สสส.ชี้เด็กไทยป่วยเพิ่ม20เท่าเหตุกินหวาน
10 พฤศจิกายน 2548 17:21 น.
เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน เผย WHO ชี้ภัยเบาหวานร้ายกว่าเอดส์ ตายปีละ 3.2 ล้านคน สถานการณ์ทั่วโลกวิกฤตหนัก แดนปลาดิบอ่วม เจอเบาหวานเล่นงานเพิ่ม 30 เท่าตัว ส่วนเด็กไทยป่วยพุ่งเกือบ 20 เท่า เหตุกินน้ำตาลปีละ 11 กิโล
ที่โรงแรมสยามซิตี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับ เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานโครงการภาวะโภชนาการเกินในเด็ก มูลนิธิสาธาธารณสุขแห่งชาติ แถลงข่าววันเบาหวานโลก "อลหม่านเบาหวานในเด็ก"
นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการสสส. กล่าวว่า สถานการณ์โรคเบาหวานอยู่ในภาวะวิกฤติ องค์การอนามัยโลกระบุว่า ตั้งแต่ปี 2003 ถึงปี 2005 ประชากรเบาหวานจะเพิ่มขึ้นถึง 71% โดยจะมีผู้ป่วยโรคนี้ 344 ล้านคน ทั้งยังประกาศว่าโรคเบาหวานเป็นโรคที่อันตรายสูงสุด ยิ่งกว่าโรคเอดส์ เพราะมีผู้เสียจากโรคเบาหวานปีละประมาณ 3.2 ล้านคน ขณะที่โรคเอดส์เสียชีวิต 3 ล้านคนต่อปี ซึ่งถือเป็นแรกในประวัติศาสตร์ที่โรคไม่ติดเชื้อคร่าชีวิตมนุษย์ได้มากกว่าโรคติดเชื้อ ในสหรัฐฯวัยรุ่นเป็นโรคนี้ 4 ใน 1,000 คน ขณะที่ญี่ปุ่นปัจจุบันมีผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มขึ้น 30 เท่าจากปี 2535 สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย ถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากโรคเบาหวานได้คุกคามเข้าไปสู่เด็กๆ
ขณะนี้เด็กไทยจำนวนมาก ป่วยด้วยโรคเบาหวาน โดยโรคเบาหวานเกิดได้จาก 3 ประเภทหลัก คือ 1.เบาหวานจากภาวะความผิดปกติแต่กำเนิด 2.เบาหวานจากสภาวะอ้วน อันเกิดจากพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม ไม่ออกกำกลังกาย จนทำให้การทำงานของอินสุลินมีปัญหา และป่วยเป็นเบาหวานในที่สุด ขณะที่บางรายอาจมีปัจจัยเสริมทางพันธุกรรมมาเกี่ยวข้อง และ 3.เบาหวานที่เกิดในหญิงตั้งครรรภ์ เนื่องจามกฮอร์โมนพร่อง เกิดน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเด็กทั่วโลกและเด็กไทย ป่วยด้วยโรคเบาหวานประเภทที่ 2 มากขึ้น
จากการศึกษาข้อมูลผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับการรักษาในสถานพยาบาล 11 แห่ง ในกรุงเทพฯ หาดใหญ่ เชียงใหม่ นครราชสีมา จำนวน 9,419 โดย รศ.พญ.สุภาวดี ลิขิตมาศกุล คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล วิจัยพบ ปี2547เด็กกับวัยรุ่นป่วย 250 ราย ในจำนวนนี้ 18.4% ป่วยด้วยโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจะพบเด็กและวัยรุ่นจะป่วยด้วยเบาหวานประเภทที่ 2 เพียง 1-2% เท่านั้น
นพ.สุริยเดว ทริปาตี โฆษกเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน กล่าวว่า มีคนไข้เด็กที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน เพิ่มมากขึ้นทุกปี และมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ล่าสุดพบผู้ป่วยเบาหวานอายุ 8 ปี มีน้ำหนักมากถึง 60 กิโลกรัม ถือว่าอ้วนเกินมาตรฐานถึง 162% ซึ่งการที่เด็กต้องมาป่วยด้วยโรคเบาหวาน จะสร้างความทุกข์ทรมานให้กับเด็กๆอย่างมาก เพราะถูกจำกัดเรื่องการรับประทาน ต้องเจ็บตัวจากการถูกเจาะเลือดบ่อยๆตามกระบวนการรักษา ต้องขาดเรียนพร้อมๆกับพ่อแม่ที่ต้องขาดงานพาลูกมารักษา เป็นภาระเรื่องค่าใช้จ่าย ที่สำคัญเด็กเหล่านี้ต้องทานยาไปตลอด ผลลัพธ์คือเด็กจะต้องเป็นโรคเบาหวานไปตลอดชีวิต บางรายอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ ดวงตา ไต ปลายประสาทส่วนขา ส่วนพ่อแม่ก็อาจกลายเป็นโรคเครียด สำหรับสัญญาณที่บ่งบอกถึงโรคเบาหวานในเด็กคือ อ้วนจนผิวหนังรอบคอและรักแร้ดำเป็นปื้น มีอาการปัสสาวะบ่อย หิวบ่อย กินจุ ชาตามปลายมือปลายเท้า พ่อแม่ ปู่ยา ตายายเป็นเบาหวาน
ทพญ.สุณี วงศ์คงคาเทพ ทันตแพทย์ 8 กองทันตสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าจากการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคอาหารรสหวานที่มีอิทธิพลต่อปัญหาฟันผุและโรคอ้วน ในเด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 4,556 คน ใน 20 จังหวัด พบว่า เด็กบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยวันละ 30.4 กรัม เท่ากับ 8 ช้อนชา หรือประมาณ 11 กิโลกรัมต่อปี ขณะเด็ก ถึง 1 ใน 4 ที่ บริโภคน้ำตาลมากกว่าวันละ 40 กรัม เท่ากับ 10 ช้อนชา ซึ่งมากเกินกว่าจำเป็นถึง 65% ดังนั้นในเด็กกลุ่มนี้ 1 ใน 2 คน จึงมีปัญหาฝันผุ และเป็นโรคอ้วน 1 ใน 10 คน ทั้งนี้เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี 16.% บริโภคอาหารที่มีรสหวานเป็นประจำ โดยยิ่งโตจะยิ่งทานหวานมากขึ้น จาก 12.7% ในกลุ่มอายุ 2 ปีเป็น 21.4%
"แหล่งน้ำตาลที่เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี ได้รับเป็นประจำคือ นมหวานและนมเปรี้ยว 42.6% น้ำอัดลม 15.4% ซึ่งเด็กๆจะรบเร้าให้ผู้ปกครองซื้อให้ทาน เพราะได้รับอิทธิพลจากการดูโฆษณาในทีวี และอยากได้ของแถมที่มากับขนม และเครื่องดื่ม ผู้ใหญ่ก็ซื้อขนมให้เด็กเพราะความรักเด็กอีกด้วย โดยที่ครอบครัวจะต้องจ่ายเงินค่าขนมเพิ่มมากขึ้นตามอายุของเด็ก สำหรับค่าขนมโดยเฉลี่ยนั้น เด็กอายุ 2 ปี มีค่าขนมราววันละ 14.50 บาทต่อวัน หรือคิดเป็นปีละ 5,220 บาท ส่วนเด็กอายุมากกว่า 4 ปี มีค่าขนมราววันละ 20.40 บาท หรือปีละ 7,446 บาท เทียบเท่ากับมูลค่าของทอง 3 สลึง" ทพญ.สุณี กล่าว
พญ.ลัดดา เหมาะสุวรรณ ผู้จัดการโครงการภาวะโภชนาการเกินในเด็ก กล่าวว่า การที่เด็กป่วยด้วยโรคเบาหวานประเภทที่ 2 มากขึ้นในเวลาอันสั้น เกิดจากการที่เด็กเป็นโรคอ้วนมากขึ้น ออกกำลังกายน้อยลงและปัจจัยแวดล้อม โดยฉพาะการเลี้ยงดูที่ส่งเสริมให้เด็กบริโภคอาหารทำลายสุขภาพ อาหารที่ทานแต่เล็ก อุดมด้วยไขมัน แป้ง น้ำตาล ที่นอกจากจะทำให้อ้วนง่ายแล้ว ยังกระตุ้นให้อินสุลินหลั่งมาก ทำให้ร่างกายดื้อต่ออินสุลิน เด็กจึงเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ซึ่งการป้องกันโรคเบาหวานแบบที่ 2 สามารถทำได้ด้วยการ ลดการบริโภคไขมันและพลังงาน ตั้งเป้าหมายให้น้ำหนักลดลงอย่างน้อย 7% ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ นานติดต่อกัน 3 ปี จะลดการเป็นเบาหวานในกลุ่มเสี่ยงลง ได้มากถึงครึ่งหนึ่งของน้ำหนักตัวที่ลดลงร่วมกับมวลไขมันในร่างกายที่น้อยลง ภาวะดื้ออินสุลินจะดีขึ้น
"ขณะนี้น่ายินดีว่าทุกฝ่ายตระหนักถึงปัญหาเบาหวานในเด็ก และร่วมมือกันลดการบริโภคความหวาน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ได้แก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้มีการเติมน้ำตาลในนมสูตรต่อเนื่องของเด็ก ขณะที่ในตลาดผลิตภัณฑ์ต่างๆ เริ่มมีสูตร Low sugar และ No sugar มากขึ้น ล่าสุดการสำรวจของเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานพบนมและเครื่องดื่มหลายยี่ห้อ ลดปริมาณน้ำตาลลงจากเดิม บางยี่ห้อลดจาก 15% เหลือ 3.5% และผู้บริโภคเองก็ตื่นตัวเรื่องสุขภาพ เริ่มมองหาอาหารที่มีน้ำตาลน้อย เพื่อสุขภาพของตนเองและลูกหลาน" พญ.ลัดดา กล่าว
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง