสร้างเสริมสุขภาพ
ภารกิจ
1.แผนงานประสานความร่วมมือกับภาคี ประสานกับสาธารณสุขจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด และภาคีสุขภาพ ทำแผนสุขภาพ mapping สถานการณ์ปัญหา ทางออก นวัตกรรม ใครทำอะไร?ที่ไหน? อย่างไร? แล้วกำหนดยุทธศาสตร์เชิงประเด็น/แผนงาน/โครงการ แหล่งทุน และสร้างเวทีกลางในการเรียนรู้ และจบท้ายด้วยงานสมัชชาจังหวัด
2.ประสานภาคีเชิงประเด็น
1.ลดอุบัติเหตุ เข้าร่วมเป็นคณะทำงานแก้ไขและป้องกันอุบัติเหตุของจังหวัด และสนับสนุนโครงการย่อย
2. เกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพ เป็นแกนนำจัดสมัชชาสุขภาพ และสนับสนุนโครงการย่อย
3. สิ่งแวดล้อม ร่วมกับเครือข่ายรักษ์คลองอู่ตะเภาและคณะทำงานท้องถิ่นร่วมฟื้นฟูคลองอู่ตะเภา
3. พัฒนากระบวนการค้นหาโครงการย่อยประจำปี ลักษณะโครงการที่สนับสนุนจะเป็นโครงการนำร่อง พัฒนาโครงการตามยุทธศาสตร์เชิงประเด็น วิธีการได้มาของโครงการ เป็น 2 ประเภท คือ โครงการตามยุทธศาสตร์ที่ต้องการ และโครงการจากภาคีในพื้นที่ การพัฒนาโครงการ จะมีคณะทำงานลงไปแนะนำสสส./ ค้นหาแนวทางการทำกิจกรรม พัฒนาโครงการร่วมกัน ระหว่างการพัฒนาโครงการจะมีผู้ทรงคุณวุฒิลงไปร่วม ประสานภาคี/เงิน/งาน/คน เขียนโครงการนำเสนอสู่เวทีพิจารณาเพื่ออนุมัติโครงการ
4.หนุนเสริมโครงการย่อยที่ได้รับงบสนับสนุนไปแล้ว สนับสนุนด้วยคู่มือการบริหารจัดการสำหรับโครงการย่อย เวทีกลางในการเรียนรู้ ประชาสัมพันธ์ ให้คำแนะนำในการทำงาน ติดตาม ถอดบทเรียนการทำงาน และร่วมกิจกรรมของโครงการย่อย
5.พัฒนาระบบฐานข้อมูล ในส่วนของแกนนำที่สนใจงานด้านสุขภาพ ผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคีสสส./ภาคีสุขภาพในพื้นที่ ข้อมูลสถานการณ์ ปัญหาสุขภาพ
สื่อสารประชาสัมพันธํ์ ผ่านเว็บไซต์ จดหมายข่าว นิทรรศการ แผ่นพับ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น รายการวิทยุในท้องถิ่น
ความต้องการหนุนเสริม
พัฒนาคนให้ขึ้นมาทดแทน หนุนเสริมให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนสุขภาพของจังหวัดสงขลา สรุปบทเรียน/ประเมินผล พัฒนากระบวนการ/เครื่องมือ/เทคนิค
11.30 น. ทีมประเมินนำเสนอ
ผศ.พงศ์เทพ สุธีรวุฒิ นำเสนอแนวคิดในการทำงานสุขภาพ
บทบาท สสส. เป็นองค์กรที่ช่วยเร่งพัฒนาการ องค์กรอื่น ๆ โดยใช้เงินทุนเป็นเครื่องมือ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสร้างเสริมสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ
ยุทธศาสตร์ ของสสส.
1. สนับสนุน " ขบวนการและกระบวนการ" พัฒนางานเชิงรุก
2. สนับสนุนและพัฒนาให้เกิดกระบวนการพัฒนาเชิงระบบและการบูรณาการ
3. กระตุ้นให้การสร้างเสริมสุขภาพก่อผลเป็นรูปธรรมต่อชีวิตจริง
ของประชาชน
4. พัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้มีทุนทางสังคมที่จำเป็น
เป้าหมาย : การสร้างสุขภาวะในพื้นที่แบบบูรณาการ
n เน้นกระบวนการ (process) ควบคู่กับ ผลของโครงการ(product)
กลไกการจัดการระดับจังหวัด เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ
n มีกระบวนการเรียนรู้ กระบวนการมีส่วนร่วมกัน
n มีกิจกรรมโครงการ
การสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก มีความยั่งยืนและเป็นนวัตกรรม
วิธีการดำเนินงาน
กำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์
วิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ กำหนดแนวทางการทำงาน
ประสานงานและสนับสนุนภาคีเครือข่าย
จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
พัฒนาโครงการและติดตามสนับสนุนโครงการ
สรุปและรายงานผลการดำเนินงาน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. มีกลไกการจัดการงานเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพระดับจังหวัด
2. มีนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ
3. มีการพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ
จุดอ่อนขององค์กรพัฒนาเอกชน
ความคลุมเครือต่อวิสัยทัศน์องค์กร ความสับสนในตำแหน่งแห่งที่ขององค์กร
โครงสร้างการดำเนินงานขององค์กรที่พร่ามัว โครงสร้างองค์กรที่รวมศูนย์อำนาจ
ความขัดแย้งที่ซ่อนเร้นและเรื้อรัง จากฐานคิดเชิงลบ
สะสางงานอย่างไร้ระบบ
การใช้อำนาจเหนือผู้อื่น เป็นอำนาจปัจเจกบุคคล
การประชุมที่ไม่สร้างสรรค์
ขาดการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
n การมีส่วนร่วมในวิสัยทัศน์และการคิดอย่างเป็นระบบ
n แนวความคิด ( Guiding idea )
n การรับรู้และการตอบสนองต่อสภาพต่าง ๆ ที่มากระทบ(ทัศนคติและความเชื่อ)
n นวัตกรรมในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบการจัดการข้อมูล
n ทฤษฎี , วิธีการและเครื่องมือ
n ความเชี่ยวชาญส่วนบุคคล
n ฐานรากเครือข่ายที่เข้มแข็ง
เครื่องมือ เทคนิคที่ใช้ในการทำงานชุมชน
1. การปรับวิธีคิด การปรับกระบวนทัศน์ :
n คิดเชิงระบบ ให้เห็นองค์ประกอบ ปัจจัย เห็นความสัมพันธ์
เครื่องมือที่ใช้ : ผังพิสัย แผนที่ Mapping เช่น แผนที่คนเดิน ผังเครือญาติ โครงสร้างชุมชน
หัวใจของเครื่องมือ อยู่ที่กระบวนการที่ใช้เครื่องมือให้เกิดการมีส่วนร่วมให้เห็นความสัมพันธ์ภายในระบบ
n คิดเชิงบวก เพื่อความเข้าใจ เห็นคุณค่า ทำให้เกิดการเกื้อกูล
เครื่องมือที่ใช้ : สานเสวนา/สุนทรียสนทนา การมีปฏิบัติการในชุมชนร่วมกัน การร่วมทุกข์ร่วมสุข เห็นวิถีชีวิต เห็นความเป็นชุมชน ทำให้จิตใจเราละเอียดอ่อน
n การสร้างจินตนาการ
เครื่องมือที่ใช้ : แบบจำลองความคิด (Mental Models) การศึกษาอนาคตศาสตร์ (Future study)
n ให้ความสำคัญกับความรู้มากกว่าความเห็น
เครื่องมือที่ใช้ : กระบวนการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ เชิงปริมาณ การทบทวนเอกสาร การวิจัยแบบมีส่วนร่วม
n ปรับตนเองให้เข้ากับบริบทพื้นที่ ไม่ควรพยายามปรับบริบทของพื้นที่ให้เข้ากับตนเอง
2. กระบวนการเรียนรู้
เครื่องมือที่ใช้ :
n ชุมชนแนวปฏิบัติ communities of practice เป็นกลุ่มคนที่มีความใส่ใจ มีปัญหา มีความปรารถนาในสิ่งหนึ่งร่วมกัน และเสริมสร้างความรู้ความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ชุมชนเห็นร่วมกันผ่านการปฏิสัมพันธ์ภายในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เช่น กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มอุบัติเหตุ
n การเล่าเรื่อง storytelling การแลกเปลี่ยน การเสวนา การสนทนา
n การสอนงาน การอบรม การประชุมเชิงปฏิบัติการ
n การถอดบทเรียน After Action Review
n เรียนรู้จาก Best Practices
n กระบวนการศึกษาวิจัย
3. กระบวนการมีส่วนร่วม
เครื่องมือที่ใช้ : การวางแผนงานอย่างมีส่วนร่วมโดยประยุกต์ใช้กระบวนการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้องค์กรหรือกลุ่มทำงานสามารถจินตนาการถึงภาพฝันหรือเป้าหมายการดำเนินงานได้ชัดเจนเป็นรูปธรรม สามารถวิเคราะห์เพื่อค้นหาวิธีการดำเนินงานและลำดับขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อนำไปสู่เป้าหมายได้อย่างแหลมคมและเกิดประสิทธิผลและสอดคล้องภายใต้ศักยภาพและข้อจำกัดขององค์กร ทั้งนี้การกำหนดเป้าหมายและวิธีการดำเนินงานต้องสอดคล้องสัมพันธ์กับปัญหาสังคม และเหตุปัจจัยที่เชื่อมโยงกัน
4. การจัดการเชิงยุทธศาสตร์
n วิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์ของสังคม
n ใช้พลังจินตนาการสร้างสรรค์เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์และภารกิจ
n การกำหนดคุณค่าหรือทัศนคติพื้นฐานเพื่อการเป็นอยู่ร่วมกัน
n กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม
n วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน ปัจจัยเสริม และปัจจัยขัดขวาง
n สร้างสรรค์ยุทธศาสตร์ในการดำเนินงาน
n กำหนดกิจกรรมที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการดำเนินงาน
n วางแผนการดำเนินงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว
n ดำเนินงานตามแผน
n การติดตามและประเมินผล : Empowerment evaluation
11.45 น. แลกเปลี่ยน
ไม่ว่าบริบทเป็นอย่างไร หากเชื่อว่าการประสาน การเข้าถึงเป็นเรื่องที่ดี จะต้องพัฒนาและอดทน
การวางจุดยืนของตัวเอง มีการปรับเปลี่ยนเรียนรู้ไปตามช่วงวัย
การประสานรัฐ เราต้องเรียนรู้นิสัย นโยบาย และช่วยคิดทางออก ไม่รอคำตอบ และต้องมีเครื่องมือในการจัดการ
บทบาท Node ที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร ทำอย่างไรให้เป็นศาลา(สาธารณะ) นครฯมีลักษณะปัจเจกสูง เป็นความเข้มแข็งอีกแบบหนึ่ง มีความหลากหลายเป็นทุน จะทำงานเชื่อมโยงกันอย่างไร
สงขลา เชื่อว่าแต่ละกลุ่มก็มีความแข็งแรง ทำอย่างไรที่จะทำงานเชิงเครือข่ายให้สำเร็จ และต้องใช้คณะกรรมการอำนวยการให้เป็นประโยชน์มากขึ้น และผลักดันให้เกิดแผนสุขภาพระดับจังหวัดให้ได้
การแก้ปัญหาความยากจนต่างจากงานสุขภาวะที่เป็นองค์รวม การทำงานควรเป็นมืออาชีพเฉพาะทางที่หลากหลายรองรับ
สสส.ส่วนกลางมองในฐานะแหล่งทุน ที่มีเป้าหมาย แต่ก็มีการปรับให้ทีมในพื้นที่ทำงานได้สอดคล้องตามทุน ศักยภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องหาความลงตัว
กระบวนการทำงานของพื้นที่ น่าจะถึงเวลายกระดับพัฒนาตัวเองให้มีระบบและกลไกมากขึ้น ทำงานมากขึ้น มีเพื่อนมากขึ้น แต่ต้องระวังไม่ให้แข็งตัว
อนาคต การทำงานของ Node ต้องมีเครดิตที่ภาคีในพื้นที่ยอมรับ แล้วต่อยอดให้มีความยั่งยืน การเป็นกลุ่มที่เป็นนิติบุคคลมีความจำเป็นมากขึ้นเพื่อรองรับการสนับสนุนจากแหล่งทุนต่างๆ
13.30 น. จังหวะก้าวต่อไป
การพัฒนาศักยภาพของคน จะเป็นใคร กลุ่มไหน Node มีบทบาทในการทบทวนว่าจะสร้างคน สร้างเครือข่ายอย่างไร
ควรมีเวทีคุยเรื่องกลไกการจัดการงานเครือข่ายฯ เชิงโครงสร้าง เชิงประเด็น เชิงพื้นที่
นวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ ทำอย่างไรให้เคลื่อนงานดีๆออกมาเป็นงานนโยบายสาธารณะ
การปรับตัวเองของ 2 จังหวัดมีลักษณะคล้ายกัน ผลที่เกิด บทเรียนควรศึกษานำเสนอสู่สาธารณะ
การทำงานทำอย่างไรให้การทำงานใช้ความรู้มากกว่าความคิด น่าจะมีงานวิจัยทำคู่กันไปด้วย
หลักคิดในการทำงาน ไม่ควรแยกเขาแยกเรา ต้องร่วมกันสร้าง ทั้งราชการการเมือง ประชาชน และทุน
Node สงขลาและนครฯ และ สสส. สัมพันธ์ประสานงานกันในแบบเพื่อนฝูง เรียนรู้ซึ่งกันและกัน
สิ่งที่สงขลาต้องมาดูคือ ฟื้นทุนเดิม หาคนมาช่วย และใช้ทุนของ Node มาเป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนในการกำหนดเป้าหมาย ปฎิบัติการ เรียนรู้ ประเมินผล ภาคีเติมเต็ม
จะยกระดับการจัดการได้อย่างไร ให้เกิดผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (หาคน พัฒนาคน)
คนทำงานที่มีลักษณะความเป็น Node ควรกระจายตัวอยู่ทุกพื้นที่
การพัฒนาคนรูปแบบจะทำอย่างไร เรียนรู้ร่วมกันทั้งส่วนกลาง ส่วนปฎิบัติการ ให้ตลอดเส้นทาง
Node ทบทวนตัวเองว่า จุดยืนของ Node ควรจะอยู่ตรงไหน อย่างไร ศักยภาพ วิธีการ การขับเคลื่อนนวัตกรรม เป็นอย่างไร แล้วมีเวทีแลกเปลี่ยน แล้วมีแผนพัฒนาศักยภาพ กลไกการทำงาน วิธีการเชิงกระบวนการสาธารณะ ที่ร้อยรัดภาคการเมือง เศรษฐกิจ สังคมเข้าด้วยกัน (อ.พิชัย ศรีใส รับผิดชอบไปวางแนวทาง)
15.30 น. ปิดประชุม
Relate topics
- อีกหนึ่งอุดมการณ์ สานความตั้งใจฟื้นฟูวิถีชาวนาไทยแห่งลุ่มน้ำคลองภูมี
- เครือข่ายสุขภาวะประกาศความพร้อมนำสงขลาสู่ความเป็นสงขลาพอเพียง
- การประชุมสงขลาพอเพียงครั้งที่ 42
- ภาพสถานที่จัดงาน "สงขลาสร้างสุข 53.
- ๓ ปี สถานีวิทยุพระพุทธศาสนาเพื่อชุมชน ใครได้อะไร? - เรื่องควรรู้ที่ควนรู
- เรื่องเล่าจากควนรู อ.รัตภูมิ จ.สงขลา - เหตุหลังน้ำท่วม
- เน้นพัฒนาหาดใหญ่ - สงขลาแบบ'ทวินซิตี้'
- เปิดคู่มือนำทางชีวิต สมัชชาสุขภาพแห่งชาติปี"49
- ไทย-ออสเตรเลียพัฒนาสารสนเทศฟื้นฟูทรัพยากรแนวชายฝั่งอันดามัน
- อย่าหลงเชื่อโฆษณาเก้าอี้ไฟฟ้ารักษาโรค