วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่สูญพันล้านส่งผลเศรษฐกิจปลายปีอ่วม
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 21 ธันวาคม 2548 10:26 น.
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - "ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา" ชี้ วิกฤตน้ำท่วมทำหาดใหญ่สูญรายได้นับพันล้านบาท ทั้งยังส่งผลกระทบระยะยาวทำให้เศรษฐกิจปลายปีย่ำแย่ ขณะที่หนี้สินภาคประชาชนเพิ่ม เหตุจากหนี้เก่าก่อนน้ำท่วม-หนี้ใหม่หลังน้ำท่วม แนะรัฐควรลงพื้นที่แก้ปัญหาโดยด่วน
นายชิต บันลือศิลป์ ประธานหอการค้า จังหวัดสงขลา กล่าวถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ว่า หากประเมินสถานการณ์โดยภาพรวมแล้ว มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ ไม่น่าจะต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เป็นผลมาจากพื้นที่ในเขตตัวเมืองชั้นใน ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้มากนัก และการระบายน้ำที่ท่วมขังในเขตตัวเมือง เป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่ท่วมขัง ความสูญเสียจึงเกิดขึ้นน้อยเมื่อเทียบกับปี 2543 ซึ่งน้ำท่วมตัวเมืองหาดใหญ่ทั้งชั้นนอก และชั้นในทั้งหมด น้ำยังขังอยู่นานความมูลค่าความเสียหายจึงเกิน 1,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจะน้อยกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2543 แต่เมื่อเปรียบเทียบจำนวนคนที่ได้รับความเดือดร้อนนั้นครั้งนี้สูงกว่าหลายเท่า เนื่องจากเกิดน้ำท่วมทั่วทั้งพื้นที่ 16 อำเภอของจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะในเขตรอบนอกของตัวเมืองหาดใหญ่ เช่น หาดใหญ่ใน บ้านหน้าควน บ้านบางแฟบ บ้านท่าแซ และพื้นที่ชั้นในของหาดใหญ่บางส่วน ตั้งแต่หน้าอำเภอจนถึงคอสะพาน ข้ามทางรถไฟย่านชุมชนโชคสมาน ซึ่งถูกน้ำจากคลองอู่ตะเภา และน้ำจากคลอง ร.1 ไหลบ่าเข้าท่วม
ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวต่อไปว่า สถานการณ์ท่วมที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจปลายปีของจังหวัดสงขลาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากกำลังซื้อของประชาชนรอบนอกหายไปหมด เพราะถูกน้ำท่วมทุกอำเภอ ภาวะการค้าการท่องเที่ยวทั้งระบบของเมืองหาดใหญ่จะซบเซา รวมทั้งภาวะหนี้ครัวเรือนภาคประชาชนก็จะเพิ่มขึ้นด้วย เพราะส่วนใหญ่จะมีภาระหนี้สินต่าง ๆ อยู่แล้วในช่วงที่เศรษฐกิจดี เช่น ผ่อนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในบ้าน หรือหนี้จากโครงการของรัฐ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายภาระของประชาชนจะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะปัญหาหนี้สินเก่า และหนี้สินใหม่ที่จะตามมา
ด้านการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนนั้น ตนมองว่าการช่วยเหลือประชาชน และการแก้ปัญหาน้ำท่วมในปีนี้ทางส่วนราชการค่อนข้างจะทำได้ดี เนื่องจาก นายสมพร ใช้บางยาง ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มีอำนาจสั่งการได้เต็มที่ และมีงบประมาณดำเนินการได้ทันที โดยเฉพาะการแก้ปัญหาคลอง ร.1 ที่สั่งดำเนินการขุดในส่วนที่มีปัญหา เพื่อเชื่อมต่อกับส่วนที่ขุดไว้แล้วก่อนที่จะเกิดน้ำท่วม
แต่การช่วยเหลือประชาชนในระยะยาวหลังจากนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะต้องลงมาดำเนินการเอง และต้องทำโดยเร็วที่สุด ทั้งในเรื่องของงบประมาณ และการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งการเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อสนับสนุนจังหวัด ซึ่งทำได้แค่รับมือเหตุการณ์เฉพาะหน้าเท่านั้น
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง
