ปี 48 เด็กไทยเสี่ยงตายถึง 1.5 ล้านคน!!!
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 ธันวาคม 2548 20:29 น.
สรุปปี 2548 ชีวิตเด็กไทยไม่ปลอดภัย 1,500,000 คน เป็นเหยื่อทั้งอุบัติเหตุ ภัยของเล่น ความรุนแรงในครอบครัว ทำร้ายเด็กพุ่ง สสส. ชี้ปี 49 เด็กยังเสี่ยงสูง ย้ำโศกนาฏกรรมเกิดเพราะปัญหาเดิม ๆ รัฐไม่จริงจังจัดการหน่วยงานต้นเหตุ ไม่มีระบบรายงานเหตุภัยเด็ก
ผศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัญหาความปลอดภัยในเด็ก ยังเป็นปัญหาใหญ่ที่กลายเป็นโศกนาฏกรรม สร้างความสูญเสียทั้งชีวิต ร่างกายและทรัพย์สิน ให้กับครอบครัวไทยตลอดปี 2548 โดยมีเหตุเศร้าสลดเกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่ละปีมีเด็กไทยอายุระหว่าง 0 -15 ปี ที่ประสบเหตุจากความไม่ปลอดภัย อาทิ การจราจร สนามเด็กเล่น ความรุนแรง ประมาณ 1,500,000 คน ในจำนวนนี้ 150,000 คน ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่สถานพยาบาล อีก 30,000 คน บาดเจ็บถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ ขณะที่เด็ก 3,000 คน ต้องเสียชีวิต ไม่มีโอกาสได้เติบโตเป็นทรัพยากรของประเทศ
"เฉพาะช่วง 4-5 เดือนก่อนส่งท้ายปีเก่า 2548 เราต้องเห็นเด็กเจ็บ เด็กตาย หลายราย ไม่ว่าจะเป็นถูกไฟฟ้าจากตู้น้ำดื่มในโรงเรียนดูดจนเสียชีวิต หรือเด็กหญิงที่ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าที่ใช้เงินสร้างมหาศาล แล้วตกลงมาจากชั้น 2 บาดเจ็บสาหัส เพราะไม่มีสิ่งกีดขวางป้องกันความปลอดภัยให้เด็ก ซึ่งถ้าวิเคราะห์แล้ว ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมา มีสาเหตุจากปัญหาเดิม ๆ คือ ความอ่อนแอในการจัดการกับสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตรกับเด็ก เพราะทุกสถานที่มีความเสี่ยงทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน โรงเรียน ท้องถนน ในห้างสรรพสินค้า จริงอยู่ ที่มีความสนใจรายงานปัญหามากขึ้น แต่สุดท้ายกลับไม่มีการแก้ไขปรับปรุง สนามเด็กเล่นยังไร้มาตรฐาน ถนนยังเป็นหลุมเป็นบ่อ เมื่อมีเหตุร้าย เรายังไม่ได้ลงโทษ ไม่ไล่เบี้ยเอาความผิดจากหน่วยงาน และผู้ประกอบการอย่างเด็ดขาด เราจะโทษว่าเด็กซนบ้าง พ่อแม่ไม่ดูแลบ้าง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปในปี 2549 เด็กไทย ก็ยังคงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและเสียชีวิตเหมือนเดิม" ผศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าว
ผศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า อีกแนวโน้มที่พบมากขึ้น คือ เด็กต้องบาดเจ็บจากความรุนแรงโดยน้ำมือของคนในครอบครัว ซึ่งเป็นสัญญาณร้ายที่ต้องป้องกัน โดยการบาดเจ็บและเสียชีวิตของเด็กไทยในปีนี้ ควรจะเป็นบทเรียนสำหรับปีหน้า ที่ภาครัฐจะได้นำมาป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงขึ้นอีก อย่างในประเทศสหรัฐ ออสเตรเลีย หรือแถบยุโรป นอกจากจะมีการจัดการสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับเด็กแล้ว ยังมีระบบการรายงานในสถานพยาบาลหากมีเด็กบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจะมีการเก็บข้อมูลว่า บาดเจ็บได้อย่างไร เกิดจากสิ่งใด และจะนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ปรับปรุงต้นเหตุของปัญหา และดำเนินการกับผู้ประกอบการ เช่น ถ้าเด็กได้รับอันตรายจากของเล่น หรือโครงสร้างของสถานที่ใด ผู้รับผิดชอบจะถูกจัดการทันที ดังนั้น ภาครัฐ เอกชน และประชาคม ควรจะรวมพลังกันเพื่อปกป้องลูกหลานของเรา
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง